12Jun-web-l
Web-L
Web_landscape
เริ่มวันใหม่กับกาแฟแก้วโปรดที่พันธุ์ไทย
Coffee1
Web-Banner-L
พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้
03_Banner_Video
00
/
00
เปิดโอกาสทางธุรกิจกับเรา

ก้าวแห่งโอกาสทางธุรกิจเพื่อเติบโตอย่างเข้มแข็งไปด้วยกันมาร่วมสร้างและขยายธุรกิจของคุณไปกับเรา

เมนูพันธุ์ไทย
กว่า 13 ปี ที่พันธุ์ไทยตั้งใจดูแลป่าพัฒนาชุมชน และส่งเสริมเกษตรกรท้องถิ่น
Cover_Video_sustainable
เพราะพันธุ์ไทยเป็นแบรนด์แรกของไทย ที่เลือกใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมดในการผลิตกาแฟ แคปซูล
เพราะพันธุ์ไทยเป็นแบรนด์แรกของไทย ที่เลือกใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมดในการผลิตกาแฟ แคปซูล ทำให้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100% หรือที่เรียกว่า Home Compostable ใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่ทิ้งขยะให้โลก และสร้างคุณค่าให้กับสังคมที่ยั่งยืน   โดยตัวฝาแคปซูลผลิตจากเยื่อกระดาษธรรมชาติ ไม่มีส่วนประกอบของพลาสติก และ อะลูมิเนียม ที่ได้การรับรองจากประเทศเยอรมนี ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติย่อย สลายได้ทางชีวภาพ DIN CERTCO สามารถทิ้งในถังขยะเศษอาหารและนำไปทำปุ๋ย หมักได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ในดิน ส่วนตัวแคปซูลได้ผลิตจากวัสดุธรรมชาติอย่าง เส้นใยพืชและแป้ง ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งนอกจากผู้บริโภคจะได้ ดื่มด่ำกับกาแฟรสชาติพรีเมียมง่ายๆ ได้ที่บ้านแล้ว ยังช่วยลดขยะ ลดการสร้างมลพิษ ลดวิกฤตภาวะโลกร้อน และไม่ทำร้ายโลกในระยะยาว.. ดีต่อใจและดีต่อโลกขนาดนี้จะ พลาดหาซื้อกาแคปซูลพันธุ์ไทยไปดื่มที่บ้านไม่ได้เด็ดขาด โดยกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ดาร์ ก โรสต์ ราคากล่องละ 200 บาท/10 แคปซูล และกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย นัตตี้ เบลนด์ กับกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ฟรุตตี้ เบลนด์ ราคาเพียงกล่องละ 220 บาท/10 แคปซูล เท่านั้น
อ่านต่อ
”พันธุ์ไทย“ ร้านกาแฟที่โอบกอดธรรมชาติ
อย่าเพิ่งแปลกใจ.. นี่ไม่ใช่คาเฟ่เปิดใหม่ท่ามกลางธรรมชาติที่ไหน แต่คือ “แนวคิดของร้านกาแฟรักษ์โลก“ ที่ชื่อ “พันธุ์ไทย” วันนี้อยากแนะนำทุกคนให้รู้จักเรามากขึ้น เพราะเราตั้งใจ เสิร์ฟกาแฟทุกแก้วด้วยความใส่ใจตั้งแต่ต้นน้ำของอุตสาหกรรมการ ผลิตกาแฟนั้นก็คือธรรมชาติ และเกษตรกรไทย   ด้วยความใส่ใจในธรรมชาติจึงเป็นที่มาของการเสิร์ฟกาแฟตามแนวคิด GenZer0 แนวคิดของคนเจนใหม่ที่ไม่ได้แบ่งกันด้วยอายุ เพศ หรือแหล่งที่อยู่ แต่คือทุกคนที่ห่วงใย ธรรมชาติเหมือนกับเรา และพร้อมที่จะดูแลธรรมชาติมาโดยตลอดจนถึง ทุกวันนี้ วันที่เราทำให้การทำลายธรรมชาติกลายเป็นศูนย์ อย่างการ ผลิตกาแฟแคปซูลที่รองรับความสะดวกสบายของผู้ดื่มกาแฟที่บ้าน โดยตัวแคปซูลสามารถย่อยสลายได้ 100% ไม่เหลือขยะทิ้งไว้ และไม่ใช้ พลังงานในการกำจัดขยะ   นอกจากการเสิร์ฟแนวคิดเพื่อธรรมชาติแล้ว เรายังเสิร์ฟทุกแก้วเพื่อ สร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทยด้วยการเลือกใช้เมล็ดกาแฟไทยส่ง เสริมอาชีพเกษตรกร และรับซื้อเมล็ดกาแฟด้วยราคาที่เป็นธรรมมาโดย ตลอด นอกจากนั้นเรายังร่วมมือกันเพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าและภูเขาให้ กลายเป็นไร่กาแฟที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เรามีเมล็ดกาแฟที่ดีมีคุณภาพ พร้อมเสิร์ฟให้กับลูกค้าทุกคนที่ชอบดื่มกาแฟในทุกๆ วัน
อ่านต่อ
ให้คุณได้ดื่มด่ำกาแฟอาราบิก้าแท้100% จากพันธุ์ไทย
“กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” จากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ผ่านการบ่ม คั่ว ให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของพันธุ์ไทย เพื่อให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับกาแฟพรีเมียมง่ายๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ในราคาเริ่มต้นเพียงแคปซูลละ 20 บาท กับ 3 รสชาติที่อร่อยแตกต่างอย่างลงตัว   กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ดาร์ก โรสต์ (Punthai Coffee Capsule - Dark Roasted) กาแฟคั่วเข้ม สายพันธุ์อาราบิก้าไทย 100% แบบ Washed Process เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติและบอดี้เข้ม เทสโน้ตโทนดาร์กช็อกโกแลต เจือความหวานของน้ำผึ้งปลายๆ มี Aftertaste ที่ยาวนาน ได้ความรู้สึกสะอาดของรสชาติกาแฟ เหมาะกับทุกเมนู ทั้งร้อนและเย็น ราคากล่องละ 200 บาท   กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย นัตตี้ เบลนด์ (Punthai Coffee Capsule - Nutty Blend) กาแฟคั่วกลางไปทางเข้ม จากเมล็ดอาราบิก้าไทยแบบ Washed Process เบลนด์ด้วย อาราบิก้าบราซิล แบบ Natural Process และฮอนดูรัส เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบบอดี้ปานกลาง เข้มข้นและขมน้อย กลิ่นและรสชาติออกแนวดาร์คโกโก้ มีความหอมของช็อกโกแลต ปนอัลมอนด์ ฟีลวนิลาและบัตเตอร์สก๊อต เหมาะกับเมนูใส่นม หรือจะดื่มแบบไลท์ๆ ก็กลมกล่อม ราคากล่องละ 220 บาท   กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ฟรุตตี้ เบลนด์ (Punthai Coffee Capsule - Fruity Blend) กาแฟคั่วระดับอ่อนค่อนไปทางกลาง เมล็ดกาแฟไทย เบลนด์ด้วยกาแฟอาราบิก้าจากโคลัมเบีย และเอธิโอเปีย แบบ Natural Process ให้ความสว่างของกาแฟแบบ Bright Acidity ได้ความเปรี้ยวสดชื่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ลูกพรุน พีช ออกหวานปลายๆ มีความเป็น Floral อยู่ใน Aftertaste เหมาะกับเมนูกาแฟดำ ราคากล่องละ 220 บาท    แบรนด์แรกของไทย! “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” แบบ Home Compostable ที่ไม่ใช่แค่รสชาติอร่อย แต่ทุกชิ้นของแคปซูลและแพคเกจจิ้งยังผลิตจากวัสดุธรรมชาติ สามารถย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ 100% โดยตัวแคปซูลผลิตจากเซลลูโลสจำพวกเส้นใยพืช ฝาแคปซูลผลิตจากเยื่อกระดาษ นอกจากนี้ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ ยังทำจากกระดาษรีไซเคิล 100% พิมพ์ด้วยหมึก Soy Ink เรียกได้ว่า ทุกองค์ประกอบสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแม้แต่ชิ้นเดียว   “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ทางชีวภาพ DIN CERTCO จากประเทศเยอรมนี สามารถทิ้งในถังขยะประเภทเศษอาหารได้ นำไปทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ในครัวเรือนได้ แม้กระทั่งทิ้งในสวนหลังบ้านก็ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ในดิน ไส้เดือนสามารถรับประทานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพันธุกรรม สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ภายใน 3 เดือน ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส และปัจจัยด้านความชื้น ออกซิเจน รวมถึงจุลินทรีย์ที่เหมาะสม ซึ่งสามารถช่วยลดขั้นตอนและพลังงานในการกำจัดขยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ
จะดีแค่ไหนถ้าเราดื่มด่ำกาแฟคุณภาพจากธรรมชาติที่บ้านของตัวเองได้
จะดีแค่ไหนถ้าเราดื่มด่ำกาแฟคุณภาพจากธรรมชาติที่บ้านของตัวเองได้ ด้วยราคาและความสะดวกสบายที่คุณสามารถดื่มได้ทุกวัน เริ่มต้นง่ายๆ แคปซูลละ 20 บาท   “เครื่องกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” มีให้เลือกถึง 2 สี Black หรือ Rose Gold เพียงเครื่องละ 2,999 บาท ซื้อวันนี้ รับฟรี “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” Dark Roasted ฟรี 1 กล่อง มูลค่า 200 บาท โปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 67 – 15 ก.ค. 67 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด   “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” มี 3 รสชาติให้เลือก บรรจุกล่องละ 10 แคปซูล เริ่มต้นเพียงกล่องละ 200-220 บาท ซื้อวันนี้ รสชาติใดก็ได้ 4 กล่อง รับฟรี อีก 1 กล่อง มูลค่า 200-220 บาท โปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 67 – 15 ก.ค. 67 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด   Dark Roasted - กาแฟคั่วเข้ม จากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าไทย 100% แบบ Washed Process มีบอดี้เข้ม เทสโน้ตโทนดาร์กช็อกโกแลต เจือความหวานของน้ำผึ้งปลายๆ   Nutty Blend - กาแฟคั่วกลาง อาราบิก้าไทย เบลนด์ด้วยอาราบิก้าจากบราซิลและฮอนดูรัส มีบอดี้ปานกลาง กลิ่นและรสชาติออกแนวดาร์คโกโก้ มีความหอมของช็อกโกแลต ปนอัลมอนด์บางๆ   Fruity Blend - กาแฟคั่วอ่อน จากเมล็ดกาแฟไทย เบลนด์ด้วยอาราบิก้าจากโคลัมเบีย และเอธิโอเปีย แบบ Natural Process ให้ความเปรี้ยวสดชื่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี ออกหวานเบาๆ มีความเป็น Floral อยู่ใน Aftertaste   โปรโมชั่นแบบนี้จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด กับโอกาสที่จะได้ดื่มกาแฟแคปซูลจากสายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% พร้อมคัดเลือกเมล็ดกาแฟพิเศษจากแหล่งเพาะปลูกที่มีคุณภาพ ให้คุณพร้อมดื่มได้ทุกวันครบทั้ง 3 รสชาติ ที่เข้มข้น กลมกล่อม และหอมกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละรสชาติ หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่คาเฟ่พันธุ์ไทยทุกสาขา   “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ทางชีวภาพ DIN CERTCO จากประเทศเยอรมนี สามารถทิ้งในถังขยะประเภทเศษอาหารได้ นำไปทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ในครัวเรือนได้ แม้กระทั่งทิ้งในสวนหลังบ้านก็ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ในดิน ไส้เดือนสามารถรับประทานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพันธุกรรม สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ภายใน 3 เดือน ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส และปัจจัยด้านความชื้น ออกซิเจน รวมถึงจุลินทรีย์ที่เหมาะสม ซึ่งสามารถช่วยลดขั้นตอนและพลังงานในการกำจัดขยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ
กาแฟพันธุ์ไทย เปิดตัว Home Compostable Coffee Capsule แบรนด์แรกของไทย
กาแฟพันธุ์ไทย เปิดตัว Home Compostable Coffee Capsule แบรนด์แรกของไทย ที่ไม่ใช่แค่อร่อย แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน 100%        กาแฟพันธุ์ไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นยกระดับ Ecosystem อุตสาหกรรมกาแฟ สานต่อกลยุทธ์ Everywhere Everyone นำเดต้ามาวิเคราะห์เพื่อเสิร์ฟสินค้าและบริการที่ตรงใจ เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเจนเนอเรชัน ในทุกช่องทาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมรุกตลาดกาแฟพรีเมียมและกาแฟในบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความสำเร็จจากคอลเลคชัน 9 กาแฟดริปรักษ์โลกพันธุ์ไทย เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สู่การเปิดตัว “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ในรูปแบบ Home Compostable เป็นแบรนด์แรกของไทย ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติทุกชิ้นส่วน สามารถย่อยสลายได้ 100% โดยยังคงเอกลักษณ์รสชาติ และเทสโน้ตของเมล็ดกาแฟพิเศษสไตล์พันธุ์ไทย ในราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย และเลือกใช้สินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างยั่งยืน        คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “วัฒนธรรมการดื่มกาแฟกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยเฉพาะในปัจจุบันที่กาแฟโลกเข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่สาม (3rd Wave Coffee) ที่ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับคุณภาพของเมล็ดกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ตั้งแต่ต้นน้ำ พื้นที่เพาะปลูก สายพันธุ์กาแฟ กระบวนการเก็บเกี่ยว การคั่วกาแฟ รวมไปถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งกาแฟพันธุ์ไทยได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่กับการสนับสนุนชุมชน และดูแลสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งการสร้างสรรค์ “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ในครั้งนี้ นอกจากผู้บริโภคจะได้ดื่มด่ำกาแฟพิเศษรสชาติพรีเมียมได้ง่ายๆ ที่บ้านหรือที่ทำงานแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดขยะ ลดการสร้างมลพิษ อันเป็นสาเหตุของวิกฤตภาวะโลกร้อน เพราะทุกองค์ประกอบของกาแฟแคปซูลและแพคเกจจิ้ง สามารถย่อยสลายได้ทุกชิ้น ปลอดภัยต่อทุกชีวิต ไม่ทำร้ายโลกในระยะยาว”        กาแฟพันธุ์ไทย เป็นแบรนด์แรกของไทย ที่เลือกใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมด ในการผลิตกาแฟแคปซูล หรือที่เรียกกันว่า Home Compostable สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ 100% โดยตัวแคปซูลผลิตจากเซลลูโลส เส้นใยพืช แป้ง ส่วนฝาแคปซูลผลิตจากเยื่อกระดาษธรรมชาติ โดยไม่มีส่วนประกอบของพลาสติกและอะลูมิเนียม ได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ทางชีวภาพ DIN CERTCO จากประเทศเยอรมนี สามารถทิ้งในถังขยะประเภทเศษอาหารได้ นำไปทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ในครัวเรือนได้ แม้กระทั่งทิ้งในสวนหลังบ้านก็ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ในดิน ไส้เดือนสามารถรับประทานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพันธุกรรม สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ภายใน 3 เดือน ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส และปัจจัยด้านความชื้น ออกซิเจน รวมถึงจุลินทรีย์ที่เหมาะสม ซึ่งสามารถช่วยลดขั้นตอนและพลังงานในการกำจัดขยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ของกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทยยังผลิตจากกระดาษรีไซเดิล 100% ใช้หมึกพิมพ์น้ำมันถั่วเหลือง (Soy Ink) จากธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการบ่งบอกรสชาติของสินค้า สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่เหลือเป็นขยะตกค้าง (Zero Waste) เรียกได้ว่า ทุกชิ้นส่วนผลิตจากธรรมชาติ และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งภาะระไว้ให้โลกแม้แต่ชิ้นเดียว        กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย จากสายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% ผ่านการคัดเลือกเมล็ดกาแฟพิเศษจากแหล่งเพาะปลูกที่มีคุณภาพ ผ่านการบ่ม การคั่ว จนได้รสชาติและกลิ่นหอมตามโพรไฟล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ กาแฟพันธุ์ไทย ให้คุณดื่มด่ำประสบการณ์สุดพรีเมียมอย่างสะดวกสบายได้ง่ายๆ คุ้มค่าคุ้มราคา เพียงแคปซูลละ 20-22 บาท โดยใน 1 กล่อง บรรจุกาแฟ 10 แคปซูล ปริมาณแคปซูลละ 5.5 กรัม มีทั้งหมด 3 Profiles 3 รสชาติ  3 ระดับการคั่ว ดังนี้   o กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ดาร์ก โรสต์ (Punthai Coffee Capsule - Dark Roasted) กาแฟคั่วเข้ม สายพันธุ์อาราบิก้าไทย 100% แบบ Washed Process เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติและบอดี้เข้ม เทสโน้ตโทนดาร์กช็อกโกแลต เจือความหวานของน้ำผึ้งปลายๆ มี Aftertaste ที่ยาวนาน ได้ความรู้สึกสะอาดของรสชาติกาแฟ เหมาะกับทุกเมนู ทั้งร้อนและเย็น ราคากล่องละ 200 บาท o กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย นัตตี้ เบลนด์ (Punthai Coffee Capsule - Nutty Blend) กาแฟคั่วกลางไปทางเข้ม อาราบิก้าไทย เบลนด์ด้วยกาแฟอาราบิก้าจากบราซิลและฮอนดูรัส เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบบอดี้ปานกลาง เข้มข้นและขมน้อย กลิ่นและรสชาติออกแนวดาร์คโกโก้ มีความหอมของช็อกโกแลต ปนอัลมอนด์ ฟีลวนิลาและบัตเตอร์สก๊อต เหมาะกับเมนูใส่นม หรือจะดื่มแบบไลท์ๆ ก็กลมกล่อม ราคากล่องละ 220 บาท o กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ฟรุตตี้ เบลนด์ (Punthai Coffee Capsule - Fruity Blend) กาแฟคั่วระดับอ่อนค่อนไปทางกลาง เมล็ดกาแฟไทย เบลนด์ด้วยกาแฟอาราบิก้าจากโคลัมเบีย และเอธิโอเปีย แบบ Natural Process ให้ความสว่างของกาแฟแบบ Bright Acidity ได้ความเปรี้ยวสดชื่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ลูกพรุน พีช ออกหวานปลายๆ มีความเป็น Floral อยู่ใน Aftertaste เหมาะกับเมนูกาแฟดำ ราคากล่องละ 220 บาท        สำหรับผู้ที่สนใจแบบครบเซตขอแนะนำ เครื่องกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย (Punthai Coffee Capsule Machine) ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก สบาย ประหยัดเวลา ได้รสชาติเหมือนดื่มที่ร้าน ในราคาที่คุ้มค่า มีทั้งสีดำ และสีโรส โกลด์ ด้วยแรงดันน้ำ 19 บาร์ สามารถสกัดกาแฟได้ภายใน 1 นาที เลือกปริมาณน้ำได้ทั้ง 40 มิลลิลิตร และ 110 มิลลิลิตร ในราคาเครื่องละ 2,999 บาท โปรโมชั่นช่วงเปิดตัว ซื้อเครื่องกาแฟแคปซูล 1 เครื่อง รับฟรี กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ดาร์กโรสต์ 1 กล่อง มูลค่า 200 บาท หรือผู้ที่มีเครื่องอยู่แล้ว สามารถรับสิทธิ์ซื้อกาแฟแคปซูลครบ 4 กล่อง รับฟรี กาแฟแคปซูลรสชาติใดก็ได้ 1 กล่อง ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 – 15 กรกฎาคม 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ        "กาแฟพันธุ์ไทย มี Brand DNA ที่ชัดเจน ในการสนับสนุนชุมชนและเกษตรกรไทย ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น การจัดตั้งโครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอะราบิก้าบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในการปลูกกาแฟให้เกษตรกร ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอยมาเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟ และเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ การใช้ไบโอพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ มาพัฒนาเป็นแก้วเครื่องดื่มพันธุ์ไทยที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและโลกของเรา ความร่วมมือกับนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่สร้างสรรค์กาแฟไปพร้อมๆ กับการปลูกป่า พร้อมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข อย่างมั่นคง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อไป” คุณสุขวสา กล่าวเสริม
อ่านต่อ
ถอดรหัสรสชาติ "Taste of Nan" กาแฟพันธุ์ไทย ซีรีส์น่าน
"Taste of Nan" รสชาติกาแฟพันธุ์ไทย ซีรีส์น่านที่หอมละมุนจนต้องลอง จากการหมักถึง 72 ชั่วโมง   จากเมล็ดกาแฟบนดอยสูงของจังหวัดน่าน สู่กาแฟซีรีส์ใหม่ที่ตั้งใจถ่ายทอดรสชาติของ “เมืองน่าน” ออกมาในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น “Taste of Nan” ที่ไม่ได้มีดีแค่ความหอมละมุนของกาแฟพันธุ์ไทย   แต่ยังโดดเด่นด้วยกระบวนการหมักนานถึง 72 ชั่วโมง ที่ช่วยดึงทั้งกลิ่น รสชาติ และความพิเศษในมิติคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟที่ค่อยๆ เปิดออกอย่างนุ่มนวลในทุกๆจิบ   ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน สายหมอกยามเช้า และผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ จังหวัดน่านไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่มาพักผ่อน แต่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพที่น่าจับตามองที่สุดของประเทศไทย   ด้วยสภาพอากาศเย็นตลอดปี ระดับความสูงที่เหมาะสม และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการปลูกกาแฟอาราบิก้า ทำให้เมล็ดกาแฟจากน่านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องความหอม ความนุ่ม และมิติของรสชาติที่ซับซ้อน จนได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการ Specialty Coffee ไทย   และจากต้นน้ำแห่งความสมบูรณ์นี้ จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของ “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่จาก พันธุ์ไทย ที่ตั้งใจพาผู้ดื่มออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองน่าน ผ่านกาแฟที่ผ่านการหมักอย่างพิถีพิถันนานถึง 72 ชั่วโมง วันนี้พันธุ์ไทยจะพามา walk through ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเมล็ดกาแฟบนยอดดอย กระบวนการหมักที่ช่วยดึงรสชาติและกลิ่นหอมออกมาอย่างเต็มที่ ไปจนถึงเบื้องหลังของกาแฟซีรีส์นี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่ความหอมละมุน แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของชุมชน ธรรมชาติ และความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในทุกแก้ว     จากแม่ฮ่องสอนสู่น่าน จุดเริ่มต้นของ “Taste of Nan”   จากเมล็ดกาแฟบนดอยของแม่ฮ่องสอน สู่ความคราฟต์บทใหม่จากจังหวัดน่านภายใต้คอนเซ็ปต์ “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่จากพันธุ์ไทย ที่ใส่ใจในรายละเอียดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเสาะหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการออกแบบรสชาติให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   ซีรีส์นี้เลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จาก “ดอยสวนยาหลวง” ในจังหวัดน่าน หนึ่งในพื้นที่ปลูกกาแฟที่กวาดรางวัลระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และได้ยอมรับในวงการ Specialty Coffee ไทย ด้วยระดับความสูง อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกกาแฟ ทำให้เมล็ดกาแฟจากพื้นที่นี้มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ทั้งความหวานตามธรรมชาติ ความนุ่มของรสสัมผัส และกลิ่นหอมที่มีมิติ   เบื้องหลังกาแฟหนึ่งแก้วของพันธุ์ไทย ไม่ได้เริ่มต้นแค่ในขั้นตอนการคั่วหรือสกัด แต่เริ่มมาตั้งแต่แหล่งที่มาและการดูแลเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นทาง   ความใส่ใจตั้งแต่ต้นน้ำ คือหัวใจของ Taste of Nan   เมล็ดกาแฟของ Taste of Nan เติบโตภายใต้ร่มเงาของป่าใหญ่ เพื่อให้ต้นกาแฟค่อยๆ เติบโตในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ ก่อนจะผ่านการคัดเลือกอย่างละเอียด   ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวผลเชอร์รี่ด้วยมือ การลอยน้ำเพื่อคัดเมล็ดที่ไม่ได้คุณภาพออก ไปจนถึงการตรวจสอบซ้ำด้วยสายตาในทุกขั้นตอน เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดกาแฟทุกล็อตได้มาตรฐานดีที่สุด รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้สะท้อนถึง Brand DNA ของ พันธุ์ไทย ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ   เบื้องหลังเมล็ดกาแฟแต่ละเมล็ด จึงเต็มไปด้วยความใส่ใจตั้งแต่การดูแลต้นกาแฟในพื้นที่ปลูก การคัดเลือกผลเชอร์รี่ที่สุกสมบูรณ์ ไปจนถึงกระบวนการแปรรูปที่ช่วยดึงศักยภาพของเมล็ดกาแฟออกมาได้ดีที่สุด   และหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ซีรีส์นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็คือกระบวนการ “หมัก 72 ชั่วโมง” ที่ช่วยกระตุ้นกลิ่นหอม ความหวาน และมิติของรสชาติให้ค่อยๆ เปิดออกอย่างนุ่มนวลในทุกจิบ     72 ชั่วโมง กระบวนการหมัก สู่ความพิเศษที่ค่อยๆ เปิดออกในทุกจิบ   Fermentation สิ่งที่คอกาแฟให้ความสำคัญ   Fermentation หรือ “การหมัก” คือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการแปรรูปกาแฟ ที่ส่งผลโดยตรงต่อกลิ่น รสชาติ และคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟ   ในยุค 3rd Wave Coffee ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกาแฟมากขึ้น ตั้งแต่แหล่งปลูก วิธีแปรรูป ไปจนถึง Taste Note ของเมล็ดกาแฟแต่ละตัว   กระบวนการหมักจึงกลายเป็นอีกหนึ่งศาสตร์สำคัญที่ช่วยดึงเสน่ห์เฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟออกมาได้ชัดเจนขึ้น และแน่นอนว่า ระยะเวลา และ วิธีในการการหมัก ที่แตกต่างกัน สามารถสร้างกลิ่นและรสสัมผัสที่แตกต่างกันได้อย่างชัดเจน   ทำไม Taste of Nan ถึงเลือกหมักนาน 72 ชั่วโมง   ซีรีส์ “Taste of Nan” จาก พันธุ์ไทย เลือกใช้การหมักเมล็ดกาแฟนานถึง 72 ชั่วโมง เพื่อดึงมิติของรสชาติออกมาอย่างเต็มที่   ด้วยการหมักที่ยาวมากนานขึ้น ช่วยเพิ่มความหวานตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นกลิ่นผลไม้ที่ผสมผสานกับความหอมละมุนของกาแฟให้ชัดขึ้น ซึ่งช่วยทำให้รสชาติของเมล็ดมีความซับซ้อนและมีเลเยอร์มากกว่ากาแฟทั่วไป   กาแฟที่ได้จากการหมัก 72 ชั่วโมง จึงไม่ได้เด่นแค่ความเข้ม แต่มีความนุ่ม กลมกล่อม ซึ่งจะค่อยๆ เปิดรสชาติในระหว่างการดื่ม กระบวนการนี้ยังช่วยขับคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟจากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน ออกมาได้ชัดยิ่งขึ้น   ทำไมต้องผ่าน Blend กาแฟ 2 โพรไฟล์ และ คั่วแยกทีละ Process ?   ความพิเศษของซีรีส์ “Taste of Nan” จาก พันธุ์ไทย ไม่ได้อยู่แค่การเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพสูงจากจังหวัดน่านเท่านั้น แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบรสชาติอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้กาแฟทุกแก้วมีความสมดุลและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   ซีรีส์นี้เลือกใช้เมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้ (Specialty Coffee) ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปหรือ Process แตกต่างกันถึง 2 รูปแบบ ก่อนนำมาคั่วแยกทีละตัวด้วยโพรไฟล์ (Roast Profile) ที่ใช้ Develop Time หรือระยะเวลาในการพัฒนารสชาติระหว่างการคั่วแตกต่างกัน   เหตุผลที่ต้องคั่วแยก เพราะเมล็ดกาแฟแต่ละ Process มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวต่างกัน บางตัวโดดเด่นเรื่องความหวานและกลิ่นผลไม้ ขณะที่บางตัวให้สัมผัสที่นุ่ม กลมกล่อม และมีความลึกของรสชาติ การใช้โพรไฟล์การคั่วที่ต่างกันจึงช่วยดึงจุดเด่นของเมล็ดกาแฟแต่ละแบบออกมาได้ชัดที่สุด   หลังจากนั้น กาแฟทั้ง 2 โปรไฟล์จะถูกนำกลับมา Blend เข้าด้วยกันอีกครั้ง เพื่อสร้างบาลานซ์ของรสชาติให้ลงตัวที่สุด ทั้งในเรื่องกลิ่น ความหวาน ความนุ่ม และมิติของรสสัมผัสที่ค่อยๆ เปิดออกระหว่างการดื่ม   ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่กาแฟที่มีเพียงความเข้ม แต่เป็นกาแฟที่มีเลเยอร์ของรสชาติ ดื่มง่าย แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของ Taste of Nan   ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงแนวคิดการคราฟต์กาแฟของพันธุ์ไทย ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การแปรรูป การคั่ว ไปจนถึงการออกแบบรสชาติแบบ “แก้วต่อแก้ว” เพื่อให้กาแฟทุกแก้วออกมากลมกล่อมและสมบูรณ์ที่สุด   Taste of Nan รสชาติแบบไหน ทำไมถึงหอมละมุนจนต้องลอง   สิ่งแรกที่สัมผัสได้จาก Taste of Nan คือ “กลิ่นหอม” ที่มีความนุ่มและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ยังไม่ยกแก้วขึ้นดื่ม จะเริ่มได้กลิ่นโทนฟรุตตี้เบาๆ คล้ายผลไม้สุกอย่างเบอร์รี พีช และพรุน ผสมกับความหอมบางๆ ของดอกไม้สีขาวที่ช่วยให้ภาพรวมของกาแฟดูสดชื่นและละมุนมากขึ้น   เมื่อเริ่มจิบ รสชาติจะค่อยๆ เปิดออกอย่างนุ่มนวล ตัวกาแฟมี Body ที่สมดุล ไม่บางจนเกินไปและไม่หนักจนรู้สึกดื่มยาก ให้สัมผัสที่กลมกล่อม ลื่น และดื่มสบายตั้งแต่คำแรก   อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Acidity หรือความเปรี้ยวของกาแฟ ที่มีความสดใสกำลังพอดี ช่วยเพิ่มมิติให้รสชาติดูมีชีวิต แต่ไม่ได้เปรี้ยวจนกลบรสอื่น ทำให้คนที่ไม่คุ้นกับกาแฟสาย Specialty ก็สามารถดื่มได้ง่ายเช่นกัน   ส่วนช่วงท้ายของรสชาติหรือ Aftertaste จะทิ้งความหวานละมุนคล้ายน้ำผึ้งป่า พร้อมความสดชื่นที่ค้างอยู่ในลำคอหลังจิบสุดท้าย ทำให้กาแฟแก้วนี้มีเสน่ห์ที่ไม่ได้จบแค่ตอนดื่ม แต่ยังทิ้งความรู้สึกนุ่มนวลไว้ต่ออีกพักใหญ่     มากกว่าความอร่อย คือการเติบโตของชุมชน   กาแฟที่ดี เริ่มต้นจากการเติบโตไปพร้อมกับคนในพื้นที่   เบื้องหลังความหอมละมุนของ “Taste of Nan” ไม่ได้มีเพียงเรื่องของรสชาติหรือกระบวนการคราฟต์กาแฟเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนและชุมชนในพื้นที่ต้นทาง ที่เติบโตไปพร้อมกับกาแฟทุกแก้ว   หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ พันธุ์ไทย คือการสร้างคุณค่าให้กับวัตถุดิบท้องถิ่น ผ่านการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่างจากแนวทางที่แบรนด์เคยสนับสนุนการรับซื้อชาอัสสัมจากจังหวัดน่าน เพื่อช่วยสร้างรายได้และผลักดันให้วัตถุดิบท้องถิ่นมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น   สำหรับ Taste of Nan พันธุ์ไทยเลือกทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่สูงของจังหวัดน่าน ตั้งแต่ต้นทางของการเพาะปลูก ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน   การรับซื้อเมล็ดกาแฟในราคาที่เป็นธรรม ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน แต่ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถกลับมาพัฒนาคุณภาพผลผลิตของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการดูแลต้นกาแฟ การคัดเลือกผลเชอร์รี่ รวมถึงกระบวนการแปรรูปที่มีมาตรฐานมากขึ้น   เมื่อเมล็ดกาแฟคุณภาพดีขึ้น ก็ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้กาแฟไทยได้รับการยอมรับในวงการ Specialty Coffee มากขึ้นตามไปด้วย   การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่าใหญ่ กับการฟื้นฟูธรรมชาติไปพร้อมกัน   อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Taste of Nan คือแนวคิดเรื่องความยั่งยืนของพื้นที่ต้นน้ำและผืนป่า   กาแฟอาราบิก้าจำนวนมากในจังหวัดน่าน ถูกปลูกภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในระบบ Shade-Grown Coffee ซึ่งเป็นรูปแบบการปลูกที่ช่วยให้ต้นกาแฟเติบโตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล   วิธีการปลูกลักษณะนี้ ไม่เพียงช่วยรักษาความชุ่มชื้นและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับกาแฟคุณภาพสูง แต่ยังช่วยรักษาป่าเดิมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวใหม่ในระยะยาว   In the past, หลายพื้นที่บนภูเขาสูงเคยเผชิญปัญหาการทำไร่เลื่อนลอยและภูเขาหัวโล้น แต่เมื่อกาแฟกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ชุมชนจึงเริ่มหันมาปลูกกาแฟควบคู่กับการดูแลผืนป่ามากขึ้น   ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเพียงเมล็ดกาแฟคุณภาพดี แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศ การลดการบุกรุกป่า และการช่วยชะลอผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในระยะยาว   กาแฟหนึ่งแก้ว ที่เชื่อมโยงทั้งคน ธรรมชาติ และเรื่องราวท้องถิ่น   สิ่งที่ทำให้ Taste of Nan แตกต่าง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติหรือความพรีเมียมของเมล็ดกาแฟ แต่คือการเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน   ทุกแก้วของ Taste of Nan จึงไม่ได้มีเพียงความหอมละมุนหรือเลเยอร์ของรสชาติที่ซับซ้อน แต่ยังเต็มไปด้วยคุณค่าของการดูแลใส่ใจตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งในมิติของคุณภาพชีวิตเกษตรกร การรักษาผืนป่า และการผลักดันให้กาแฟไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชนจริงๆ     แนะนำเมนู “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่จากพันธุ์ไทย   พันธุ์ไทย เปิดตัว “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่ที่ตั้งใจพาคนดื่มออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของกาแฟจากจังหวัดน่าน ผ่านเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพพรีเมียมจากหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟที่กวาดรางวัลระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง   ซีรีส์นี้เลือกใช้กาแฟสเปเชียลตี้ที่ผ่านการออกแบบรสชาติอย่างพิถีพิถัน ทั้งการ Blend เมล็ดกาแฟจาก 2 Process และการคั่วแยกด้วย Roast Profile ที่แตกต่างกัน เพื่อดึงคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟออกมาให้ชัดที่สุด   ผลลัพธ์ที่ได้คือกาแฟคั่วกลางที่มีบาลานซ์ของรสชาติอย่างลงตัว ให้เทสโน้ตโทนช็อกโกแลต อัลมอนด์ น้ำผึ้ง และผลไม้เขตร้อน พร้อมความหอมละมุน บอดี้นุ่มลึก ดื่มง่าย แต่ยังเต็มไปด้วยมิติของรสชาติในทุกจิบ   อีกหนึ่งความพิเศษของ Taste of Nan คือการออกแบบรสชาติให้เข้ากับเมนูนมได้อย่างลงตัว ช่วยขับทั้งความหวาน ความนุ่ม และความหอมของเมล็ดกาแฟให้ออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น   เมนูแนะนำจากซีรีส์ Taste of Nan   ไทยเอสเพรสโซ — เข้มข้นแต่กลมกล่อม ได้ทั้งความหอมและความนุ่มในแก้วเดียว   ไทยคาปูชิโน — โฟมนมนุ่มละมุน เข้ากับกลิ่นหอมโทนช็อกโกแลตและถั่วได้อย่างลงตัว   ไทยลาเต้ — ดื่มง่าย นุ่มนวล พร้อมความหวานธรรมชาติจากเมล็ดกาแฟ   ไทยริกาโน — อเมริกาโนในแบบฉบับของคนไทย ที่ดึงเสน่ห์ของเมล็ดกาแฟน่านออกมาได้ชัดที่สุด   ดื่มด่ำความหอม นุ่ม ละมุนของกาแฟอาราบิก้าสุดพรีเมียมจากเมืองน่าน ได้ที่ร้านพันธุ์ไทยสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ หรือสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี พร้อมส่งต่อความคราฟต์ถึงหน้าบ้าน ในราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาทเท่านั้น! ดูเมนูกาแฟพันธุ์ไทยทั้งหมด พร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้เว็บไซต์กาแฟพันธุ์ไทยและ เฟสบุ๊ค PunThai Coffee   บทสรุป: Taste of Nan เสน่ห์ของเมืองน่าน   “Taste of Nan” ไม่ได้เป็นเพียงซีรีส์กาแฟใหม่จาก พันธุ์ไทย แต่คือการนำเสน่ห์ของจังหวัดน่านมาถ่ายทอดผ่านกาแฟหนึ่งแก้ว ตั้งแต่เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพ กระบวนการหมัก 72 ชั่วโมง ไปจนถึงการคราฟต์รสชาติอย่างพิถีพิถัน จนได้กาแฟที่ทั้งหอมละมุน มีมิติ และเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมกาแฟไทยยุคใหม่ ที่ตั้งใจให้ทุกคนได้สัมผัสและจดจำ   คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ "Taste of Nan" กับการหมัก 72 ชั่วโมง   Q: Taste of Nan คืออะไร?   A: Taste of Nan คือซีรีส์กาแฟใหม่จาก พันธุ์ไทย ที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากจังหวัดน่าน พร้อมออกแบบรสชาติแบบ Specialty Coffee เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของกาแฟไทยผ่านรสชาติ กลิ่น และงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   Q: การหมักกาแฟ 72 ชั่วโมง คืออะไร? A: คือกระบวนการ Fermentation หรือการหมักเมล็ดกาแฟเป็นระยะเวลานานถึง 72 ชั่วโมง เพื่อช่วยดึงกลิ่น รสชาติ และคาแรกเตอร์ที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดกาแฟออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น   Q: การหมัก 72 ชั่วโมง ส่งผลต่อรสชาติอย่างไร? A: การหมักช่วยเพิ่มมิติของรสชาติ ทำให้กาแฟมีความหอมละมุนมากขึ้น มีความหวานตามธรรมชาติชัดขึ้น และช่วยขับกลิ่นโทนผลไม้หรือดอกไม้ให้โดดเด่นขึ้นกว่ากาแฟทั่วไป   Q: Taste of Nan มี Taste Note แบบไหน? A: Taste Note ของซีรีส์นี้จะมาในโทนช็อกโกแลต อัลมอนด์ น้ำผึ้ง และผลไม้เขตร้อน พร้อมกลิ่นหอมละมุน ฟรุตตี้เบาๆ และ Aftertaste หวานนุ่มที่ติดปลายลิ้น   Q: Taste of Nan ดื่มยากไหม? A: แม้จะเป็นกาแฟสาย Specialty Coffee แต่ Taste of Nan ถูกออกแบบให้ดื่มง่าย มีความสมดุล และมี Body ที่นุ่ม จึงเหมาะทั้งสำหรับคอกาแฟ Specialty และคนที่อยากเริ่มลองกาแฟไทยในมุมใหม่   Q: ทำไมถึงเลือกใช้เมล็ดกาแฟจากจังหวัดน่าน? A: เพราะจังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพของไทย มีทั้งระดับความสูง อากาศเย็น และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกกาแฟอาราบิก้า ทำให้เมล็ดกาแฟมีความหอม ความหวานธรรมชาติ และมิติของรสชาติที่โดดเด่น   Q: Taste of Nan มีเมนูอะไรบ้าง? A: ซีรีส์นี้พร้อมเสิร์ฟในหลากหลายเมนู เช่น ไทยเอสเพรสโซ ไทยคาปูชิโน ไทยลาเต้ และไทยริกาโน อเมริกาโนในแบบฉบับของคนไทย   Q: Taste of Nan ต่างจากกาแฟทั่วไปยังไง? A: ความแตกต่างอยู่ที่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟคุณภาพ การ Blend จาก 2 Process การคั่วแยกด้วย Roast Profile ที่แตกต่างกัน รวมถึงกระบวนการหมัก 72 ชั่วโมง ที่ช่วยให้กาแฟมีเลเยอร์ของรสชาติและความหอมที่ซับซ้อนมากขึ้น   อ่านเพิ่มเติม: - Taste of Nan - พันธุ์ไทยเปิดตัว “Taste of Nan” ไทยริกาโน ซีรีย์ใหม่! - จาก แม่ฮ่องสอน สู่ น่าน  
อ่านต่อ
เจาะลึก "ไทยริกาโน" เมล็ดกาแฟจากบนดอย สู่งานคราฟต์ระดับโลก
เจาะลึก "ไทยริกาโน" เมล็ดกาแฟจากบนดอย สู่งานคราฟต์ระดับโลก   จากเมล็ดกาแฟที่เคยเป็นเพียงพืชเศรษฐกิจบนยอดดอยทางภาคเหนือของไทย วันนี้ได้เดินทางมาไกลถึงเมนูสเปเชียลตี้ที่เริ่มมีตัวตนชัดเจนขึ้นในวงการกาแฟยุคใหม่ และ "ไทยริกาโน" ก็คือหนึ่งในเมนูที่สะท้อนการเติบโตของกาแฟไทยได้อย่างน่าสนใจ เพราะเบื้องหลังของมัน ไม่ได้มีแค่เรื่องของรสชาติ แต่ยังรวมไปถึงคุณภาพของเมล็ดกาแฟไทย งานคราฟต์ของเกษตรกรและบาริสต้า รวมถึงแนวคิดในการหยิบวัตถุดิบท้องถิ่นมาตีความใหม่ในแบบร่วมสมัย   ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนไทยดื่มกาแฟมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีอัตราการบริโภคเฉลี่ยมากกว่า 300-340 แก้วต่อคนต่อปี ขณะที่ตลาดกาแฟไทยมีมูลค่ากว่า 65,000 ล้านบาท และกลุ่ม Specialty Coffee ก็เติบโตเร็วถึงระดับ 15% ต่อปี จากเดิมที่ไทยถูกมองเป็นเพียง “ประเทศผู้บริโภคกาแฟ” วันนี้วงการกาแฟไทยกำลังก้าวสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์วัฒนธรรมกาแฟของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในเมนูที่สะท้อนภาพนั้นได้ชัดที่สุดก็คือ “ไทยริกาโน” เมนูกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยที่หยิบเมล็ดกาแฟพันธุ์ไทยมาแสดงเอกลักษณ์ด้านรสชาติ กลิ่น ผ่านการชงแบบร่วมสมัย จนเริ่มถูกพูดถึงในฐานะ Soft Power ใหม่ของวงการอาหารและเครื่องดื่มไทย โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการประเมินคุณภาพระดับ Specialty Coffee มากขึ้น ตั้งแต่แหล่งปลูก วิธีการผลิต ไปจนถึงการประเมินคุณภาพและเอกลักษณ์ของกาแฟในแต่ละพื้นที่   ไทยริกาโน คือการตีความกาแฟอเมริกาโนในแบบไทย ผ่านการเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกคุณภาพระดับรางวัลของไทย พร้อมต่อยอดด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานเรื่องราวของชุมชน งานคราฟต์ และศิลปวัฒนธรรมเข้าไว้ในแก้วเดียว   วันนี้ “พันธุ์ไทย” จะมาถ่ายทอด ตั้งแต่ต้นน้ำบนยอดดอย ไปจนถึงปลายน้ำบนเวทีระดับโลกของ “ไทยริกาโน”     ไทยริกาโนคืออะไร? ต่างกับอเมริกาโนอย่างไร?   “ไทยริกาโน” คือ เมนูกาแฟที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Creative Thai Taste” หรือการนำวัตถุดิบและรสชาติแบบไทยมาต่อยอดให้เกิดประสบการณ์ใหม่ในการดื่มกาแฟ โดยเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าไทย 100% จากแหล่งปลูกคุณภาพบนดอยทางภาคเหนืออย่างแม่ฮ่องสอนและน่าน ก่อนนำมาคั่วและสกัดอย่างพิถีพิถัน เพื่อดึงคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟไทยออกมาให้ชัดที่สุด ทั้งความหอมละมุน โทนผลไม้ และ Aftertaste ที่สะอาดในแบบ Specialty Coffee   แม้หลายคนจะมองว่าไทยริกาโนเป็นเพียง “อเมริกาโนเวอร์ชันไทย” แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองเมนูมีที่มาและแนวคิดต่างกันพอสมควร เพราะ “Caffè Americano” หรือ “อเมริกาโน” มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อทหารอเมริกันในอิตาลีนำเอสเพรสโซมาผสมน้ำร้อนให้ดื่มง่ายขึ้น จนกลายเป็นกาแฟดำที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก   ส่วนไทยริกาโน คือการตีความกาแฟดำใหม่ในแบบของไทย ไม่ได้มีเพียงรสชาติที่แตกต่าง แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว ตั้งแต่ต้นน้ำของเกษตรกรบนยอดดอย การพัฒนาแหล่งปลูก ไปจนถึงการนำเสนอผ่านงานศิลปะและเวทีระดับโลก จนกลายเป็นมากกว่าเมนูกาแฟธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในกาแฟไทยยุคใหม่   หากอเมริกาโนเกิดจากการปรับรสชาติให้เข้ากับวัฒนธรรมการดื่มของชาวอเมริกัน “ไทยริกาโน” ก็เกิดจากความตั้งใจคล้ายกัน แต่เปลี่ยนจาก “ความเป็นอเมริกัน” มาเป็น “ความเป็นไทย”   ไทยริกาโน ความต่างที่ไม่ได้อยู่แค่ชื่อ   แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ทำให้อเมริกาโนและไทยริกาโนต่างกันจริงๆ คือ “ตัวตน” ที่อยู่เบื้องหลัง   “อเมริกาโน” คือกาแฟที่สะท้อนวัฒนธรรมการดื่มของชาวอเมริกัน ส่วน “ไทยริกาโน” คือกาแฟที่ตั้งใจสะท้อนรสชาติ วัตถุดิบ และความเป็นไทยผ่านทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำบนยอดดอย ไปจนถึงแก้วที่อยู่ในมือของคนดื่ม และนี่เองที่ทำให้ไทยริกาโนกลายเป็นมากกว่าเมนูใหม่ แต่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของกาแฟไทย ที่กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นในฐานะ “กาแฟแห่งชาติ” ที่คนไทยภูมิใจ   สำหรับคอกาแฟสายดาร์ก ถ้ายังไม่เคยลองเทียบทั้งสองเมนูด้วยตัวเอง อาจถึงเวลาที่ต้องแวะไปพิสูจน์รสชาติของทั้ง “อเมริกาโน” และ “ไทยริกาโน” สักแก้ว แล้วค้นหาด้วยตัวเองว่า… กาแฟดำสไตล์ไหน คือแก้วที่ใช่สำหรับคุณ!     รสชาติของไทยริกาโน แตกต่างอย่างไร?   จุดเด่นของไทยริกาโนอยู่ที่การเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% คั่วกลาง ซึ่งช่วยดึงเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟไทยออกมาได้อย่างชัดเจน   รสสัมผัสที่ได้จะมีความหอม นุ่ม ละมุน ดื่มง่ายกว่ากาแฟดำเข้มจัดทั่วไป แต่ยังคงมีมิติของรสชาติที่ซับซ้อนอยู่ครบ หลายคนจะสัมผัสได้ถึงโน้ตของช็อกโกแลตและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ พีช พรุน ให้ความเปรี้ยวหวานเบาๆ ผสมผสานกับความหอมละมุนของดอกไม้กลุ่มสีขาว และปิดท้ายด้วย Aftertaste หวานฉ่ำของน้ำผึ้งป่า ทิ้งความหอม สดชื่น แต่ก็ยังได้ลิ้มรสกาแฟพรีเมียมที่มีรสชาติกลมกล่อม แต่ก็หวานละมุน ติดอยู่ในลำคอหลังดื่มในราคาเข้าถึงง่าย ทำให้ไทยริกาโนไม่ใช่แค่ “กาแฟดำ” แต่เป็นกาแฟที่ออกแบบมาให้ดื่มง่าย เข้าถึงง่าย และเหมาะทั้งสำหรับคอกาแฟตัวจริง รวมถึงคนที่เพิ่งเริ่มเปิดใจให้กาแฟ Specialty   ที่มาของไทยริกาโน เริ่มต้นจากเมล็ดกาแฟบนดอยของไทย   ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดกาแฟไทยเติบโตอย่างคึกคัก พันธุ์ไทยมีแนวคิดสำคัญว่าอยากให้คนไทยเข้าถึงกาแฟคุณภาพของคนไทยได้ง่ายขึ้น จึงเริ่มออกเดินทางค้นหาเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่มีรสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอาไว้   เบื้องหลังความหอมละมุนของไทยริกาโน จึงเริ่มต้นจากการคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูงจากแหล่งปลูกชั้นนำบนภูเขาสูงทางภาคเหนือของไทย ซึ่งมีทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และระดับความสูงที่เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟระดับ Specialty Coffee โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศเย็นตลอดปี จนทำให้กาแฟมีโทนกลิ่นหอมซับซ้อนและรสชาติชัดเจน รวมถึง “ดอยสวนยาหลวง” จังหวัดน่าน อีกหนึ่งแหล่งปลูกที่เริ่มได้รับการยอมรับในวงการกาแฟไทย ด้วยจุดเด่นด้านความสมดุลของรสชาติ ความหวานตามธรรมชาติ และเอกลักษณ์เฉพาะของ   ไทยริกาโน่ กับความตั้งใจพัฒนาแหล่งปลูกกาแฟไทยอย่างยั่งยืน   ไทยริกาโนไม่ได้เริ่มต้นจากแค่การมองหา “เมล็ดกาแฟที่ดีที่สุด” แต่ยังรวมถึงความตั้งใจในการพัฒนาแหล่งปลูกอย่างยั่งยืน เบื้องหลังการผลิตกาแฟคือการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยในพื้นที่สูง เพื่อสนับสนุนการปลูกกาแฟแทนการทำไร่เลื่อนลอย และช่วยฟื้นฟูภูเขาหัวโล้นให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง   โมเดลนี้ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชน แต่ยังช่วยรักษาระบบนิเวศเดิมของป่าไม้ เพราะต้นกาแฟอาราบิก้าสามารถปลูกควบคู่กับต้นไม้ใหญ่ได้อย่างสมดุล เกิดเป็นระบบเกษตรที่เคารพธรรมชาติและเติบโตไป พร้อมกันนั้น การรับซื้อเมล็ดกาแฟในราคาที่เป็นธรรม ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพผลผลิตได้ต่อเนื่อง จนกาแฟไทยหลายพื้นที่เริ่มได้รับการยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ     งานคราฟต์ของไทยริกาโน ที่เล่าเรื่องกาแฟไทยผ่านศิลปะ   ไทยริกาโนไม่ได้ตั้งใจเป็นแค่ “กาแฟดำอีกเมนูหนึ่ง” แต่เป็นเมนูที่ต้องการถ่ายทอดตัวตนของกาแฟไทยออกมาให้ครบทั้งรสชาติ ความรู้สึก และเรื่องราวเบื้องหลังในทุกแก้ว   นอกจากการคัดเลือกเมล็ดกาแฟคุณภาพจากแหล่งปลูกบนยอดดอย พันธุ์ไทยยังให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์ของผู้ดื่ม ตั้งแต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ อย่างลวดลายบนแก้วกาแฟ   สำหรับไทยริกาโน ทุกองค์ประกอบไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ความสวยงาม” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสื่อสารเรื่องราวของกาแฟไทยออกไปได้พร้อมกัน   ไทยริกาโน กับการร่วมงานกับศิลปินระดับโลก   หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของไทยริกาโน คือการร่วมงานกับ สุรชัย พุฒิกุลางกูร นักสร้างสรรค์โฆษณาและ Illustrator ชาวไทยที่มีผลงานและรางวัลในระดับนานาชาติ เพื่อออกแบบลวดลายพิเศษสำหรับแก้วไทยริกาโน การทำงานร่วมกันครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้าง Packaging ให้ดูโดดเด่น แต่เป็นการนำงานศิลปะเข้ามาช่วยเล่าเรื่องของกาแฟไทยในมุมที่ลึกขึ้น   ลวดลายบนแก้วจึงถูกออกแบบให้มีรายละเอียดและองค์ประกอบที่สะท้อนเส้นทางของเมล็ดกาแฟ ตั้งแต่ต้นกำเนิดบนภูเขาสูง วิถีชีวิตของเกษตรกร การดูแลไร่กาแฟ ไปจนถึงช่วงเวลาที่กาแฟถูกส่งต่อมายังมือของผู้ดื่ม ทุกเส้น ทุกสี และทุกองค์ประกอบบนแก้ว ล้วนถูกใช้เป็น “ภาษาภาพ” เพื่อให้คนที่ถือแก้วกาแฟอยู่ในมือ ได้สัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังมากกว่ารสชาติ   ไทยริกาโน ทุกแก้วคือเรื่องราวจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ   สิ่งที่ทำให้ไทยริกาโนแตกต่าง คือแนวคิดที่มองว่ากาแฟหนึ่งแก้วไม่ได้เริ่มต้นแค่ตอนชงเสร็จหน้าบาร์ แต่เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นน้ำบนยอดดอย   เบื้องหลังกาแฟแต่ละแก้ว คือความตั้งใจของเกษตรกรที่ดูแลต้นกาแฟในสภาพอากาศที่เหมาะสม การคัดเลือกเมล็ดอย่างพิถีพิถัน กระบวนการคั่วที่ช่วยดึงคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟออกมา รวมถึงขั้นตอนการสกัดที่ทำให้รสชาติออกมาสมดุลที่สุด   แนวคิดทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านงานออกแบบบนแก้วไทยริกาโน เพื่อให้ผู้ดื่มรู้สึกว่า กาแฟแก้วนี้มี “ที่มา” และมีผู้คนจำนวนมากอยู่เบื้องหลัง จากเมล็ดกาแฟบนดอย สู่มือของบาริสต้า และส่งต่อถึงผู้ดื่มในเมือง ทุกขั้นตอนล้วนเชื่อมโยงกันเป็นเรื่องราวเดียวกัน และสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้ดื่มได้มิรู้ลืม   กาแฟหนึ่งแก้วที่นำไปสู่ Cultural Experience   ในอดีต กาแฟอาจถูกมองเป็นเพียงสินค้า Commodity หรือเครื่องดื่มที่ดื่มเพื่อความสดชื่นในชีวิตประจำวัน แต่ไทยริกาโนนี่แหละ จะมาพลิกประวัติศาสตร์ด้วยการทำให้กาแฟหนึ่งแก้วกลายเป็น “ประสบการณ์” ที่มีทั้งรสชาติ งานคราฟต์ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมอยู่ร่วมกัน   ไทยริกาโนไม่ได้ขายแค่ความหอมของกาแฟ แต่กำลังส่งต่อเรื่องราวของกาแฟไทย วิถีชุมชน งานออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ผ่านแก้วกาแฟที่ผู้คนสามารถสัมผัสและจดจำได้จริง ทำให้เกิดภาพสะท้อนว่ากาแฟไทยกำลังก้าวไกลกว่าเดิม จากเครื่องดื่มธรรมดา สู่การเป็น Cultural Experience ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนเวทีระดับโลก     การเดินทางสู่เวทีสากล: Soft Power กาแฟไทย   หลังจากพัฒนาเมล็ดกาแฟไทยและสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองจนชัดเจนแล้ว อีกหนึ่งก้าวสำคัญของไทยริกาโน คือการพากาแฟไทยออกไปให้คนทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้น   ไทยริกาโนได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก PT Grand Prix of Thailand ที่ Chang International Circuit เวทีระดับโลกที่มีแฟนมอเตอร์สปอร์ตติดตามจากหลายประเทศทั่วโลก   ภายในงาน พันธุ์ไทยได้ยกขบวนฟู้ดทรัคเข้าไปเสิร์ฟไทยริกาโนให้ทั้งนักท่องเที่ยวและแฟน MotoGP ได้ลองสัมผัสรสชาติกาแฟไทยแบบใกล้ชิด ถือเป็นการนำกาแฟไทยออกไปอยู่ในบรรยากาศระดับนานาชาติอย่างเต็มตัวและน่าจับตามอง   ไทยริกาโน่ เมื่อกาแฟไทยกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power   งานระดับโลกแบบ MotoGP ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการขายกาแฟ แต่เป็นการพากาแฟไทยไปเล่าเรื่องให้คนต่างชาติได้รู้จักมากขึ้น เพราะนอกจากรสชาติในแก้วแล้ว เบื้องหลังของไทยริกาโนยังมีทั้งเรื่องของเมล็ดกาแฟจากยอดดอย การทำงานร่วมกับเกษตรกรไทย งานออกแบบ และความตั้งใจในการสร้างกาแฟที่สะท้อนความเป็นไทยออกมาจริงๆ   นี่แหละเป็นอีกตัวอย่างของ Soft Power ไทย ที่ใช้ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และความคิดสร้างสรรค์ มาเป็นตัวแทนในการสร้างภาพจำใหม่ให้กับประเทศไทย   จากเดิมที่หลายคนทั่วโลกอาจคุ้นเคยกับอาหารไทย วันนี้กาแฟไทยเองก็เริ่มมีพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น และกำลังค่อยๆ ถูกพูดถึงในฐานะกาแฟที่มีทั้งคุณภาพ คาแรกเตอร์ และเรื่องราวที่น่าจดจำไม่แพ้ประเทศใดในโลก   บทสรุป: ไทยริกาโน กาแฟไทยที่ตั้งใจให้โลกรัก   ไทยริกาโนไม่ได้เป็นเพียงเมนูกาแฟแปลกใหม่ที่สร้างกระแสบนโลกออนไลน์ แต่คือภาพสะท้อนของแนวคิด “กล้าที่จะแตกต่าง” และความเชื่อมั่นว่าของคนไทยที่สามารถพัฒกาแฟไทยไปสู่มาตรฐานระดับโลกได้   ตั้งแต่ต้นน้ำของเกษตรกรบนยอดดอย ไปจนถึงการออกแบบงานศิลปะและการผลักดันสู่เวทีระดับนานาชาติ ทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนความตั้งใจในการสร้าง “แบรนด์กาแฟแห่งชาติ” ของพันธุ์ไทยที่มีรากฐานจากวัตถุดิบและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง ลิ้มลองไทยริกาโน ราคาเริ่มต้นเพียง 55 บาท ได้ที่พันธุ์ไทยทุกสาขา! ดูเมนูกาแฟพันธุ์ไทยอื่นๆ พร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้เว็บไซต์กาแฟพันธุ์ไทยและ เฟสบุ๊ค PunThai Coffee!   คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับกาแฟไทยริกาโน   Q: ไทยริกาโน ใช้เมล็ดกาแฟจากที่ไหน? A: ไทยริกาโนเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากแหล่งปลูกบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือของไทย เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน และดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกกาแฟคุณภาพสูง   Q: คนที่ไม่ดื่มกาแฟดำ สามารถดื่มไทยริกาโนหรือไม่? A: ดื่มได้ เพราะไทยริกาโนถูกออกแบบให้ดื่มง่ายกว่ากาแฟดำเข้มๆ ทั่วไป รสชาติจะนุ่มและละมุนมากขึ้น จึงเหมาะทั้งสำหรับคอกาแฟดำ และคนที่อยากเริ่มลองดื่มกาแฟสาย Specialty   Q: ทำไมถึงชื่อ “ไทยริกาโน”? A: ชื่อ “ไทยริกาโน” มาจากการนำคำว่า “ไทย” มาผสมกับ “อเมริกาโน” เพื่อสะท้อนว่า นี่คือกาแฟดำในเวอร์ชันไทย ที่ใช้เมล็ดกาแฟไทยและเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านรสชาติในแก้วเดียว   Q: ไทยริกาโน ถือเป็น Specialty Coffee ไหม? A: ไทยริกาโนใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูงจากแหล่งปลูกที่ได้รับการยอมรับในวงการกาแฟไทย และให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ด การคั่ว ไปจนถึงการสกัด เพื่อดึงคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟออกมาให้ชัดที่สุด   Q: ไทยริกาโน มีส่วนช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างไร? A: เบื้องหลังไทยริกาโนคือการทำงานร่วมกับเกษตรกรบนพื้นที่สูง เพื่อสนับสนุนการปลูกกาแฟคุณภาพแทนการทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงช่วยสร้างรายได้และพัฒนาแหล่งปลูกกาแฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน   อ้างอิง:   - ที่คนไทยภาคภูมิใจ พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลก - พันธุ์ไทยแจ้งเกิด ‘ไทยริกาโน’ อเมริกาโน สัญชาติไทย ‘กาแฟแห่งชาติ’ ที่พันธุ์ไทยภาคภูมิใจ พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลก - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน - พันธุ์ไทยแจ้งเกิดแคมเปญ “ไทยริกาโน” อเมริกาโนสัญชาติไทย หวังยกระดับกาแฟไทยสู่เวทีโลก - MarketPlus - Department of Business Development : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ - ไทยริกาโน กับ อเมริกาโน ที่พันธุ์ไทยเหมือนกันไหม?  
อ่านต่อ
วิธีแก้ปัญหา Max Card ด้วยตัวเองผ่านแอป Max Me
โทร 1614 ติดต่อไม่ได้ ทำยังไง? รวมช่องทางติดต่อและวิธีแก้ปัญหาบัตร Max Card ด้วยตัวเองผ่านแอป Max Me   ถ้าโทร 1614 แล้วสายไม่ว่าง ติดต่อไม่ได้ หรือรอสายนาน ทำยังไงดี?   บทความนี้แจกวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับ Max Card แบบเข้าใจง่ายไว้ให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อ PT ผ่านช่องทางต่างๆ หรือวิธีจัดการปัญหาด้วยตัวเองผ่านแอป Max Me ที่ตอนนี้สามารถทำได้แทบทุกอย่าง ทั้งเช็กคะแนน สะสมแต้ม ผูกบัตร ลืมรหัสผ่าน หรือแก้ปัญหาคะแนนไม่เข้า โดยไม่จำเป็นต้องรอคอลเซ็นเตอร์แล้ว   เหมาะสำหรับคนที่อยากแก้ปัญหาได้ไว ใช้งานต่อได้ทันที และอยากรู้ว่า Max Me ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด!   หลายคนที่ใช้งาน PT Station และถือบัตรสมาชิก Max Card น่าจะเคยเจอปัญหาโทร 1614 แล้วสายไม่ว่างบ้าง ติดต่อไม่ได้บ้าง หรือรอสายนานมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก   แต่ปัจจุบัน การจัดการปัญหาเกี่ยวกับบัตร Max Card อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งคอลเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะคุณสามารถจัดการแทบทุกอย่างได้ด้วยตัวเองผ่าน Max Me แอปพลิเคชันที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมบริการของ PT ทั้งเรื่องสมาชิก คะแนน สิทธิพิเศษ และบริการอำนวยความสะดวกต่างๆ แบบครบจบในแอปเดียว   จุดเด่นคือสมัครใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และสมัครได้หลายช่องทาง ทั้งที่สถานีบริการน้ำมัน PT, สถานีบริการ LPG PT, ผ่านแอป Max Me โดยตรง หรือผ่าน LINE Official ของ PT ก็ได้เช่นกัน   สำหรับใครที่กำลังหาวิธีแก้ปัญหา Max Card แบบไวๆ เพราะไม่อยากรอสาย 1614 บทความนี้จะพาไปรู้จักทุกช่องทางติดต่อ วิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองผ่านแอป Max Me รวมถึงฟีเจอร์สุดเจ๋งในแอปแบบละเอียดยิบ!   ช่องทางติดต่อเมื่อโทร 1614 ไม่ติด   1. ใช้เมนู “ติดต่อเรา” ผ่านแอป Max Me   หากโทรคอลเซ็นเตอร์ไม่ติด วิธีที่สะดวกที่สุดคือเข้าไปที่เมนู “ติดต่อเรา” ภายใน Max Me   เมนูนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการสอบถามและแจ้งปัญหาต่างๆ โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น   - ปัญหาการใช้งาน Max Card - คะแนน Max Point ไม่เข้า - ปัญหาการใช้งาน Max Me Wallet - ปัญหาการแลกสิทธิพิเศษ - ปัญหาการเข้าสู่ระบบ - ปัญหาเกี่ยวกับ E-Stamp หรือโปรโมชั่น   ข้อดีของวิธีนี้ คือผู้ใช้งานสามารถส่งรายละเอียดปัญหาได้ครบถ้วนผ่านระบบออนไลน์ ลดปัญหาการรอสายและช่วยให้ติดตามสถานะได้สะดวกขึ้น       2. ติดต่อผ่าน LINE Official @PTStation   อีกหนึ่งช่องทางที่สามารถติดต่อ PT ได้โดยไม่ต้องโทรหา Call Center นั่นก็คือ LINE Official ของ PT Station ผ่านบัญชี @PTStation ผู้ช่วยคนเก่งที่จะพาเราเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ได้ง่ายขึ้นในแอปเดียว   ช่องทางนี้รองรับทั้งการสมัครสมาชิก การติดตามข่าวสาร โปรโมชั่น และสามารถใช้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Max Card หรือ Max Me ได้เช่นกัน   สำหรับใครที่สะดวกคุยผ่านแชท LINE มักจะตอบโจทย์มากกว่าการโทร เพราะสามารถส่งข้อความคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่บอท อีกทั้งยังสามารถเก็บรายละเอียดการสนทนาไว้ตรวจสอบย้อนหลังได้อีกด้วย     3. รวมวิธีแก้ปัญหา Max Card ด้วยตัวเองผ่านแอป Max Me   เข้าเมนู FAQ เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น   หลายปัญหาที่ไม่ได้ยากซับซ้อน การทำตามขั้นตอนที่อยู่ใน “FAQ” หรือ “คำถามพบบ่อย” สามารถช่วยลดเวลาการติดต่อเจ้าหน้าที่และแก้ปัญหาได้รวดเร็วกว่าเดิมมาก ภายในแอปจะมีเมนู FAQ ซึ่งรวบรวมวิธีแก้ปัญหาที่ผู้ใช้งานมักเจอเอาไว้ เช่น   - ลืมรหัสผ่าน - คะแนนไม่อัปเดต - วิธีผูกบัตร Max Card - วิธีแลกคะแนน - วิธีใช้งาน E-Stamp - วิธีใช้งาน Max Me Wallet   ลืมรหัสผ่าน Max Me ทำยังไง?   หากจำรหัสผ่านเข้าสู่ Max Me ไม่ได้ สามารถรีเซ็ตรหัสผ่านได้ง่ายๆ ผ่านแอป โดยมีขั้นตอนดังนี้   1. กด “ลืมรหัสผ่าน” บนหน้าเข้าสู่ระบบ 2. กรอกเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ใช้สมัครสมาชิก 3. ระบบจะส่ง OTP เพื่อยืนยันตัวตน 4. ตั้งรหัสผ่านใหม่และเข้าสู่ระบบได้ทันที   หากไม่ได้รับ OTP หรือยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ แนะนำให้ติดต่อผ่านเมนู “ติดต่อเรา” ภายในแอป หรือ LINE Official @PTStation   คะแนน Max Point ไม่อัปเดต แก้ยังไง?   หากเติมน้ำมันหรือใช้จ่ายแล้วคะแนน Max Point ยังไม่ขึ้น สามารถลองตรวจสอบเบื้องต้นได้ดังนี้   1. ตรวจสอบว่าได้แจ้งเบอร์สมาชิกหรือสแกน Max Card ก่อนชำระเงิน 2. เช็กว่าอินเทอร์เน็ตหรือแอป Max Me ทำงานปกติ 3. ลองออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ 4. อัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุด 5. รอระบบประมวลผลสักระยะ เนื่องจากบางรายการอาจใช้เวลาในการอัปเดตคะแนน   หากคะแนนยังไม่แสดง สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเมนู “ติดต่อเรา” พร้อมแนบรายละเอียด เช่น วัน เวลา และใบเสร็จ เพื่อให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น   วิธีผูกบัตร Max Card กับแอป Max Me   การผูกบัตร Max Card เข้ากับแอป จะช่วยให้สามารถเช็กคะแนน ใช้สิทธิพิเศษ และจัดการข้อมูลสมาชิกได้สะดวกมากขึ้น โดยทำได้ง่ายๆ ดังนี้   1. ดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบแอป Max Me 2. เข้าเมนู “My Card” หรือ “เพิ่มบัตรสมาชิก” 3. กรอกหมายเลข Max Card หรือสแกนบาร์โค้ดบนบัตร 4. ยืนยันข้อมูลสมาชิกตามขั้นตอน   เมื่อผูกสำเร็จ คะแนนและสิทธิประโยชน์จะเชื่อมเข้ากับบัญชีทันที หลังผูกบัตรแล้ว คุณสามารถใช้มือถือแทนบัตรจริงในการสะสมแต้มและรับสิทธิประโยชน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น   เช็กคะแนน Max Point และสิทธิประโยชน์   หนึ่งในฟีเจอร์หลักของ Max Me คือการจัดการคะแนน Max Point แบบเรียลไทม์ คุณสามารถ   - เช็กคะแนนสะสม - ดูประวัติการใช้คะแนน - แลกสิทธิพิเศษ - ตรวจสอบโปรโมชั่น - ดูของรางวัลที่ร่วมรายการ   ทั้งหมดสามารถจัดการได้เองผ่านแอป Max Me ไม่จำเป็นต้องโทรสอบถามคะแนนอีกต่อไป!   Tips สะสม Max Point ยังไง? ได้แต้มง่าย ใช้ได้คุ้มทุกไลฟ์สไตล์   หนึ่งในสิทธิประโยชน์สุดปังของผู้ถือบัตร Max Card และผู้ใช้งาน Max Me คือการสะสม “Max Point” ที่ช่วยเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นความคุ้มค่าได้มากขึ้น   สะสมแต้มได้จากหลายช่องทาง   คุณสามารถสะสมคะแนน Max Point ได้ทุกครั้งเมื่อเติมน้ำมันที่ PT Station และสถานีบริการ LPG PT ทั่วประเทศ   นอกจากนี้ ยังสามารถสะสมแต้มจากร้านค้าและบริการในเครือที่ร่วมรายการได้อีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น   - พันธุ์ไทย - Coffee World - Autobacs - Max Mart - ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย   ทำให้ไม่ว่าจะเติมน้ำมัน ซื้อกาแฟ ทานอาหาร หรือใช้บริการต่างๆ ก็สามารถสะสมแต้มเอาไปแลกคะแนนได้แบบง่ายๆ   รองรับสมาชิก Max Card ทุกประเภท   ไม่ว่าคุณจะถือบัตรประเภทไหน ก็สามารถรับคะแนนสะสมได้เหมือนกันทั้งหมด ทั้ง   - Max Card Premier - Max Card Plus - Max Card Plus EV - Max Corporate - Max Fleet   ช่วยให้ทั้งผู้ใช้งานทั่วไป กลุ่มรถ EV หรือกลุ่มธุรกิจ สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และสะสมคะแนนได้ครบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน!   ใช้ Max Point แลกสิทธิพิเศษได้หลากหลาย   คะแนน Max Point สะสมเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้ คงเสียดายแย่ นำไปใช้แลกรับสิทธิพิเศษดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น   - ส่วนลดสินค้าและบริการ - ใช้แทนเงินสด - แลกของรางวัล - แลกโปรโมชั่นพิเศษ - สิทธิประโยชน์จากร้านค้าและพาร์ตเนอร์ชั้นนำ   ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ โรงแรม และไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสมาชิกโดยเฉพาะ   โอนแต้มให้กันได้ผ่านแอป   ใครเป็นบ้าง มีแต้มเหลือเพียบจนอยากแบ่งให้คนอื่นบ้าง ฟีเจอร์ “โอนแต้ม Max Point” ผ่านแอป Max Me สามารถโอนคะแนนให้เพื่อน ครอบครัว หรือโอนไปยังบัตรอื่นที่ร่วมโครงการได้ตามต้องการ ทำให้การจัดการคะแนนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยให้แต้มที่สะสมไว้แต่ไม่ได้ใช้ สามารถถูกใช้งานได้คุ้มค่ากว่าเดิม!   จัดการ E-Stamp และโอนแต้ม   อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ คือการจัดการ E-Stamp ผ่านแอป คุณสามารถ   - เช็กจำนวน E-Stamp - ดูของรางวัล - ติดตามแคมเปญสะสมแสตมป์ - แลกของรางวัลได้เอง   ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและการตั้งค่าบัญชี   ภายในแอปยังมีเมนูเกี่ยวกับ   - ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน - ระบบความปลอดภัย - การจัดการข้อมูลส่วนตัว - การลบบัญชี Max Me Wallet   ช่วยให้คุณสามารถควบคุมข้อมูลและความเป็นส่วนตัวได้ด้วยตัวเอง   ฟีเจอร์เจ๋งๆ ใน Max Me ที่หลายคนอาจยังไม่รู้     Max Me Wallet กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์     สั่งกาแฟ สั่งน้ำมัน และสั่งสินค้าได้ล่วงหน้า     เอาใจสายที่มาไวไปไว ไม่อยากรอนาน คุณสามารถใช้แอปเพื่อ   - สั่งกาแฟล่วงหน้า - สั่งน้ำมันล่วงหน้า - สั่งสินค้าจาก Max Mart   ฟีเจอร์นี้ช่วยลดเวลารอหน้าร้าน ประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ   ฟีเจอร์ “ส่งน้ำมันฉุกเฉิน”   อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์มาก คือบริการส่งน้ำมันฉุกเฉิน   ไม่ว่าจะขับอยู่ในเมือง เดินทางต่างจังหวัด หรืออยู่ในช่วงรถติดจนประเมินน้ำมันพลาด ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้ เพราะสามารถเรียกบริการผ่านระบบได้โดยตรง โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเบอร์โทรหรือหาปั๊มน้ำมันใกล้ๆ ด้วยตัวเอง   ตารางสรุปการแก้ไขปัญหาผ่านแอป Max Me   ปัญหา / สิ่งที่ต้องการทำ ฟีเจอร์ใน Max Me ใช้เพื่อ? โทร 1614 ไม่ติด / รอสายนาน เมนู "ติดต่อเรา" ส่งข้อความสอบถามหรือแจ้งปัญหาการใช้งานได้โดยตรงผ่านแอป ลืมวิธีใช้งานหรือมีคำถามทั่วไป เมนู FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยและวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยตัวเอง เช็กคะแนนสะสม เมนู Max Point ตรวจสอบคะแนนสะสมและประวัติการใช้งานได้ทันที แลกสิทธิพิเศษ / ของรางวัล เมนู Rewards / Privileges ใช้คะแนนแลกส่วนลด โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษจากพาร์ตเนอร์ เช็ก E-Stamp เมนู E-Stamp ตรวจสอบจำนวนแสตมป์และของรางวัลที่ร่วมรายการ โอนแต้มให้ผู้อื่น ฟีเจอร์โอน Max Point โอนคะแนนไปยังสมาชิกหรือบัตรที่ร่วมโครงการได้ ตรวจสอบประเภทบัตรสมาชิก เมนูบัญชีสมาชิก รองรับ Max Card Premier, Plus, Plus EV, Corporate และ Fleet ดูข้อตกลงและความปลอดภัย เมนูตั้งค่า / เงื่อนไขการใช้งาน ตรวจสอบข้อมูลด้านความปลอดภัยและเงื่อนไขการใช้งานระบบ ต้องการลบบัญชี เมนู "ลบบัญชี Max Me Wallet" สามารถดำเนินการลบบัญชีได้ด้วยตัวเองผ่านระบบ สั่งกาแฟล่วงหน้า ฟีเจอร์สั่งเครื่องดื่ม สั่งกาแฟจาก พันธุ์ไทย ล่วงหน้าผ่านแอป สั่งน้ำมันล่วงหน้า ฟีเจอร์สั่งน้ำมัน ช่วยลดเวลารอที่สถานีบริการ น้ำมันหมดระหว่างทาง ฟีเจอร์ "ส่งน้ำมันฉุกเฉิน" ขอความช่วยเหลือส่งน้ำมันฉุกเฉินผ่านระบบได้ทันที     บทสรุป: โทร 1614 ไม่ติด ก็ยังจัดการ Max Card ได้ง่ายผ่าน Max Me   เพียงเท่านี้ Call Center ไม่ติดหรือรอสายนาน จะไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป เพราะ แอป Max Me จะช่วยให้คุณจัดการแทบทุกเรื่องเกี่ยวกับ Max Card ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กคะแนน แลกสิทธิพิเศษ โอนแต้ม ติดต่อเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบ E-Stamp หรือแม้แต่ใช้บริการเสริมอย่างสั่งน้ำมันล่วงหน้าและส่งน้ำมันฉุกเฉิน ก็สามารถทำได้ผ่านมือถือเครื่องเดียว   สำหรับใครที่ใช้ Max Card เป็นประจำ ดาวน์โหลดแอป Max Me ติดเครื่องไว้เลย รับประกันว่าประหยัดทั้งเวลา ไม่ต้องรอคุยกับเจ้าหน้าที่ แถมยังสะดวกสบายแค่ปลายนิ้ว! หรือใครที่ยังไม่มีบัตร Max Card อ่านเงื่อนไขและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Max Me คอกาแฟห้ามพลาด! ซื้อ เมนูเครื่องดื่มพันธุ์ไทยล่าสุดเพื่อสะสมคะแนนได้เลย!   คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการติดต่อ Max Card และการใช้งาน Max Me   Q: โทร 1614 ไม่ติด ควรทำอย่างไร? A: หากโทร 1614 ไม่ติด หรือรอสายนาน แนะนำให้เปลี่ยนมาติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เมนู “ติดต่อเรา” ภายในแอป Max Me หรือ LINE Official @PTStation ซึ่งสะดวกและไม่ต้องเสียเวลารอสาย   Q: แอป Max Me ใช้งานฟรีไหม? A: ใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถดาวน์โหลดและสมัครสมาชิกได้ผ่านแอปโดยตรง รวมถึงสมัครได้ที่ PT Station และช่องทาง LINE Official   Q: Max Me ใช้ทำอะไรได้บ้าง? A: แอป Max Me สามารถใช้เช็กคะแนน Max Point แลกสิทธิพิเศษ โอนแต้ม ดู E-Stamp ติดต่อเจ้าหน้าที่ สั่งกาแฟ สั่งน้ำมันล่วงหน้า และใช้งาน Max Me Wallet ได้ในแอปเดียว   Q: โอนแต้ม Max Point ให้คนอื่นได้ไหม? A: ได้ ผู้ใช้งานสามารถโอนแต้ม Max Point ให้สมาชิกคนอื่นหรือบัตรที่ร่วมโครงการได้ผ่านฟีเจอร์โอนแต้มในแอป Max Me   Q: Max Me รองรับบัตร Max Card ประเภทไหนบ้าง? A: รองรับบัตรหลายประเภท เช่น Max Card Premier, Max Card Plus, Max Card Plus EV, Max Corporate และ Max Fleet   Q: หากมีปัญหาเกี่ยวกับ E-Stamp ต้องทำอย่างไร? A: สามารถตรวจสอบจำนวน E-Stamp และเงื่อนไขของรางวัลได้ผ่านแอป Max Me รวมถึงใช้เมนู FAQ หรือ “ติดต่อเรา” เพื่อแจ้งปัญหาเพิ่มเติมได้   Q: Max Me Wallet คืออะไร? A: Max Me Wallet คือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายในแอป ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานชำระค่าสินค้าและบริการได้สะดวกขึ้นผ่านมือถือ   Q: หากน้ำมันหมดระหว่างทาง ใช้ Max Me ช่วยได้ไหม? A: ได้ แอปมีฟีเจอร์ “ส่งน้ำมันฉุกเฉิน” ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันทีในกรณีน้ำมันหมดระหว่างทาง   Q: ติดต่อ PT ผ่าน LINE ได้ที่ไหน? A: สามารถติดต่อผ่าน LINE Official @PTStation เพื่อสอบถามข้อมูล ติดตามข่าวสาร และรับโปรโมชันต่างๆ ได้สะดวกผ่านแชต   แหล่งอ้างอิง:MaxMe  
อ่านต่อ
บัตร PT Max Card Plus ใหม่ ลดกาแฟ 15 บาท คุ้มกว่า 50% จริงไหม?
    บัตร PT Max Card Plus แบบใหม่ ลดกาแฟ 15 บาท คุ้มกว่าส่วนลด 50% แบบเดิมจริงมั้ย?   กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในกลุ่มคอกาแฟและสมาชิกบัตรแดง เมื่อ PT Max Card Plus ประกาศปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยเฉพาะส่วนลด "กาแฟพันธุ์ไทย" ที่เคยเป็นจุดขายหลักอย่าง "ลด 50% (10 แก้ว/เดือน)" มาเป็น "ลด 15 บาท/แก้ว (สูงสุด 50 แก้ว/เดือน)"   แน่นอนว่า หลายคนเกิดคำถามตามมาว่า "แบบนี้คือการลดสิทธิ์ลูกค้าหรือเปล่า?" แต่วันนี้เราจะมาเจาะลึกด้วยตัวเลขกันว่า ในระบบใหม่นี้ใครที่ต้อง "ทำใจ" และใครที่จะ "คุ้มจนต้องร้องขอชีวิต" ครับ   สรุปประเด็นก่อนอ่าน: บัตร PT Max Card Plus ใหม่ คุ้มกว่าเดิมจริงไหม? บัตร PT Max Card Plus ปรับระบบใหม่ (อัปเดต พฤศจิกายน 2568) โดยเปลี่ยนสิทธิ์ส่วนลดกาแฟพันธุ์ไทยจาก "ลด 50% (จำกัด 10 แก้ว/เดือน)" มาเป็น "ลด 15 บาท/แก้ว (สูงสุด 50 แก้ว/เดือน)" - หากคุณดื่มกาแฟพันธุ์ไทยมากกว่า 20 แก้วต่อเดือน ระบบใหม่จะคุ้มค่ากว่ามาก โดยประหยัดเงินได้สูงสุดถึง 9,000 บาทต่อปี - หากดื่มน้อยกว่า 10 แก้วต่อเดือน ระบบเดิมจะคุ้มค่ากว่าเพราะได้ส่วนลดต่อแก้วสูงกว่า แต่ระบบใหม่ก็ชดเชยด้วยการให้นำวงเงินไปใช้เป็นส่วนลดอื่นๆ เช่น Grab หรือ Lazada ได้ - ระบบใหม่ให้วงเงินส่วนลดรวม 13,000 บาท/ปี ซึ่งคุณสามารถเลือกปรับสัดส่วนสิทธิ์ได้เองตามไลฟ์สไตล์ แต่มีข้อควรระวังคือ เมื่อยืนยันการเลือกแพ็กเกจแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด 1 ปีเต็ม - ระบบใหม่มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยต้องเป็นเจ้าของบัตรตัวจริงเท่านั้นในการใช้สิทธิ์ ไม่สามารถแชร์บัตรหรือฝากเพื่อนซื้อได้อีกต่อไป - แม้จะมีค่าธรรมเนียมรายปี 599 บาท แต่สมาชิกสามารถใช้คะแนน Max Point 5,990 แต้ม เพื่อกดแลกสิทธิ์ต่ออายุบัตรได้ฟรีในปีถัดไป     PT Max Card Plus: ระบบเก่า vs ระบบใหม่ (อัปเดต พฤศจิกายน 2568)     เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูความแตกต่างระหว่างกติกาเดิมและกติกาใหม่กันครับ หัวข้อเปรียบเทียบ ระบบเดิม (ก่อน พ.ย. 68) ระบบใหม่ (2568 - ปัจจุบัน) สิทธิ์ส่วนลดกาแฟ ลด 50% จากราคาเต็ม ลด 15 บาท คงที่ทุกเมนู จำนวนแก้วต่อเดือน จำกัดสูงสุด 10 แก้ว สูงสุด 50 แก้ว (ปรับเพิ่มได้ตามใจ) มูลค่าส่วนลดสูงสุด/ปี ประมาณ 3,600 - 4,200 บาท สูงสุด 9,000 บาท (เฉพาะส่วนกาแฟ) ความยืดหยุ่น สิทธิ์ถูกฟิกซ์ไว้ เปลี่ยนไม่ได้ เลือกสัดส่วนเองได้ (วงเงินรวม 13,000 บาท) การใช้งานสมาชิก แชร์บัตรกันได้ (ไม่เคร่งครัด) ยืนยันตัวตนเข้มงวด (เจ้าของบัตรเท่านั้น)     เปรียบเทียบส่วนลดกาแฟพันธุ์ไทย: บัตรแดง PT แบบใหม่ ใครคุ้มกว่ากัน?     บัตร PT Max Card Plus ปรับระบบใหม่ (อัปเดต พฤศจิกายน 2568) โดยเปลี่ยนสิทธิ์ส่วนลดกาแฟพันธุ์ไทยจาก "ลด 50% (จำกัด 10 แก้ว/เดือน)" มาเป็น "ลด 15 บาท/แก้ว (สูงสุด 50 แก้ว/เดือน)" สมมติว่าคุณดื่มเมนูยอดฮิตอย่าง "พันธุ์ไทย อเมริกาโน่เย็น" (ราคา 60 บาท)   - ระบบเดิม (ลด 50%): คุณจะประหยัดได้ 30 บาทต่อแก้ว แต่คุณทำได้แค่ 10 ครั้งต่อเดือน เท่ากับประหยัดไป 300 บาท - ระบบใหม่ (ลด 15 บาท): คุณจะประหยัดได้น้อยลงต่อแก้ว แต่คุณทำได้ถึง 50 ครั้งต่อเดือน!   ตารางคำนวณส่วนลดตามจำนวนการดื่ม   จำนวนแก้วที่ดื่ม/เดือน ส่วนลดรวม (ระบบเดิม 50%) ส่วนลดรวม (ระบบใหม่ 15.-) ผู้ชนะ 1 แก้ว 30 บาท 15 บาท ระบบเดิม 5 แก้ว 150 บาท 75 บาท ระบบเดิม 10 แก้ว 300 บาท 150 บาท ระบบเดิม 20 แก้ว 300 บาท (สิทธิ์หมด) 300 บาท เสมอ 30 แก้ว 300 บาท 450 บาท ระบบใหม่ 50 แก้ว 300 บาท 750 บาท ระบบใหม่(คุ้มกว่า 2.5 เท่า!)   สรุป: - หากคุณคือคอกาแฟตัวจริงที่ดื่มกาแฟเกือบทุกวัน (วันละแก้ว หรือเดือนละ 20 แก้วขึ้นไป) ระบบใหม่จะช่วยคุณประหยัดเงินได้มากกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า! - หากคุณดื่มน้อยกว่า 10 แก้วต่อเดือน ระบบใหม่ลดสิทธิ์ลงจริง แต่คุณยังสามารถนำวงเงินไปใช้ส่วนลดอื่นๆ เช่น Grab หรือ Lazada ให้คุ้มค่าแทนได้     กฎสำคัญที่สมาชิกบัตรต้องรู้ สำหรับการเลือก และสิทธิ์วงเงิน 13,000 บาท   แม้ว่าระบบใหม่เน้นความยืดหยุ่นภายใต้คอนเซปต์ "จัดคุ้มตามชอบ" แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ผู้ใช้งานเกิน 90% มักมองข้าม   1. วงเงินไม่ใช่เงินสด: 13,000 บาท คือ "มูลค่าส่วนลดรวมสูงสุด" ที่คุณจะได้รับจากทุกบริการในเครือ PT ตลอด 1 ปี หากคุณต้องการส่วนลดกาแฟ 50 แก้ว คุณต้องโยกวงเงินจากส่วนอื่น (เช่น ส่วนลดน้ำมัน หรือ ส่วนลด Max Mart) มาไว้ที่กาแฟพันธุ์ไทย   2. กฎ "เลือกแล้วเปลี่ยนไม่ได้": เมื่อคุณสมัครหรือต่ออายุบัตร ระบบจะให้คุณจัดสัดส่วนสิทธิ์ (เช่น เอากาแฟเยอะ เอาน้ำมันน้อย) หากคุณกดยืนยันแล้ว คุณต้องใช้แพ็กเกจนั้นไปตลอด 1 ปีเต็ม ไม่สามารถเปลี่ยนระหว่างทางได้   3. การยืนยันตัวตน (KYC): เพื่อป้องกันมิจฉาชีพและคุ้มครองคะแนนสะสม ระบบใหม่พนักงานจะขอตรวจสอบชื่อเจ้าของบัตร (ผ่านแอป Max Me หรือบัตรประชาชน) ดังนั้น "การฝากบัตรเพื่อนมาซื้อ" อาจทำไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนครับ       วิธีจัดแพ็กเกจสิทธิ์ Max Card Plus ให้ได้ส่วนลดกาแฟสูงสุด 50 แก้ว   หากคุณคือแฟนพันธุ์ไทยที่เข้าสาขาทุกเช้า นี่คือสูตรการตั้งค่าที่แนะนำ:   1. เข้าแอป Max Me เลือกเมนูจัดการสิทธิ์บัตร Max Card Plus (ดาวน์โหลดแอป Max Me เพื่อจัดการสิทธิ์ที่นี่) 2. เลือกแพ็กเกจ "จัดคุ้มตามชอบ" 3. ปรับแถบ "กาแฟพันธุ์ไทย" ไปที่ระดับสูงสุด (50 แก้ว) 4. ลดแถบส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น ส่วนลดก๊าซหุงต้ม หรือ น้ำมันเชื้อเพลิง ให้สมดุลกับไลฟ์สไตล์ 5. ตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดยืนยัน เพราะสิทธิ์นี้จะอยู่กับคุณไปตลอดปี!   ทริคไม่ลับ! ต่ออายุบัตรฟรี ไม่ต้องจ่าย 599 บาท   หลายคนกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี 599 บาท แต่รู้หรือไม่ว่าระบบใหม่นี้มีทางออกให้สายสะสมแต้ม! คุณสามารถใช้คะแนน Max Point จำนวน 5,990 แต้ม เพื่อกดแลกสิทธิ์ "ต่ออายุบัตร Max Card Plus ฟรี” ในปีถัดไปได้ทันทีผ่านแอป Max Me เท่ากับว่าถ้าคุณใช้จ่ายสม่ำเสมอ คุณแทบไม่ต้องควักเงินจ่ายค่าบัตรเลยสักบาทเดียว   คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิทธิ์กาแฟพันธุ์ไทยแบบใหม่   Q: บัตร PT Max Card Plus ระบบใหม่ กาแฟพันธุ์ไทย ลดกี่บาท? A: ระบบใหม่ให้ส่วนลดกาแฟพันธุ์ไทย 15 บาทต่อแก้ว โดยสมาชิกสามารถเลือกรับสิทธิ์ได้สูงสุดถึง 50 แก้วต่อเดือน ขึ้นอยู่กับการจัดสัดส่วนสิทธิประโยชน์ในแอป Max Me   Q: ทำไมส่วนลดกาแฟ 50% ถึงหายไป? A: PT ปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยขยายจำนวนแก้วที่ได้รับสิทธิ์จาก 10 แก้ว เป็น 50 แก้ว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Heavy User ที่ใช้บริการเป็นประจำทุกวัน   Q: สมาชิกบัตร Max Card ธรรมดา (บัตรเขียว) ได้ส่วนลดไหม? A: บัตรสมาชิกทั่วไป (สีเขียว) จะไม่ได้ส่วนลดเงินสดทันทีเหมือนบัตรแดง (Max Card Plus) แต่จะได้รับคะแนนสะสม Max Point 1 แต้ม ทุกๆ การใช้จ่าย 20 บาท แทน   Q: ใช้บัตรเพื่อน หรือ บัตรคนในครอบครัวสั่งกาแฟได้ไหม? A: ไม่ได้ครับ ระบบใหม่เน้นความปลอดภัยและการยืนยันตัวตน (KYC) พนักงานหน้าร้านจะตรวจสอบชื่อเจ้าของบัตรให้ตรงกับผู้ใช้สิทธิ์เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์   Q: สมัคร PT Max Card Plus ได้ที่ไหนบ้าง? A: สมัครได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ (1) แอป Max Me (เร็วที่สุด) (2) สถานีบริการ PT ทุกแห่ง (3) เว็บไซต์ PTG Energy ค่าสมัครแรก 599 บาท/ปี หรือต่ออายุฟรีด้วย Max Point 5,990 แต้ม   Q: PT Max Card Plus ต่างจาก Max Card (บัตรสีเขียว) อย่างไร? A: Max Card เป็นบัตรสมาชิกทั่วไป ไม่มีค่าสมัคร สะสม Max Point 1 แต้ม/20 บาท แต่ไม่มีสิทธิ์ลดกาแฟ PT Max Card Plus (สีแดง) เป็นบัตรระดับ Premium มีค่ารายปี 599 บาท แต่ได้สิทธิ์ลดกาแฟพันธุ์ไทย น้ำมัน และอื่นๆ ในเครือ PT   Q: บัตร PT Max Card Plus มีสิทธิ์อะไรอีกนอกจากส่วนลดกาแฟ?   A: นอกจากส่วนลดกาแฟพันธุ์ไทย ยังได้เลือกจัดส่วนลดอื่นๆ จากวงเงิน 13,000 บาท/ปี เช่น ลดน้ำมัน 1.00 บาท/ลิตร ลดน้ำมันเครื่อง ลดสินค้า Max Mart และสิทธิ์ Grab หรือ Lazada โดยสามารถใช้คะแนนสะสม Max Point แลกแต้มเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย   บทสรุป: บัตรแดง PT โฉมใหม่ ยังน่าสมัครอยู่ไหม?   แม้ส่วนลดต่อแก้วจะดูน้อยลงจนเกิดดราม่าในช่วงแรก แต่เมื่อพิจารณาจากจำนวนแก้วที่เพิ่มขึ้นถึง 50 แก้ว และวงเงินรวม 13,000 บาทที่ครอบคลุมทั้งเรื่องกิน (Grab), เรื่องช้อป (Lazada/Max Mart) และเรื่องรถ บัตร PT Max Card Plus ยังคงเป็นบัตรสมาชิกที่ "ทรงพลัง" ที่สุดสำหรับคนดื่มกาแฟพันธุ์ไทย   แน่นอนว่า: ถ้าคุณดื่มกาแฟเกินเดือนละ 20 แก้ว หรือใช้บริการเครือ PT เป็นประจำ "สมัครเลย คุ้มกว่าเดิมฟันธง!"   ยังไม่มีบัตรแดง? คลิกสมัคร PT Max Card Plus ที่นี่ หรือเช็ค เมนูเครื่องดื่มพันธุ์ไทย ล่าสุดเพื่อเตรียมใช้สิทธิ์ได้เลย!     แหล่งอ้างอิง: ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ PT Max Card Plus ฉบับปรับปรุงธันวาคม 2568 และข้อมูลจากแอป Max Me อัปเดตล่าสุด พฤศจิกายน 2568 หากเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง สามารถตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดได้ที่ Max Me > จัดการสิทธิ์บัตร > PT Max Card Plus
อ่านต่อ
13 ปี พันธุ์ไทย ช่วงเวลาแห่ง ‘ความโชคดี’ ที่อยากส่งต่อให้ทุกคน
🫶🏻 13 ปี พันธุ์ไทย ช่วงเวลาแห่ง ‘ความโชคดี’ ที่อยากส่งต่อให้ทุกคน 🫶🏻 . อย่างที่เพื่อนๆ หลายคนรู้ว่าพันธุ์ไทยคือส่วนหนึ่งของครอบครัว PTG ที่เริ่มต้นสาขาแรกในปั๊ม เพราะนอกจากจะเติมน้ำมันให้กับรถแล้ว พี่ไทก็อยากเติมความสดชื่นให้กับคนขับและผู้โดยสารที่แวะเวียนเข้ามาด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พันธุ์ไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว . ความสดชื่นจากเครื่องดื่มไม่ใช่แค่อย่างเดียวที่ทำให้พันธุ์ไทยเดินทางมาถึงทุกวันนี้ เพราะอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือสังคมไทยที่เป็นแรงผลักดันของเราเสมอมา ทั้งพี่ๆ น้องๆ เกษตรกร บริษัทคู่ค้า บาริสต้า พนักงาน หรือแม้กระทั่งเพื่อนๆ ที่คอยสร้างสรรค์เมนูสุดครีเอตให้พี่ไทจนกลายเป็นไวรัลไปหลายต่อหลายครั้ง . ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่พันธุ์ไทยตั้งใจตอบแทนสังคมด้วยโปรเจกต์น้อยใหญ่ของเรามาอย่างต่อเนื่อง ให้สมกับที่ทุกคนร่วมทางกับพี่ไทมาตลอด และต่อไปนี้คือ 7 เรื่องราวดีๆ ที่เราเคยแบ่งปันร่วมกันตลอด 13 ปีที่ผ่านมา 🤎 . 1️⃣ ‘พันธุ์ไทยวัยเก๋า’ ในยุคที่เรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย พี่ไทเชื่อว่าการให้ความสำคัญกับศักยภาพของแรงงานรุ่นเก๋าคือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง พันธุ์ไทยจึงเปิดรับบาริสต้ารุ่นใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป โดยไม่จำกัดเพศ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ตลอดจนการเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ แล้ว พี่ๆ บาริสต้าวัยเก๋ายังยืนยันว่าการได้มีอาชีพในวัยนี้คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง และภูมิใจกับการได้ออกจากบ้านมาทำงานในทุกๆ วันอีกด้วย . 2️⃣ ‘บาริสต้าน้อย’ มีบาริสต้าซีเนียร์แล้วก็ต้องมีบาริสต้าจูเนียร์ด้วย! พันธุ์ไทยจับมือกับโรงเรียนหอวังปลุกปั้น ‘ศูนย์ฝึกทักษะอาชีพโรงเรียนหอวัง’ เปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนในหลักสูตรการงานอาชีพ รายวิชาธุรกิจศึกษาและวิชาการเงิน เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนได้ค้นหาตัวเองและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการลงมือทำจริง โดยมีพี่เลี้ยงบาริสต้าพันธุ์ไทยคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การชงเครื่องดื่ม การบริการ ไปจนถึงระบบการจัดการสินค้า และการบริหารภาพรวมภายในร้านอีกด้วย . 3️⃣ ‘ช่วยช้างประสบภัยน้ำท่วม’ เมื่อได้รับทราบข่าวน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2567 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนและสัตว์ป่าในพื้นที่มากมาย พันธุ์ไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเสียหาย ด้วยการบริจาคอาหารและของใช้จำเป็นสำหรับช้างและสัตว์ต่างๆ ที่ประสบอุทกภัย มูลค่ารวม 200,000 บาท ผ่านทางมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ . 4️⃣ ‘ข้าวขาวคาร์บอนต่ำ’ พันธุ์ไทยสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ที่หันมาปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเริ่มต้นจากการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ไปจนถึงระบบการจัดการน้ำและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างคุ้มค่า ในวาระครบรอบ 13 ปีพันธุ์ไทย พันธุ์ไทยจึงขอส่งต่อความตั้งใจของครอบครัวชาวนาไทย ไปพร้อมๆ กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการมอบข้าวขาวคาร์บอนต่ำ จากผืนนาใน จ.กำแพงเพชร แทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนพันธุ์ไทย  ตลอดเดือนกันยายน 2568 นี้! . 5️⃣ ‘1 แก้ว 1 การให้กำลังใจฮีโร่’ ขณะที่สถานการณ์ชายแดนที่อ่อนไหวจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา พี่ไทชวนเพื่อนๆ ส่งกำลังใจให้ทหารชายแดนผ่านการสั่งซื้อกาแฟเมนู ‘สามทหารเสือ’ โดยทุกการสั่งซื้อ 1 แก้ว จะได้มีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน 5 บาท เพื่อนำไปสนับสนุนค่ารักษาพยาบาล จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาให้กับผู้ป่วยทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ . 6️⃣ ‘บริจาคเลือดช่วยชายแดน’ นอกเหนือจากแรงสนับสนุนด้านทุนทรัพย์แล้ว เลือดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับกระบวนการทางการแพทย์ พี่ไทจึงขอมอบเครื่องดื่มเติมความสดชื่นให้แก่ผู้บริจาคเลือด โดยสามารถรับฟรีได้ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, สาขาวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และสาขาองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ตลอดเดือนสิงหาคม 2568 . 7️⃣ ‘รับซื้อน้ำนมจากสหกรณ์ฟาร์มโคนมไทย’ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำนมดิบล้นตลาดจนราคานมตกต่ำในปี 2568 พี่ไทขอเป็นอีกหนึ่งแรงในการช่วยรับซื้อนมโคพาสเจอร์ไรซ์จากสหกรณ์ฟาร์มโคนมไทย ในราคายุติธรรม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยหลายพันครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ และในระยะยาวยังสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง รวมถึงสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน . ☕️ 13 ปีที่ผ่านมาคือช่วงเวลาแห่ง ‘ความโชคดี’ ที่พันธุ์ไทยได้ร่วมทางกับทุกคน และพี่ไทก็เชื่อว่าความโชคดีนี้คือสิ่งที่เราสามารถแบ่งปันกันได้ ไม่ใช่แค่ 7 โปรเจกต์ที่กล่าวถึงในโพสต์นี้ แต่พี่ไทจะมุ่งมั่นส่งต่อความตั้งใจดีๆ ให้แก่สังคมไทยต่อไปแน่นอน อย่าลืมรอติดตามกันนะ!   #13thAnniversaryLuckyNumber #19กันยานี้13ปีแล้วนะ #พันธุ์ไทยโชคดีที่ได้ร่วมทางกับคนไทย
อ่านต่อ
มือใหม่ก็ดริปได้! แชร์วิธีดริปกาแฟยังไงให้อร่อยเหมือนมีบาริสต้าส่วนตัว
มือใหม่ก็ดริปได้! แชร์วิธีดริปกาแฟยังไงให้อร่อยเหมือนมีบาริสต้าส่วนตัว   สำหรับใครที่เป็นคอกาแฟ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “การดริปกาแฟ” เพราะการดริปกาแฟ ถือเป็นกรรมวิธีชงกาแฟยอดนิยมสายสโลว์ไลฟ์ นอกจากจะต้องใช้ความใจเย็นแล้ว ยังต้องใช้ความพิถีพิถันมากกว่าการชงกาแฟแบบทั่วไป วันนี้พันธุ์ไทยจะพามาทำความรู้จักการดริปกาแฟ เริ่มตั้งแต่อุปกรณ์การดริป วิธีการดริปกาแฟแบบละเอียด ไปจนถึงทริคการดริปกาแฟขั้นเทพ ให้เหมือนมีบาริสต้ามาชงให้ยังไงยังงั้น   การดริปกาแฟคืออะไร   การดริปกาแฟ เป็นวิธีการชงกาแฟผ่านตัวกรองแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งต้องใช้ความพิถีพิถันและตั้งใจในแต่ละขั้นตอน ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความรีบเร่ง แต่รักการดื่มด่ำกาแฟอย่างช้าๆ สัมผัสกลิ่นและรสชาติอย่างละเอียดลออ   ดริปกาแฟจึงถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์ดึงดูดใจคนรักกาแฟสายชิลล์ที่ชื่นชอบความบริสุทธิ์ของกาแฟ โดยไม่ต้องการการปรุงแต่งมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับกลิ่นหอมธรรมชาติและรสชาติดั้งเดิมของเมล็ดกาแฟเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด   การดริปกาแฟมอบสัมผัสที่แท้จริงของกาแฟแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งมีความหลากหลายอย่างมหาศาลจากแหล่งปลูกนานาทวีปทั่วโลก โดยแต่ละแหล่งปลูกก็จะมีรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น หากชอบกาแฟรสเปรี้ยวผสมกลิ่นผลไม้ ก็เลือกพันธุ์อาราบิกาจากเอธิโอเปีย แต่ถ้าชอบรสนัทตี้ผสมช็อกโกแลต ก็ต้องเป็นอาราบิกาจากบราซิล ซึ่งพันธุ์ไทยได้รวบรวมสินค้าเมื่อชงด้วยวิธีดริป รสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัวเหล่านี้จะถูกสกัดออกมาได้อย่างชัดเจนมากกว่ากาแฟเมนูอื่นๆ   ดริปกาแฟจึงไม่ใช่แค่รสขมเข้ม แต่เป็นการเปิดประสบการณ์การดื่มกาแฟใหม่ให้คุณได้สัมผัสรสชาติอร่อยละมุนลิ้น เสมือนหนึ่งกำลังจิบไวน์หรือน้ำผลไม้เกรดพรีเมียม ทำให้การดื่มกาแฟกลายเป็นกิจวัตรอันน่าเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวัน     อุปกรณ์สำหรับดริปกาแฟ   1. เครื่องบดกาแฟ (Coffee Grinder)   เครื่องบดกาแฟแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ บดแบบหมุนด้วยมือและบดแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้า   Blade Grinder   เป็นเครื่องบดกาแฟประเภทหนึ่งที่มีทั้งแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและแบบหมุนด้วยมือ โดยจุดเด่นของเครื่องบดแบบนี้คือราคาที่ถูก พกพาสะดวก และทำความสะอาดง่าย   อย่างไรก็ตาม ข้อเสียหลักของ Blade Grinder คือการบดที่ไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากใบมีดจะตัดหรือบดเมล็ดกาแฟอย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้ได้ผงกาแฟที่มีขนาดผสมปนเปกันไปหมด ทั้งละเอียด หยาบ และขนาดกลาง ซึ่งความไม่สม่ำเสมอนี้อาจส่งผลต่อกลิ่นหอมและรสชาติของกาแฟ ทำให้รสชาติเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จางหรือเข้มขึ้นในทางที่ไม่ควรเป็น   Conical Burr Grinder   จุดเด่นของเครื่องบดชนิดนี้ คือ การบดที่สามารถควบคุมความละเอียดของผงกาแฟได้อย่างแม่นยำ ด้วยการใช้เฟืองบดแบบโคนิคัลสองชิ้น ซึ่งอาจเป็นวัสดุเซรามิกหรือโลหะก็ได้ ช่วยบดให้ได้ผงกาแฟที่มีขนาดละเอียดสม่ำเสมอกัน   เครื่องบดประเภทนี้มีทั้งแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและแบบหมุนด้วยมือ ตัวเลือกที่หลากหลายเหมาะสำหรับความต้องการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือคุณสามารถปรับความละเอียดของผงกาแฟตามที่ต้องการได้   2. ดริปเปอร์และฟิลเตอร์กาแฟ (Dripper)   ดริปเปอร์ คือ ภาชนะส่วนบน ลักษณะคล้ายแก้วใช้สำหรับใส่กาแฟเพื่อดริป ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ได้แก่   - เคมี้กซ์ (Chemex): เป็นดริปเปอร์ที่มีรูปทรงคล้ายกรวยแหลมด้านล่าง โดยมีปลายทะลุเป็นรูกว้าง และตัวกรวยเอียงทำมุม 60 องศา ซึ่งเป็นมุมที่เหมาะสมในการสกัดกาแฟ เพื่อให้ได้รสชาติดั้งเดิมของเมล็ดกาแฟอย่างครบถ้วน   - ดริปเปอร์ทรงกรวยตัด หรือทรงคางหมู (Trapezoid): ดริปเปอร์แบบนี้จะมีลักษณะคล้ายกรวยปากแตร แต่ส่วนปลายจะถูกตัดให้เหลือเพียงรูระบายน้ำขนาดเล็กประมาณ 1-3 รูเท่านั้น รูขนาดจิ๋วนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดควบคุมอัตราการไหลของน้ำร้อนลงสู่ผงกาแฟบด ทำให้น้ำค่อยๆ แทรกซึมและไหลผ่านอย่างช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ   - ทรงกระบอก หรือตะกร้า (Cylindrical Shape Dripper or Basket Shape): ดริปเปอร์แบบนี้จะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกกลม หรือแบบหยักคล้ายตะกร้า โดยที่ปลายล่างจะมีรูระบายน้ำขนาดเล็กประมาณ 3 รู เพื่อควบคุมอัตราการไหลของน้ำร้อน แตกต่างจากทรงคางหมูที่มีรูเพียงรูเดียว จุดเด่นของดริปเปอร์ทรงกระบอก/ตะกร้า คือการที่ไม่มีที่พักน้ำค้างอยู่ภายในตัวดริปเปอร์ ทำให้สามารถควบคุมการไหลของน้ำร้อนผ่านผงกาแฟบดได้ง่ายขึ้น   3. กระดาษกรอง (Paper Filter)   กระดาษฟิลเตอร์ หรือกระดาษกรองมีให้เลือกทั้งหมด 3 ประเภท โดยให้เลือกใช้ตามลักษณะของดริปเปอร์   - กระดาษฟิลเตอร์ทรงกรวยปลายแหลม ใช้กับดริปเปอร์ทรงกรวย - กระดาษฟิลเตอร์ทรงกรวยก้นตัด ใช้กับดริปเปอร์ทรงกรวยตัด (ทรงคางหมู) - กระดาษฟิลเตอร์ทรงดอกไม้ (แบบหยัก) ใช้กับดริปเปอร์ทรงกระบอก หรือตะกร้า   4. ถ้วยหรือกาน้ำกาแฟ   กาน้ำที่ใช้สำหรับดริปกาแฟ จะต้องมีคอของกาที่มีลักษณะเรียวยาว โค้งมน และปลายแหลม เพื่อง่ายต่อการเท อีกทั้งยังสามารถควบคุมน้ำหนักและความช้าเร็วได้รินได้อีกด้วย   5. เครื่องชั่งและบีกเกอร์   เครื่องชั่งมีไว้สำหรับวัดปริมาณน้ำกาแฟที่ผ่านกระบวนการดริปมาแล้ว ให้ได้กาแฟดริปที่มอบรสชาติเข้มเต็มรสกาแฟ   6. โถรองดริป (Server)   โถรองดริปมักจะมีรูปทรงคล้ายเหยือกน้ำ ทำจากวัสดุแก้วใส เพื่อให้เราสามารถมองเห็นสีและความสวยงามของกาแฟที่หยดลงมาสู่โถได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ แก้วยังมีคุณสมบัติในการรักษาความร้อนของน้ำกาแฟได้เป็นอย่างดี ช่วยคงรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟให้คงอยู่ได้นานขึ้น     การเลือกและเตรียมเมล็ดกาแฟ   1. ประเภทของเมล็ดกาแฟ   เลือกใช้เมล็ดกาแฟคั่วกลางหรือคั่วเข้ม ปริมาณเมล็ดกาแฟประมาณ 15-18 กรัม ต่อน้ำ 240 มิลลิลิตร บดด้วยเครื่องบดกาแฟให้ละเอียดพอสมควร อนุภาคไม่ควรบดละเอียดจนเกินไป   2. อัตราส่วนปริมาณกาแฟต่อน้ำ   โดยปกติการดริปกาแฟนั้น จะใช้กาแฟต่อน้ำในอัตราส่วน 1:15 กรัม อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนนี้ไม่ใช่กฎเหล็กที่ตายตัว เนื่องจากสามารถปรับลดหรือเพิ่มได้ตามรสชาติที่ต้องการ หากต้องการดื่มกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้น ให้ใช้น้ำในอัตราส่วนที่น้อยลง แต่หากอยากดื่มกาแฟที่มีรสชาติอ่อนกว่า สัมผัสเบา ๆ ให้เพิ่มอัตราส่วนของน้ำขึ้น ประมาณ 1:17 กรัมจะเหมาะสม   อุณหภูมิของน้ำ   อุณหภูมิของน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ ควรเลือกใช้กาดริป (Drip Kettle) ที่มีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ หรือซื้ออุปกรณ์วัดอุณหภูมิแยกต่างหากเพื่อวัดอุณหภูมิของน้ำก่อนดริปกาแฟ โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 92 - 94 องศาเซลเซียส น้ำที่ร้อนจนเกินไปจะทำให้กาแฟมีรสชาติเข้มขึ้น   การเทน้ำและระยะเวลา   นี่เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องหมั่นฝึกฝนและใช้ประสบการณ์ การเทน้ำอย่างมั่นคง ค่อยๆ เทและวนไปให้ทั่วผงกาแฟที่อยู่ภายในดริปเปอร์ มี 2 ความเร็วด้วยกัน ได้แก่   - น้ำไหลช้า หมายถึงใช้เวลาในการสกัดกาแฟนาน ทำให้กาแฟที่ได้มีรสเข้มขมมากกว่าปกติ - น้ำไหลเร็ว หมายถึงใช้เวลาในการสกัดที่เร็วเกินไป ทำให้ได้กาแฟที่มีรสชาติอ่อนๆ ใสๆ แต่มีรสเปรี้ยวที่โดดเด่น     วิธีการดริปกาแฟอย่างละเอียดและทริคการดริปขั้นเทพ   1. บดเมล็ดกาแฟ 20 กรัม ให้มีความละเอียดเท่ากับน้ำตาลทรายขาว 2. เตรียมน้ำร้อนปริมาณ 240 กรัม ตามอัตรส่วน 1:12 3. วางกระดาษกรองในที่ดริป แล้วรินน้ำร้อนผ่านเพื่อปรับอุณหภูมิอุปกรณ์ 4. นำเมล็ดกาแฟบดที่เตรียมไว้ใส่ในกระดาษกรอง 5. เทน้ำร้อนประมาณ 3 รอบในปริมาณที่พอเปียกกาแฟทั่วถ้วย   ช่วงแรก Pre-infusion: - รินน้ำจากกาลงบนผงกาแฟตรงกลาง แล้ววนออกด้านนอก ให้ผงกาแฟชุ่มน้ำ - ค่อยๆ หยดน้ำ และเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ - ใช้เวลาประมาณ 30-45 วินาทีแรก โดยน้ำจะยังไม่ค่อยไหลจากตัวกรอง   ช่วงกลาง: - เร่งความเร็วและแรงในการเทน้ำให้ได้ปริมาณน้ำมากที่สุด - น้ำกาแฟบนดริปเปอร์จะเป็นสีน้ำตาลทอง - ค่อยๆ หยดจนน้ำกาแฟที่ได้เริ่มเจือจางลง น้ำจะไหลเร็วขึ้น - ช่วงนี้ใช้น้ำประมาณ 150 มิลลิลิตร หรือจนถึงนาทีที่ 2   ช่วงท้าย: - เบามือลง หยดน้ำช้าๆ จนครบปริมาณ - สีน้ำกาแฟจะค่อยๆ เจือจางและใสขึ้น - ช่วงนี้อยู่ประมาณนาทีที่ 2-3 - ค่อยๆ เทน้ำร้อนลงไปทีละน้อย โดยเริ่มจากขอบวนเข้าหากลางในลักษณะวงกลม - ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีทั้งหมด 3 ช่วง ในการดริปจนหมดถ้วย เมื่อกาแฟไหลออกหมดแล้วก็สามารถรินสิ่งค้างใต้กรองด้วยน้ำร้อนได้   เทคนิคการดริปที่ถูกวิธี   - ควบคุมอุณหภูมิน้ำร้อนให้อยู่ระหว่าง 92-96 องศาเซลเซียส - การเทน้ำแบบเป็นวงกลมและสม่ำเสมอ จะทำให้น้ำกระจายตัวได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น - ยิ่งเทน้ำลงลงตรงไหน กาแฟส่วนนั้นก็จะโดนสกัดออกมามากที่สุด ดังนั้นจึงควรเทให้เท่าๆ กัน - ไม่ควรเขย่าหรือกดกาแฟในระหว่างดริป - หลังดริปเสร็จแล้ว ควรรินเศษกากด้านล่างออกให้หมด   เคล็ดลับและข้อควรระวังในการดริป   - ควรใช้น้ำร้อนที่สะอาด ไม่มีกลิ่นหรือรสชาติแปลกปลอม - ปรับปริมาณน้ำและกาแฟให้เหมาะสมตามรสนิยมของตน - น้ำยิ่งร้อนยิ่งสกัดกาแฟออกมาได้เยอะ - คอยสังเกตเวลาและปริมาณในการดริป หากใช้เวลานานเกินไปกาแฟจะมีรสเปรี้ยว - ทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้มีคราบกาแฟค้างที่อาจทำให้รสชาติเปลี่ยนไป - ฝึกฝนบ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ เทคนิคการดริปมีผลต่อรสชาติกาแฟมาก   ชวนให้ลองกาแฟดริปของพันธุ์ไทย 4 รสชาติ!     พันธุ์ไทยขอเชิญชวนให้เหล่าคอกาแฟดริป มาดื่มด่ำกับกาแฟอาราบิก้ากัน เพียงแค่ดริปกาแฟแบบง่ายๆ ที่บ้าน ก็จะได้สัมผัสกับรสชาติของกาแฟดริปพันธุ์ไทย x ดอยตุง กาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ภายใต้โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เบลนด์พิเศษเพื่อพันธุ์ไทย จนได้รสชาติและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ชุดดริปกาแฟมือใหม่ มีทั้งหมด 4 รสชาติ ได้แก่   1. Dark Wood   กาแฟดริปจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วระดับเข้มที่เต็มไปด้วยรสชาติที่ชวนค้นหา จุดเด่นของมันก็คือรสชาติโทนดาร์กช็อกโกแลต เข้ม แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายโทนนัตตี้ และน้ำตาลทรายแดง เปรียบเสมือนการเดินทางในป่ายามค่ำคืน   2. Cedar Forest   กาแฟดริปจากกาแฟอาราบิก้าคั่วระดับกลาง ให้กลิ่นอายความสดชื่นของใบสนและสมุนไพร แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเป็นช็อกโกแลต และน้ำตาลทรายแดง เปรียบเสมือนการเดินทางในป่าสนอันเขียวขจี   3. Tropical Fresh   กาแฟดริปจากกาแฟอาราบิก้าคั่วระดับกลาง ให้รสชาติหวาน ชุ่มฉ่ำคล้ายน้ำผลไม้ ซึ่งให้รสชาติของผลพลัม และความหวานจากคาราเมลที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เพิ่มความสดชื่นในการดื่มด่ำกาแฟ เปรียบเสมือนการเดินทางในป่าฝนที่อุดมสมบูรณ์   4. Creamy Hills   กาแฟดริปจากกาแฟอาราบิก้าคั่วระดับกลางถึงเข้มที่มีรสสัมผัสนุ่มนวลชวนฝัน มีกลิ่นอายอัลมอนด์ คาราเมล ใครที่ชอบอัลมอนด์ถูกใจสิ่งนี้ เมื่อดื่มไปแล้วจะให้ความรู้สีกที่เบา สบาย เปรียบเสมือนการเดินทางบนเนินเขาที่อบอุ่น   พอรู้วิธีดริปกาแฟแบบละเอียดกันแล้ว ก็อยากหาซื้อกาแฟมาดริปที่บ้านเลยใช่ไหมล่ะ พันธุ์ไทยมีทั้งเมล็ดกาแฟคั่วและชุดกาแฟดริปแบบสำเร็จรูป ไม่ต้องยุ่งยากในการดริป เพียงแค่มีกาน้ำร้อนและแก้วน้ำ คุณก็สามารถดริปกาแฟดื่มเองได้ที่บ้าน แบบไม่ต้องเดินทางไปคาเฟ่อีกต่อไป สามารถดูรายละเอียดสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์พันธุ์ไทยและสามารถสั่งในแอปเดลิเวอรีได้แล้ววันนี้!   อ้างอิง: - วิธีการดริปกาแฟ (Drip Coffee) ศิลปะบนกาแฟ | Nestle Dolce Gusto - กาแฟดริป (Drip Coffee) เมนูชูโรง ตามต้นตำหรับคอกาแฟ - เจาะลึกกาแฟดริป (Drip Coffee) ฉบับเริ่มต้นทำตามได้ step by step!
อ่านต่อ
แจกพิกัด 10 ที่เที่ยวหน้าร้อนใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องไปไกล ชิวได้ไม่ต้องค้างคืน
แจกพิกัด 10 ที่เที่ยวหน้าร้อนใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องไปไกล ชิลได้ไม่ต้องค้างคืน   วันสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว แต่ยังไม่มีแพลนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีที่ใกล้กรุงเทพฯ เพราะไม่อยากค้างคืน พันธุ์ไทยนอกจะมีเครื่องดื่มสดชื่นๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว เรายังขอเสนอ 10 ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ฉบับวันเดย์ทริปในหน้าร้อน ที่ไม่ต้องเดินทางไปไกลก็สนุกได้ ไปเช็คอินตามลิสต์นี้กันเลย!   10 ที่เที่ยวหน้าร้อนใกล้กรุงเทพฯ ซัมเมอร์นี้ห้ามพลาด     1. เกาะแสมสาร ชลบุรี   หากพูดถึงเกาะขาม ในสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ชื่อของเกาะแสมสารก็จะตามมาด้วยตลอด เกาะแสมสาร เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เชิงธรรมชาติที่งดงามและได้รับความนิยม เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่สวยงาม น้ำทะเลใสสะอาด ปะการังที่มีสภาพดี ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามและได้ใกล้ชิดกับความมหัศจรรย์ใต้ท้องทะเลได้อย่างเต็มที่   บนเกาะแสมสารนั้นมีหาดทรายที่สามารถลงเล่นน้ำและดำน้ำชมปะการังได้ถึง 2 แห่งด้วยกัน ได้แก่ หาดเทียนและหาดลูกลม ซึ่งมีความงดงามแตกต่างกันไป นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับการนั่งเรือท้องกระจกเพื่อชมปะการังและฝูงปลาหลากหลายสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้อีกด้วย การเดินทางมาเที่ยวเกาะแสมสารจึงเป็นโอกาสอันดีในการได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติทางทะเล พร้อมทั้งได้พักผ่อนและผ่อนคลายอย่างแท้จริง     2. บางกระเจ้า สมุทรปราการ   สายธรรมชาติถูกใจสิ่งนี้ “บางกระเจ้า” เป็นที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แบบธรรมชาติ เพราะเป็นแหล่งพื้นที่สีเขียวที่สำคัญและเปรียบเสมือนปอดกลางใจกรุงให้กับคนกรุงเทพฯ ได้หายใจรับอากาศบริสุทธิ์ จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ของชาวกรุงเทพฯ   กิจกรรมยอดฮิตที่นิยมทำกันที่บางกระเจ้าคือ การปั่นจักรยานเที่ยวชมธรรมชาติและแวะเวียนไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในบริเวณนั้น อาทิ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง วัดพราหมณ์ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย และร้านกาแฟริมทางที่เปิดให้บริการระหว่างเส้นทางปั่นจักรยาน   การมาปั่นจักรยานท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่บางกระเจ้านอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย พร้อมกับได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของคนในพื้นที่นั้นผ่านการแวะเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ระหว่างทาง ถือเป็นการผสมผสานความสนุกสนานเพลิดเพลินกับประโยชน์จากการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว     3. ตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม   ตลาดน้ำอัมพวาเป็นหนึ่งในตลาดน้ำเก่าแก่และมีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ใกล้กับวัดอัมพวันเจติยาราม มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยปีในฐานะแหล่งชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ   จุดเริ่มต้นของตลาดน้ำแห่งนี้มาจากความพยายามของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นในการอนุรักษ์วิถีชีวิตริมน้ำและสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน โดยการผลักดันให้ตลาดน้ำแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว   เมื่อเวลาเย็นย่ำคืนจะมีตลาดเล็กๆ ตั้งขึ้นตามสองฝั่งคลอง มีร้านค้าเรียงรายจำหน่ายอาหารไทยโบราณ ขนม และสินค้าที่ระลึกแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีเรือล่องผ่านในคลองเพื่อขายอาหารไทย สตรีทฟู้ดและผลไม้สดให้แก่นักท่องเที่ยว   หนึ่งในไฮไลท์ของตลาดน้ำแห่งนี้คือ มีบริการนั่งเรือล่องชมวิถีชีวิตชาวบ้านตามริมคลองอัมพวาและลำคลองสายต่างๆ ที่หล่อเลี้ยงชุมชนมาช้านาน ด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายแบบวิถีชาวบ้านริมน้ำโบราณจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย     4. ทุ่งทานตะวัน ลพบุรี   สำหรับใครที่ชื่นชอบดอกทานตะวัน ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมของทุกปีถือเป็นช่วงเวลาทองที่นักถ่ายภาพต่างจับจังหวะไปเก็บภาพความสวยงามของทุ่งทานตะวันสีเหลืองอร่ามกันอย่างคับคั่ง โดยหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ จังหวัดลพบุรี   ลพบุรีได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองทานตะวัน" เนื่องจากมีทุ่งทานตะวันขนาดใหญ่และสวยงามมากมายกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด ยกตัวอย่างเช่น ทุ่งทานตะวันเขาจีนแล ทุ่งทานตะวันไร่ลุงจ๊อด และทุ่งทานตะวันบ้านหัวดง เป็นต้น ภาพของดอกทานตะวันเหลืองสดใสเรียงรายอย่างสวยงามคู่กับพื้นหลังเป็นเนินเขา หรือถ่ายคู่กับวิถีชีวิตของชาวนา นับเป็นรูปภาพที่สวยงามและแสนจะโรแมนติก เหมาะกับแพลนวันเดย์ทริป ใกล้กรุงเทพฯ     5. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สระบุรี   น้ำตกเจ็ดสาวน้อยเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจ เป็นที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เชิงธรรมชาติที่ได้รับความนิยมในบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไม่มากนัก   ไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้คือ ประกอบด้วยชั้นน้ำตกขนาดเล็กถึง 7 ชั้น มีความสูงของแต่ละชั้นประมาณ 2-5 เมตร ทำให้สามารถเดินชมและสัมผัสกับความสวยงามของน้ำตกได้ตลอดเส้นทางที่ไม่ยาวนัก โดยใช้เวลาเดินเพียงประมาณ 10 นาทีเท่านั้นก็จะครบทั้ง 7 ชั้นแล้ว   นอกจากจะได้ชมความงดงามของน้ำตกสายสั้นๆ แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถลงเล่นน้ำในบริเวณที่มีแอ่งน้ำตื้นๆ ได้อย่างสนุกสนานและผ่อนคลายอีกด้วย โดยเฉพาะน้ำตกชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงและมีขนาดใหญ่ที่สุด มีความสูงประมาณ 3 เมตร แอ่งน้ำมีขนาดพอที่จะให้ผู้มาเยือนได้ลงเล่นน้ำและพักผ่อนอย่างเต็มที่     6. หาดชะอำ เพชรบุรี   หากพูดถึงที่เที่ยวหาดใกล้กรุงเทพฯ “หาดชะอำ” เป็นหาดที่คนไทยพูดถึงกันมากที่สุด หาดชะอำ ตั้งอยู่ในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นหนึ่งในชายหาดยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ   หาดชะอำถือเป็นชายหาดที่มีความพร้อมสำหรับการท่องเที่ยว มีร้านอาหาร ที่พักบริการต่างๆ รวมถึงกิจกรรมทางน้ำและกิจกรรมกลางแจ้งมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกันอย่างจุใจ   สำหรับกิจกรรมยอดนิยม เช่น การขี่ม้าตามแนวชายหาด ปั่นจักรยานรับลมเย็นๆ บานานาโบ๊ทหรือเจ็ตสกีสนุกสนานท่ามกลางท้องทะเล นอกจากนี้ ริมหาดยังมีจุดชมวิวและพื้นที่สำหรับถ่ายภาพสวยๆ เหมาะแก่การจัดงานปาร์ตี้ริมหาดหรือเพียงแค่มานั่งชิลล์ดูพระอาทิตย์ตกดินเบาๆ ก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ     7. อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง สุพรรณบุรี   “อ่างเก็บน้ำเขาวง” หรือที่รู้จักกันในนาม “ปางอุ๋งสุพรรณ” เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่สวยงามแห่งหนึ่ง   ด้วยบรรยากาศอันงดงามและสดชื่น โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดจะมีหมอกบางๆ ปกคลุมท้องน้ำและเนินเขา สร้างบรรยากาศคล้ายกับปางอุ๋งที่แม่ฮ่องสอน ทำให้เป็นมุมสวยงามที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเก็บบรรยากาศเป็นที่ระลึก   นอกจากนี้ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำเขาวงยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์หลากหลายรูปแบบให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรร ทั้งการล่องแพชมธรรมชาติ กางเต็นท์พักแรมแคมป์ปิ้ง หรือแม้แต่การท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบชนบทอันสงบ และผ่อนคลายไปกับธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม     8. น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี   หน้าร้อนแบบนี้ ก็ต้องไปเล่นน้ำที่น้ำตกเอราวัณสิ น้ำตกเอราวัณ ในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียง เป็นที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ยอดนิยมที่ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณื ด้วยน้ำตกสีเขียวมรกตที่งดงามตระการตา   น้ำตกเอราวัณประกอบด้วยชั้นน้ำตกทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามและมีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นน้ำเพลิดเพลิน สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด น้ำตกแห่งนี้จึงดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย   นอกเหนือจากการเล่นน้ำชมน้ำตกแล้ว ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่ผ่านป่าดิบเขาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยนำเที่ยวและให้ความรู้เพื่อความปลอดภัย     9. อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา อยุธยา   อะเมซิ่งไทยแลนด์จะขาดอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาไปไม่ได้เลย อุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 3,000 ไร่ และในปีพ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดย UNESCO ทำให้อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นที่นิยมของที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ   ภายในพื้นที่นี้ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญมากมาย ภายในกำแพงเมืองมีพระราชวังโบราณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดมหาธาตุ และวิหารมงคลบพิตร ส่วนนอกกำแพงเมืองก็ยังมีวัดวาอาราม และโบราณสถานอื่นๆ อีกมากมาย เช่น วัดไชยวัฒนาราม วัดช้าง วัดจักรวรรดิ์ วัดภูเขาทอง วัดมเหยงคณ์ เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ให้เห็นถึงร่องรอยอารยธรรมของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน และควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้     10. วัดสมานรัตนาราม ฉะเชิงเทรา   สายมูห้ามพลาด มากราบไหว้ขอพรพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกันเถอะ พระพิฆเนศองค์นี้ประดิษฐานอยู่ที่วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา ตัวองค์เทพมีเนื้อเป็นสีชมพู วิจิตรงดงามและสูงใหญ่มาก สูงถึง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตรเลยทีเดียว และรอบฐานมีพระพิฆเนศปางต่างๆ อีก 32 ปางให้ได้เดินชมรอบฐานกัน   นอกจากพระพิฆเนศ ภายในวัดยังมีพระบรมสารีริกธาตุในดอกบัวกลางน้ำอันวิจิตรงดงาม อีกทั้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้วยกันถึง 10 องค์ด้วยกันที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพร ไม่ว่าจะเป็นพระพิฆเนศ ปางปาฏิหาริย์ 108 กร พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางประทานบุตร หลวงพ่อโต พระประธานในอุโบสถ หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อประทานพร ช้างเอราวัณ พระราหู ท้าวมหาพรหม และจระเข้โหราเทพารักษ์ บอกเลยว่าสายมูขอพรสักการะกันได้แบบจุกๆ ได้บุญกลับไปเพียบ   เป็นอย่างไรกันบ้างกับที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ฉบับวันเดย์ทริปจากพันธุ์ไทย หวังว่าทุกคนจะได้ไปเช็คอินตามที่เที่ยวหน้าร้อนใกล้กรุงเทพฯ 1 วัน สามารถติดตามอ่านบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ แบบนี้ได้ที่บล็อกพันธุ์ไทย และสำหรับใครที่อยากดับร้อน เพราะหน้าร้อนประเทศไทยร้อนเหลือเกิน นอกจากจะเล่นน้ำวันสงกรานต์คลายร้อนแล้ว อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มพันธุ์ไทยเพื่อเพิ่มความสดชื่นบนเว็บไซต์พันธุ์ไทยหรือสั่งในแอปเดลิเวอรีได้เลย!   อ้างอิง: - 35 ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ งบไม่เกินพัน 2567 ที่เที่ยวงบประหยัด ก็ฟินได้! - 15 ที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ ใกล้กรุงเทพ บรรยากาศดี สดชื่น สายกรีนต้องไปชิล
อ่านต่อ
แจกไอเดียเมนูอาหารเช้า จับคู่กับกาแฟแก้วโปรด
แจกไอเดียเมนูอาหารเช้า จับคู่กับกาแฟแก้วโปรด   อาหารเช้ากินคู่กับกาแฟ เป็นมื้อโปรดสำหรับหลาย ๆ คน เชื่อว่าคงมีเมนูอาหารเช้าสุดเลิฟที่ตัวเองชื่นชอบ กินพร้อมกาแฟดีๆ อีกสักแก้ว เพื่อบูสต์พลังยามเช้าให้สดใส พร้อมไปใช้ชีวิตกันต่อแบบเต็มพิกัด! แต่ว่า.. ในบางครั้งมันก็คงจะมีอารมณ์คิดไม่ออก ประมาณว่า “เช้านี้ เราจะกินอะไรดีนะ?” วันนี้พันธุ์ไทยจึงได้เตรียมไอเดียอาหารเช้าง่ายๆ ที่กินกับกาแฟแล้วเข้ากันอย่างลงตัวมาให้เรียบร้อยแล้ว จะมีเมนูอะไรบ้าง มาดูกันเลยดีกว่า   ไข่กระทะร้อนๆ ทำง่ายได้ประโยชน์ อาหารเช้ากินคู่กับกาแฟ อเมริกาโนร้อน     เริ่มกันที่เมนูอาหารเช้าสุดคลาสสิคแบบ ไข่กระทะ ทั้งอร่อย ทำกินเองง่าย ใช้เวลาเตรียมวัตถุดิบไม่นาน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะโปรตีนจากไข่ไก่และหมูสับ วิตามินจากผักและผลไม้ต่างๆ ช่วยเพิ่มพลังยามเช้าได้เป็นอย่างดี   ซึ่งจะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าหากจับคู่กับอเมริกาโนร้อนๆ หอมละมุนมีเอกลักษณ์ และเข้มข้นในสไตล์ของพันธุ์ไทย เป็นตัวเลือกปลุกพลัง รวมทั้งได้ดื่มด่ำรสชาติกาแฟอย่างแท้จริง นอกจากนี้ อเมริกาโนร้อน ยังมีประโยชน์อีกหลากหลาย ทั้งแคลอรี่ต่ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทำให้สมองตื่นตัว รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า บอกเลยว่าไม่มีอะไรจะเข้าคู่กันกับเมนูอาหารเช้า ไทยแบบไข่กระทะไปมากกว่านี้แล้วล่ะ!   สูตรไข่กระทะเติมพลัง อาหารเช้ากินคู่กับกาแฟ อเมริกาโนร้อน    1. ผัดหมูสับ ไส้กรอก เบคอน หมูยอ และปรุงรสเพิ่มตามใจชอบ จากนั้นนำมาพักแยกไว้ 2. ลวกแครอท มะเขือเทศ หรือผลไม้อื่นๆ จากนั้นพักแยกไว้ 3. เริ่มทอดไข่ไก่ เมื่อไข่ไก่เริ่มสุก ให้จัดเรียงวัตุดิบที่พักไว้ลงบนไข่ไก่ในกระทะ 4. โรยต้นหอม พริกไทย ตกแต่งเพิ่มความสวยงาม เพียงเท่านี้ก็ได้ไข่กระทะสุดปัง เมนูอาหารเช้า ไทยพร้อมเสิร์ฟคู่กับอเมริกาโนร้อนเข้มๆ เพื่อเพิ่มพลังอย่างเต็มที่แล้ว     โจ๊กหมูใส่ไข่สุดฟิน อาหารเช้ากินคู่กับกาแฟ พันธุ์ไทย คอฟฟี่เย็น   มาต่อกันที่ โจ๊กหมูใส่ไข่ อีกเมนูอาหารเช้าอมตะ หาซื้อง่าย เหมาะกับชั่วโมงเร่งด่วนยามเช้าที่ต้องรีบเดินทาง ฝ่ารถติด ไปทำงาน ไปโรงเรียน หรือไปทำธุระอะไรก็ตาม ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้กินโจ๊กร้อนๆ ที่หอมละมุนกลมกล่อม และมีไข่แดงสวยๆ ให้เจาะเพิ่มความฟิน~   บวกกับการดื่มกาแฟซิกเนเจอร์ พันธุ์ไทย คอฟฟี่เย็น ได้รสกาแฟอาราบิก้าเข้มๆ ผสานกับนมสดสุดนัว สูตรเฉพาะของพันธุ์ไทย รับประกันความกลมกล่อมเข้ากันเป็นอย่างดี แถมเครื่องดื่มเย็นๆ แบบนี้ยังเหมาะกับสภาพอากาศไทยอันร้อนระอุสุดๆ ด้วยนะ   ในกรณีที่อยากทำโจ๊กหมูใส่ไข่ด้วยตัวเอง เพราะอยากเตรียมเมนูอาหารเช้าง่ายๆ ได้ประโยชน์ พันธุ์ไทยก็ได้เตรียมสูตรเด็ดทำตามง่ายๆ มาให้อีกเช่นกัน เลื่อนลงไปอ่านต่อได้เลย   สูตรโจ๊กหมูใส่ไข่ เมนูอาหารเช้าง่ายๆ อร่อยจนใจฟู     1. ต้มน้ำให้เดือด และใส่ซุปก้อนลงไป 2. ใส่ก้อนหมูสับลงไป รอจนกว่าหมูจะสุก เมื่อสุกแล้วให้ตักออกมาพักไว้ 3. ใส่ข้าวลงไปต้มในน้ำซุป คนเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที 4. เมื่อข้าวสุกนำหมูใส่ลงไป ตามด้วยไข่ไก่ 5. เติมซอสหรือเครื่องปรุงรสอื่นๆ ตามใจชอบ ทานพร้อมพันธุ์ไทย คอฟฟี่เย็น     ครัวซองต์หอมกรุ่น อาหารเช้ากินคู่กับกาแฟ สามทหารเสือเย็น   เอาใจสายฝอกันบ้าง กับเมนูอาหารเช้าจากประเทศฝรั่งเศส ด้วยขนมปังสุดฮิตอย่าง ครัวซองต์กรอบๆ หอมกรุ่นฉ่ำเนย เรียกได้ว่าเป็นเบเกอรีที่จริงใจ เอาไปประยุกต์สอดไส้กับไข่ข้น แฮม หรือมอสซาเรลล่าชีส ใดๆ ก็ตามแต่ คือเข้ากันไปหมด อีกอย่างเป็นเมนูที่พกไปกินระหว่างทางสะดวกมากๆ ตอบโจทย์คนมีเวลาน้อยที่สุด เลิศเต็ม 10 ไม่มีหัก   เมื่อเอามาทานคู่กับกาแฟสามหารเสือเย็น ที่มีส่วนประกอบจากกาแฟอาราบิก้ารสเข้ม นมสด และช็อกโกแลต ซึ่งมีความเข้มข้น หอมหวาน ไม่กลบรสชาติกันและกัน ก็จะกลายเป็นมื้อเช้าที่ดีงามอย่างถูกต้อง แถมเข้ากันกับเมนูอาหารเช้าง่ายๆ อย่างครัวซองต์ที่สุด   แต่จะกินครัวซองค์เนยสดเพียงอย่างเดียว บางทีก็ได้สารอาหารไม่ครบ ด้วยความที่เมนูอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน ดังนั้นพันธุ์ไทยขอเสนอไอเดียจับคู่ครัวซองค์กับส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มเติมไปให้ด้วยนะ ซึ่งก็เป็นส่วนผสมที่หาซื้อง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก นำไปใส่เพิ่มความอิ่มอร่อยให้เมนูอาหารเช้าง่ายๆ ได้ประโยชน์ขั้นสุด แถมเข้ากับกาแฟสามทหารเสือเย็นอีกด้วย มาดูหน้าครัวซองต์ต่างๆ กัน     ไอเดียครัวซองต์สุดยั่วสารพัดหน้า เข้ากับกาแฟพันธุ์ไทย   1. ครัวซองต์แฮมชีส 2. ครัวซองต์ไข่ข้น+มะเขือเทศ 3. ครัวซองต์แซลมอน+อะโวคาโด 4. ครัวซองต์สลัดทูน่า+ไข่ต้ม 5. ครัวซองต์ไส้กรอกเบคอนชีส     แพนเค้กนุ่มละมุน อาหารเช้ากินคู่กับกาแฟ โตนดเย็น   สายหวานต้องรักสิ่งนี้ เพราะนี่คืออาหารเช้ากินคู่กับกาแฟแบบชาวตะวันตกที่ลงตัวกันอย่างถูกต้อง นั่นก็คือ แพนเค้กนุ่มๆ หอมหวาน กับกาแฟโตนดเย็นจากทางพันธุ์ไทยนั่นเอง! เป็นอีกเมนูรองท้องเบาๆ ยามเช้า ที่อร่อยฟินไม่ไหว เจ้าแป้งแพนเค้กสุดละมุนสามารถเข้ากับหลายๆ อย่างได้เป็นอย่างดี จับคู่กับของคาวก็ปัง จับคู่กับของหวานก็จึ้ง สรุปคือเลิศไปหมด ถูกต้องทุกอย่าง ทำแต่ละครั้งกินกันได้ทั้งบ้าน โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีเด็กๆ รับรองว่าต้องถูกใจพวกเขาแน่นอน   และจะขาดฮีโร่ตัวเด็ดที่เข้ามาเสริมให้เมนูอาหารเช้าแบบแพนเค้กอร่อยกลมกล่อมขึ้นไม่ได้ ซึ่งก็คือกาแฟโตนดเย็น ที่มีกาแฟเข้มๆ และเพิ่มความหวานจากตาลโตนด หวานกลมกล่อมกำลังดี ไม่มีเลี่ยนสไตล์ไทยๆ แต่อย่าพึ่งคิดว่าจะเหมาะกับแพนเค้กซึ่งเป็นอาหารสไตล์ตะวันตกไหม? ขอให้เปลี่ยนความคิดใหม่เพราะภาพรวมของกาแฟตโนดเย็นนั้นเข้มข้นหวานมันละมุนเข้ากันกับแพนเค้กมากกว่าที่คิด   เช่นเดียวกับครัวซองต์จะกินแต่แป้งแพนเค้กก็ไม่สะใจพอ มาเติมส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มเติมกัน ปรับใช้จากไอเดียด้านล่างนี้ได้ตามใจชอบเลยน้า   ไอเดียแพนเค้กอร่อยล้ำ ฟินฉ่ำยามเช้า   1. แพนเค้กไข่ดาว+ไส้กรอก 2. แพนเค้กเบคอนชีส 3. แพนเค้กครีมสตรอว์เบอร์รีย์ 4. แพนเค้กเนื้อบด+มะเขือเทศ 5. แพนเค้กกล้วย+นูเทลล่า     เป็นอย่างไรกันบ้าง กับอาหารเช้ากินคู่กับกาแฟ ที่พันธุ์ไทยเตรียมมาให้ทุกคนในวันนี้ เป็นเมนูที่หาซื้อง่าย หรือจะทำกินเองก็สบายสุดๆ ไปเลยใช่ไหม? ประเด็นสำคัญคือห้ามลืมทานมื้อเช้ากันเด็ดขาดเลยนะ เพราะนี่เป็นสิ่งสำคัญ ต้องเริ่มต้นวันด้วยการเติมสิ่งดีๆ เข้าร่างกาย   แน่นอนว่าขอฝากเมนูกาแฟพันธุ์ไทยแก้วโปรดไปดื่มลิ้มรสคู่กับอาหารเช้าง่ายๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ดีๆ ยามเช้าให้เพอร์เฟกต์อย่างลงตัวกันด้วยนะทุกคน   สามารถสั่งซื้อ เมนูกาแฟพันธุ์ไทย  แก้วโปรดได้ที่ร้านพันธุ์ไทย และแอปเดลิเวอรีส่งถึงบ้านได้เลย
อ่านต่อ
ทายนิสัยจากเมนูกาแฟแก้วโปรด
รู้ไหมว่า กาแฟบอกนิสัยของเราได้นะ      สำหรับคอกาแฟ ที่ต้องเติมพลังด้วยเครื่องดื่มคาเฟอีนแก้วโปรดในทุก ๆ วันแล้ว ทุกคนคงมีเมนูกาแฟ หรือรสชาติของเมนูกาแฟที่ชอบดื่มเป็นประจำ อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่า คาเฟอีนจากกาแฟช่วยกระตุ้นความสดชื่น ปลุกความตื่นตัวในตอนเช้าได้ หรือบางคนก็ชอบกลิ่นหอมเข้มของกาแฟ ขอแค่ได้นั่งลิ้มรสกาแฟไปพร้อมกับสัมผัสกลิ่นหอม ๆ ภายในร้านไปด้วยก็พอ   มาเริ่มเกมทายใจ ทายนิสัยจากกาแฟ กัน   แน่นอนว่าเครื่องดื่มที่เราดื่มนั้นสามารถทายบุคลิก หรือทายนิสัยจากกาแฟที่ดื่มกันทุกวันได้ ไม่จะว่าเป็นความเข้มข้นของกาแฟ ส่วนผสมของเครื่องดื่ม หรือรสชาติที่เน้นไปในเรื่องความกลมกล่อม บ้างก็เน้นที่ความเข้มข้น ความหอมไม่กลบกลิ่นกาแฟ วันนี้มาดูกันว่า เมนูกาแฟที่เราชอบจะทายนิสัย สะท้อนตัวตนของเราออกมาได้ตรงกับนิสัยมากแค่ไหน มาดูกัน     ทายนิสัยจากกาแฟ อเมริกาโนเย็น   ผู้ที่ชื่นชอบอเมริกาโนเย็น แปลว่าเป็นคนที่ใจเย็น มีความหนักแน่นในเหตุผล มีความรับผิดชอบสูง มีแบบแผนการทำงานที่แน่นอน และมั่นใจในตัวเองสูง มีความเป็นผู้นำ จากการทายนิสัยจากกาแฟ คุณเป็นคนที่ใช้เหตุผลในการจัดการเรื่องต่าง ๆ มากกว่าอารมณ์ ทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ จึงทำให้ใคร ๆ ก็ยอมรับในความสามารถของคุณ   ทายนิสัยจากกาแฟ พันธุ์ไทย คอฟฟี่เย็น   พันธุ์ไทย คอฟฟี่เย็น สุดเข้มข้นและกลมกล่อมด้วยส่วนผสมอย่าง “กาแฟและนมสด” สูตรเฉพาะของพันธุ์ไทย สามารถทายนิสัยจากกาแฟได้ว่า คนที่ชอบกาแฟเข้มข้น มีกลิ่นหอมกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์นั้น เป็นคนตรงไปตรงมา จริงจัง จริงใจ แน่วแน่กับเป้าหมายของตนเอง รักที่จะทำงานหนักเพื่อที่จะได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ชอบหาประโยชน์จากใคร และจะไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ จากการทายนิสัยจึงตามมาด้วยความรอบคอบถึงจะดูเป็นคนซีเรียส แต่ก็เป็นคนอัธยาศัยดีต่อคนรอบ ๆ ตัว และปรับตัวเข้ากับคนรอบข้างได้ง่าย   ทายนิสัยจากกาแฟ สามทหารเสือเย็น   เข้มสะใจไปกับ “กาแฟ นมสด ช็อกโกแลต” ได้รสชาติเข้มข้นและหอมหวานแบบเต็ม ๆ สำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟ ผสมนม และช็อกโกแลตนี้ สามารถทายนิสัยจากกาแฟได้ว่า เป็นคนอัธยาศัยดี เฟรนด์ลี่สุด ๆ และเข้ากับคนอื่นได้ง่าย รักอิสระ ชอบความตื่นเต้นในชีวิต และเป็นคนแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา ทายนิสัยจากกาแฟได้ว่าเป็นคนดื้อเงียบ โกรธง่ายหายเร็ว และไม่มีความโรแมนติกใด ๆ เนื่องจากจะติดขี้เล่นไปสักหน่อย   ทายนิสัยจากกาแฟ ลาเต้เย็น   ถ้าคุณชอบกาแฟลาเต้เย็น เราขอทายนิสัยจากกาแฟรสละมุนนี้ว่า คุณเป็นที่มีเสน่ห์ ละเอียดอ่อน ปากหวาน ชื่นชอบให้ชีวิตมีสีสัน มีความคิดสร้างสรรค์สุด ๆ ทำให้เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ในกรอบ ชอบมีไอเดียแหวกแนวที่ทำให้คนอื่นประหลาดใจอยู่เสมอ แต่กระนั้น จากการทายนิสัยจากกาแฟ ข้อเสียของคุณคือ คุณอาจจะมีมุมที่ขาดความมั่นใจหากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย และแม้จะช่างคิดแต่เป็นคนโลเล ไม่เด็ดขาด ชอบอยู่ในเซฟโซนของตัวเอง จึงไม่กล้าแสดงออกมากนักและคนที่อ่อนไหวง่าย   ทายนิสัยจากกาแฟ พันธุ์ไทย ไชโยเย็น   ผู้ที่ชื่นชอบเมนูกาแฟ พันธุ์ไทย ไชโยเย็น คือความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างกาแฟเข้มข้น และนมสดกลมกล่อม ทายนิสัยจากกาแฟได้ว่า ถ้าคุณชอบกาแฟพันธุ์ไทย ไชโยเย็น แปลว่าคุณเป็นคนที่มีความอบอุ่น โรแมนติก ในขณะเดียวกันก็เป็นคนชัดเจน ซื่อตรง และซื่อสัตย์เสมอ แต่คุณไม่ใช่คนเคร่งขรึม กลับเป็นคนสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคนรอบตัวอยู่เสมอ เข้าสังคมเก่งและชอบการพบปะพูดคุยพอสมควร   ทายนิสัยจากกาแฟ โตนดเย็น   กาแฟเข้ม ๆ ผสานความหอมหวาน ละมุนจากตาลโตนด สามารถทายนิสัยจากกาแฟโตนดเย็นได้ว่า คุณเป็นคนอนุรักษ์นิยมตัวยง รักนวลสงวนตัว มีความหนักแน่นมั่นคง ไม่โอนอ่อนต่อกระแสสังคม ชอบของสไตล์วินเทจ มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ไหลไปตามกระแสสังคมง่าย ๆ ทายนิสัยจากกาแฟ ได้ว่า คุณเป็นคนใช้ชีวิตในกรอบ และกฎเกณฑ์ เป็นคนที่มีชีวิตเป๊ะ ทำอะไรตามระเบียบเสมอ สำหรับคอกาแฟที่อ่านทายนิสัยจากกาแฟแล้วรู้สึกว่าตรงกับนิสัยตัวเอง อย่าลืมแบ่งปันให้เพื่อนๆ แฟนคลับกาแฟพันธุ์ไทยด้วยกันมาลองเล่นกันนะและอย่าลืม คิดถึงเมนูกาแฟ อย่าลืมคิดถึง กาแฟพันธุ์ไทย นะ   อ้างอิง https://www.lifestyleasia.com/bk-th/astrology/latest/personality-from-coffee-you-like/https://www.sanook.com/campus/1412539/https://thethaiger.com/th/news/875107/http://pitbullcoffee.com/index.php?route=extension/module/knowledge/detail&knowledge_id=59
อ่านต่อ
PT Grand Prix of Thailand 2026 ปีนี้ Soft Power ไทยจัดเต็มมาก!
PT Grand Prix of Thailand 2026 ปีนี้ Soft Power ไทยจัดเต็มมาก! การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นอกจากจะมีรถ Shuttle TAN “ชัตเทิ้ลแต๋น” ที่ดัดแปลงจาก "รถอีแต๋น" ไว้บริการรับ- ส่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าชมการแข่งขันแล้ว ปีนี้ยังมีไฮไลต์เด็ดที่แฟนๆ ห้ามพลาด รถตุ๊กตุ๊กไทย พานักบิดตัวท็อปวนรอบสนาม ส่งภาพ Soft Power ไทยสู่สายตาแฟน 800 ล้านคน กว่า 200 ประเทศทั่วโลก พันธุ์ไทย ยกร้านมาเสิร์ฟถึงสนาม กับ "ไทยริกาโน" อเมริกาโนของคไทย สายพันธุ์อาราบิก้า จากดอยสวนยาหลวง จ.น่าน กาแฟไทยคุณภาพระดับรางวัล พร้อมให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลองรสชาติสุดพรีเมียม รถฟู้ดทรัคพันธุ์ไทย ฝีมือการออกแบบของศิลปินไทย Viput A. ที่ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมจาก 4 ภาคของประเทศไทย 28 ก.พ. 69 – 1 มี.ค. 69 | 8.00-18.00 น. ดูสดทาง True4U ช่อง 24 และ SPOTV (689) ใครมางาน อย่าลืมแวะบูธพันธุ์ไทยกันนะ สมาชิก Max Card Plus มีส่วนลดรออยู่เหมือนเดิมนะคร้าบ! #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #MotoGP #MotoGP2026 #PTGrandPrixofThailand2026 Cr Photo: FB Chang Circuit Buriram
อ่านต่อ
สิ่งที่ทำให้พันธุ์ไทย 'แตกต่าง' ไม่ใช่เพียงเมนูที่ 'แปลกใหม่' แต่คือ 'แนวคิด'
สิ่งที่ทำให้พันธุ์ไทย 'แตกต่าง' ไม่ใช่เพียงเมนูที่ 'แปลกใหม่' แต่คือ 'แนวคิด' ที่เชื่อมั่นในความเป็นไทย ความกล้าที่จะแตกต่าง และพลังความมุ่งมั่นที่จะทำทุกสิ่งให้เป็นไปได้ และนี่คือเสียงยืนยันจากเวทีนานาชาติว่า 'ความเป็นไทย' นั้น ทรงพลังเพียงพอที่จะนำเทรนด์ได้ กาแฟพันธุ์ไทย คว้ารางวัล "The Most Trend Setter Product" สุดยอดองค์กรผู้นำเทรนด์ด้านผลิตภัณฑ์ จากเวที Future Trends Awards 2026 จากการเป็นผู้ริเริ่มแนวคิด Creative Thai Taste ด้วยการเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มารังสรรค์เป็นเมนูที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน และยืนหยัดต่อเนื่องมาตลอด 14 ปี ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างดีเสมอมา พี่ไทจะรักษาคุณภาพและบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบแทนความไว้วางใจตลอดไปคร้าบ #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #futuretrendsawards2026
อ่านต่อ
มาแชร์ความสุขให้ช้างไทยด้วยกันมั้ย?
🐘❤️มาแชร์ความสุขให้ช้างไทยด้วยกันมั้ย? พันธุ์ไทย ขอนำร่องบริจาครายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิช้างไทย 3 มูลนิธิฯ เพื่อเป็นของขวัญวันปีใหม่ ให้ช้างไทยและเป็นขวัญกำลังใจให้ทีมงานมูลนิธิฯ ทุกคน   พี่ไทขอเป็นสะพานบุญชวนเพื่อนๆ ร่วมบุญส่งท้ายปีครั้งใหญ่ ด้วยการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิไม่แสวงหากำไร เพื่ออนุรักษ์ ช่วยเหลือช้างป่วยและช้างพิการ โดยเพื่อนๆ สามารถบริจาคตรงตามช่องทางของแต่ละมูลนิธิได้เลย รายละเอียดใต้ภาพดังต่อไปนี้   ยังมีองค์กรและมูลนิธิอีกมากมายในประเทศไทยที่รอการสนับสนุนจากทุกคนอยู่ สวัสดีปีใหม่ครับ   มูลนิธิช้างปันน้ำใจสู่ชาวดอย (The Care Project Foundation)   ชื่อบัญชี: ช้างปันน้ำใจสู่ชาวดอย ธนาคาร กรุงไทย 501-0-65499-7 มูลนิธิช้างปันน้ำใจสู่ชาวดอย เป็นมูลนิธิฯ ที่ไม่มุ่งแสวงหากำไร โดยมีเป้าหมายคือการอนุรักษ์ช้างไทย ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้าง ผ่านการทำกิจกรรมและส่งเสริมโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับช้าง พร้อมมีสัตวแพทย์ประจำมูลนิธิฯ รวมถึงควาญช้างที่คอยดูแลสุขภาพช้าง เพื่อความเป็นอยู่ของช้างที่ดีขึ้น   Facebook: https://www.facebook.com/CareProjectFoundation    -------------------------------------------------------------   โรงพยาบาลช้างพังงา มูลนิธิเซาท์เทิร์นไทยแลนด์ เอเลเฟนท์ ฟาวน์เดชัน (Southern Thailand Elephant Foundation)   ชื่อบัญชี: มูลนิธิ เซาท์เทิร์นไทยแลนด์ เอเลเฟนท์ ฟาวน์เดชัน ธนาคาร กสิกรไทย 123-111-7616   มูลนิธิ เซาท์เทิร์นไทยแลนด์ เอเลเฟนท์ ฟาวน์เดชัน เป็นองค์กรการกุศล ที่มีพันธกิจหลัก เพื่อการส่งเสริมพัฒนาสวัสดิภาพและสุขภาพช้างไทยในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านการดำเนินงานของโรงพยาบาลช้างจังหวัดพังงา โดยมีการให้ข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพ และสวัสดิภาพช้างแก่ควาญและเจ้าของช้าง   Facebook: https://www.facebook.com/STEFThailand/?locale=th_TH    -------------------------------------------------------------   มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม Save Elephant Foundation   ชื่อบัญชี : มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ธนาคารกรุงเทพ 423-0-73689-6 ธนาคารกสิกรไทย 407-2-33888-5   มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์และอุทิศตนเพื่อปกป้องช้างไทย และช่วยเหลือช้างแก่ และช้างพิการจากการใช้งานหรือทารุณกรรม รวมถึงช้างพิการที่เหยียบกับระเบิด ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ในทุกเดือนจะมีโครงการรถโมบายคลินิกเคลื่อนที่ ไปช่วยเหลือรักษาสัตว์อื่นๆ และช้างในพื้นที่ห่างไกลอีกด้วย   Facebook: https://www.facebook.com/SaveElephantFoundation/   #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee  
อ่านต่อ
ตั้งแต่วันแรกที่น้ำท่วมหาดใหญ่ จนถึงวันที่น้ำแห้งในวันนี้
ตั้งแต่วันแรกที่น้ำท่วมหาดใหญ่ จนถึงวันที่น้ำแห้งในวันนี้ ... ทีมแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร และเหล่าทหารกล้า ยังคงทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ด้วยความเสียสละ ห่างบ้าน ห่างครอบครัว เพื่อดูแลผู้ป่วยและผู้ประสบภัยทุกชีวิตให้ปลอดภัย ตลอด 10 วัน ที่ผ่านมา พี่ไทยินดีที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ส่งต่อความห่วงใย เสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นๆ กว่า 25,000 แก้ว เพื่อเติมพลังกาย เพิ่มพลังใจให้ฮีโร่แนวหน้า ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มูลนิธิท่งเซียงเซียงตึ๊ง และค่ายเสนาณรงค์ จ.สงขลา  ก่อนออกเดินทาง คุณจุไรวรรณ หยวน ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจ ตัวแทนฝ่ายบริหาร และทีมงานจาก บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ยังได้มอบเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ 6 เครื่อง พร้อมเมล็ดกาแฟพันธุ์ไทย ให้บุคลากรทางการแพทย์ได้เติมพลังทุกวันทุกเวลาพี่ไทขอขอบคุณทุกกำลังสำคัญ ที่ยืนหยัดเคียงข้างทุกชีวิต ในทุกวิกฤติ เพราะเรา #คนไทยไม่ทิ้งกัน #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee
อ่านต่อ
"กาแฟพันธุ์ไทย" จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ "ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย"
"กาแฟพันธุ์ไทย" จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ "ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย" รุกตลาด Street Food แสนล้าน ตั้งเป้าปั้น 50 สาขา ภายในปี 2569   กรุงเทพฯ - บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ประกาศจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ บริษัท ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย จำกัด ยกระดับกลยุทธ์ Brand Extension ต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์พันธุ์ไทยให้ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ภายใต้แนวคิด "ครบจบในที่เดียว" ผสานก๋วยเตี๋ยวเรือกับเครื่องดื่มพันธุ์ไทยในร้านเดียวกัน โดยคงคอนเซปต์ Creative Thai Taste คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นไทยมาสร้างสรรค์ Signature Menu จากเอ็นหมูหาดใหญ่ ส่งตรงจากสงขลา พร้อมเจาะตลาด Street Food ตั้งเป้าปั้นอาณาจักรก๋วยเตี๋ยวเรือครอบคลุม 50 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายในปี 2569   คุณอนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food and Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สร้างความหลากหลายทางธุรกิจ เพิ่มสินค้าและบริการ ขยายโอกาสในการเติบโตของกลุ่มกาแฟพันธุ์ไทย ด้วยกลยุทธ์ Brand Extension จากชื่อเสียงของกาแฟพันธุ์ไทยมาสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ด้วยโมเดล "ครบจบในที่เดียว" มุ่งเป้าจับตลาด Street Food ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2568 จะอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท เติบโต 2.8% จากปี 2567 โดยเฉพาะตลาดร้านอาหาร Street Food ที่มีหน้าร้าน คาดว่าจะเติบโต 4.7% จากปี 2567 หรือมีมูลค่า 261,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาดร้านอาหารโดยรวมประมาณ 562,000 ล้านบาท นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า ความใส่ใจด้านสุขภาพ ความแปลกใหม่ ประสบการณ์ที่ได้รับ และราคาที่สมเหตุสมผล พันธุ์ไทยจึงมองเห็นโอกาสและศักยภาพในการเติบโตในอนาคต”   "ก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นอาหารจานเดียวที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมายาวนาน เป็นเมนูที่ได้รับความนิยม เข้าถึงง่าย สามารถทานได้ทุกวัน ประกอบกับพันธุ์ไทยมีฝ่าย Research & Development ที่แข็งแรง สามารถคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเมนูใหม่ๆ ที่มีรสชาติแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้หัวใจสำคัญคือการพิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม หมู-เนื้อหมักนุ่มฉ่ำ เครื่องปรุงสูตรเด็ด พริกคั่วสูตรเฉพาะ กากหมูเจียวใหม่ทุกวัน และ Signature ที่มีที่นี่ที่เดียวคือ เอ็นหมูหาดใหญ่คัดพิเศษ ส่งตรงจากสงขลา เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส Creative Thai Taste ของดีของเด็ดที่หาทานได้ยาก เพราะเราอยากส่งต่อรสชาติท้องถิ่นทั่วไทย ให้ลูกค้าได้รับประทานกันเหมือนคนในครอบครัว” คุณอนันต์ กล่าวเสริม     "ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย" สาขาแรกตั้งอยู่ที่รังสิตคลอง 3 เปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา เพื่อทดลองโมเดลร้านอาหารแบบผสมผสานที่มีทั้งเครื่องดื่ม เบเกอรี และก๋วยเตี๋ยวเรือในร้านเดียว สร้างประสบการณ์บริโภคที่ครบวงจรและเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยการเลือกทำเลรังสิตคลอง 3 เป็นพื้นที่ที่มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือจำนวนมาก และเป็นที่รู้จัก โดยสาขาแรกมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ พันธุ์ไทยจึงต้องการขยายสาขาให้ลูกค้าเข้าถึงร้านได้ง่ายขึ้น   ปัจจุบัน ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย เปิดให้บริการ 2 สาขาคือ สาขารังสิตคลอง 3 และสาขาคลองหลวง 8 จ.ปทุมธานี โดยจะเปิดให้บริการสาขาคลองหลวง 3 ในปลายปีนี้ จากผลตอบรับที่ดี บริษัทมีแผนขยายสาขาเชิงรุก ในปี 2569 ตั้งเป้าเปิดทั้งหมด 50 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แบ่งเป็นสาขาในและนอกปั๊มอย่างละ 50% โดยสาขานอกปั๊มจะเน้นแหล่งชุมชนเมือง ออฟฟิศ และ CBD ด้วย Business Model การเชื่อมต่อไปกับร้านกาแฟพันธุ์ไทย เพื่อต่อยอด Brand Extension เสริมแบรนด์กันและกัน นอกจากนี้ยังเพิ่มความคุ้มค่าด้วยการเชื่อมสิทธิพิเศษระหว่างร้านกาแฟพันธุ์ไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย ด้วย Co-promotion ผ่านบัตรสมาชิก Max Card เพื่อสร้าง Brand Royalty ขยายฐานลูกค้าใหม่ และกระตุ้นยอดขายทั้ง 2 แบรนด์ไปพร้อมกัน   ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทยมีจุดเด่นที่น้ำซุปเล้งเข้มข้นจากสมุนไพรที่เป็นสูตรเฉพาะของพันธุ์ไทย ผ่านการเคี่ยวเป็นเวลานาน หอมหวานกลมกล่อมไม่เหมือนใคร พิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี พร้อมหมูและเนื้อหมักนุ่มฉ่ำเต็มคำ อร่อยกับหมูตุ๋นละมุนลิ้น และเนื้อน่องลายตุ๋นสูตรพิเศษ พร้อมเครื่องปรุงพิเศษอย่างพริกคั่วสูตรเฉพาะจากทางร้าน กากหมูเจียวกรอบใหม่ทุกวัน สามารถเลือก D.I.Y. ได้ ทั้งเส้น น้ำซุป ท้อปปิ้ง และพลาดไม่ได้กับ ก๋วยเตี๋ยวเอ็นหมูหาดใหญ่น้ำใส วัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อใน จ.สงขลา ที่พันธุ์ไทยคัดสรรมาให้ทุกคนได้ลอง นอกจากนี้ยังมีเมนูหลากหลาย ทั้งของทอด ของทานเล่น และขนมหวานแบบไทย   *พิเศษ! โปรโมชั่นฉลองเปิดร้านใหม่ สาขาคลองหลวง 8 ตลอดเดือนธันวาคม 2568 สำหรับสมาชิก Max Card Plus / EV รับสิทธิ์ซื้อก๋วยเตี๋ยวเรือแบบ A la cart 1 แถม 1 (ยกเว้นเมนูและเส้นพิเศษ) 1 สิทธิ์ต่อ 1 ใบเสร็จ สำหรับสมาชิก Max Card ทุกประเภท รับสิทธิ์ซื้อเซตสุดคุ้ม ก๋วยเตี๋ยวเรือ แคบหมู น้ำสมุนไพร ราคาพิเศษ เซตหมู 99 บาท (จากปกติ 149 บาท) และ เซตเนื้อ 109 บาท (จากปกติ 159 บาท) สำหรับลูกค้าทั่วไป รีวิว Google Map รับคูปองเครื่องดื่มเย็นฟรี 1 แก้วที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขาคลองหลวง 8 (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)   *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด     ลิ้มรสความอร่อยระดับตำนาน สัมผัสประสบการณ์ความอร่อย อิ่ม คุ้มของก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทยได้ทุกสาขา และบริการเดลิเวอรีจัดส่งความอร่อยถึงบ้าน เพิ่มเติมคลิก www.facebook.com/punthaicoffee หรือ www.punthaicoffee.com   #ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ #CreativeThaiTaste
อ่านต่อ
เลขงามยามดีวันเกิดครบรอบ 13 ปีของกาแฟพันธุ์ไทยทั้งทีเรามีโชคมามอบ
เลขงามยามดีวันเกิดครบรอบ 13 ปีของกาแฟพันธุ์ไทยทั้งทีเรามีโชคมามอบ . เพียงมองหาเลข 13 รอบตัว อาจจจะเป็นตัวเลขเบอร์โต๊ะในร้าน วันที่บนปฏิทิน เวลาในนาฬิกา หลังเสื้อพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ทะเบียนรถแท็กซี่ที่ขึ้น หรืออะไรก็ได้ที่พบเจอในชีวิตประจำวัน แล้วถ่ายภาพคู่กับเครื่องดื่มเมนูใดก็ได้ของกาแฟพันธุ์ไทย พร้อมบอกเราหน่อยว่า 13 ปีที่ผ่านมาชอบอะไรใน ‘กาแฟพันธุ์ไทย’ . ภาพถ่ายของใครสร้างสรรค์และคำบรรยายน่าประทับใจ ลุ้นรับ Box Set ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ผลิตจำนวนจำกัดและไม่มีวางขายที่ไหน จำนวน 13 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 1,313 บาท . วิธีร่วมสนุก 1. ถ่ายรูปเครื่องดื่มของ กาแฟพันธุ์ไทย เมนูใดก็ได้ คู่กับเลข 13 ที่คุณเจอรอบตัว 2. โพสต์ลงคอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ พร้อมบอกเราว่า 13 ปีที่ผ่านมาชอบอะไรในความเป็น ‘กาแฟพันธุ์ไทย’ 3. ติดแฮชแท็ก #LuckyNumberChallenge และ #13thAnniversaryLuckyNumber เริ่มมองหาเลข 13 แล้วร่วมสนุกได้แล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 68 - 30 ก.ย. 68 . ขอให้ทุกคนโชคดีพบ Lucky Number รอบตัว . เงื่อนไขการเล่นกิจกรรม *ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 68 - 30 ก.ย. 68 *ประกาศผลวันที่ วันที่ 6 ต.ค. 68 เวลา 18.00 น. ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก Punthai Customer Official โดยผู้ได้รับรางวัลจะต้องยืนยันสิทธิ์มาทางอินบ๊อกซ์ภายในวันที่ 10 ต.ค. 68 หากไม่มีการยืนยันสิทธิ์ ภายในวันที่กำหนด ถือว่าเป็นการสละสิทธิ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และจะยกสิทธิ์ให้กับผู้มีสิทธิ์ท่านอื่น *ผู้จัดกิจกรรมและตัวแทนจะมีการจัดเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อวัตถุประสงค์ในการตัดสินรางวัล ยืนยันตัวตนและจัดส่งของรางวัลหากท่านเป็นผู้ชนะ *ผู้ร่วมกิจกรรมไม่สามารถเรียกร้องค่าตอบแทน, ค่าเสียหาย หรือสิ่งใดๆ จาก บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ไม่ว่าทางแพ่ง หรือทางอาญา *พนักงานของ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และในเครือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) รวมทั้งเอเจนซี่ตัวแทนของบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมหรือผลิตสื่อการตลาดไม่มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ *คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดและขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์ผู้ร่วมกิจกรรมที่ทำตามกติกาไม่ถูกต้อง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า *ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมเงื่อนไขในกติกาต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า . #13thAnniversaryLuckyNumber #19กันยานี้13ปีแล้วนะ #พันธุ์ไทยโชคดีที่ได้ร่วมทางกับคนไทย #LuckyNumberChallenge
อ่านต่อ
พันธุ์ไทยชวนส่งต่อกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
ในขณะที่เราหลับ ยังมีอีกหลายชีวิตที่ทำงานเพื่อเราทุกคนพันธุ์ไทยจึงอยากร่วมเป็นแรงเล็กๆ ที่ส่งต่อกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในเวลากลางคืนทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้กับ พันธุ์ไทยดีดศาสตร์ : ส่งต่อพลังใจให้คนไทยไม่มีท้อที่จะเปลี่ยนทุกแก้วให้เป็นกำลังใจของคนที่ต้องการพลังงาน ไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในทุกค่ำคืนรายได้ส่วนหนึ่ง จากการจําหน่ายเครื่องดื่มดีดศาสตร์ทั้ง 4 เมนู ในช่วงเวลา 18.00 - 06.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 กรกฎาคม 2568 ที่สาขาคลองหลวง 4 ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง จะนําไปมอบให้แก่มูลนิธิฯ เพื่อเป็นกําลังใจและสนับสนุนการทํางานของเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องใช้พลังงานในการดูแลผู้ป่วยและปฏิบัติงานเพื่อสังคมในยามค่ำคืนมอบให้กับ 3 มูลนิธิฯ ได้แก่1. มูลนิธิรามาธิบดีฯ โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี2. มูลนิธิร่วมกตัญญู3. ศิริราชมูลนิธิเพื่อเป็นกำลังใจและเติมเต็มพลังงานให้เขาทำสิ่งดีๆ ต่อไปร่วมสนับสนุนและส่งต่อพลังใจได้ที่ร้านพันธุ์ไทย สาขาคลองหลวง 4 ตลอดเดือน กรกฎาคม 2568 นี้ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขาคลองหลวง 4 https://maps.app.goo.gl/bWmLfpvLqZMnKRcX6#ดีดศาสตร์ #EnergologyDrinks #กระทิงแดง #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้
อ่านต่อ
เซฟวันแตก โคราชดีด กรี๊ดขั้นสุด!! กับมินิคอนเสิร์ตจาก “LazyLoxy & SAMBLACK”
เซฟวันแตก โคราชดีด กรี๊ดขั้นสุด!! ผ่านไปแล้วกับมินิคอนเสิร์ตจาก “LazyLoxy & SAMBLACK” ฮิปฮอปตัวพ่อที่หอบความหล่อเสียงดี มาเสิร์ฟความสดชื่นให้ชาวโคราชในงาน ‘ดีดศาสตร์’ ที่พันธุ์ไทยและกระทิงแดง คอลแลปกันปลุกปั้นอีเนอร์ดริงค์อร่อยๆทั้ง 4 เมนู มาให้ชาวโคราชได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุก พร้อมกับเครื่องเล่นสุดมันส์ มาลุ้นกันว่าชาวโคราชจะล้มแชมป์คนชลบุรีได้ไหม กับการแข่งขันเฟ้นหาสุดยอดคนพันธุ์ดีดที่อยู่บนกระทิงได้นานที่สุดในประเทศไทย!! รับรางวัลใหญ่ดื่มพันธุ์ไทยฟรี 1 ปี!!* มูลค่า 36,500 บาท และรางวัลปลอบใจสำหรับ 5 ท่านที่ทำเวลาดีลำดับถัดไป จะได้รับบัตร Max Card Plus คนละ 1 ใบ มูลค่า 599 บาท ไปแบบฟรีๆ รอติดตามที่หน้าเพจนี้กันได้เลยย *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ #ดีดศาสตร์ #EnergologyDrinks #กระทิงแดง #เป้าหมายถึงไวพลังใจไม่มีท้อ
อ่านต่อ
ลุ้นรับเสื้อยืดสุดดีดจากพันธุ์ไทย
มีใครทดสอบระบบความดีดของเครื่องดื่มสายพันธุ์ใหม่จากพันธุ์ไทยแล้วบ้างงง? เจอข้อความดีดๆ แบบไหนกันบ้าง มาแชร์กันหน่อยย! ถ่ายรูปข้อความบน Cup Sleeve ที่ได้ แล้วแชร์ใต้โพสต์นี้ ก็ลุ้นรับเสื้อยืดสุดดีดจากพันธุ์ไทยไปเลย!   กติกา 1. ถ่ายรูปเครื่องดื่มดีดศาสตร์ แชร์ข้อความที่ใต้โพสต์ พร้อมเขียนอธิบายว่าคุณอยากส่งข้อความนี้ หรือแก้วนี้ให้ใคร เพราะเหตุผลอะไร 2. กด Like เพจ PunThai Coffee และโพสต์นี้ พร้อม Share โพสต์นี้แบบสาธารณะ 3. คอมเมนต์ไหนถูกใจคณะกรรมการที่สุด รับไปเลย เสื้อยืดดีดศาสตร์มูลค่า 299 บาท จำนวน 50 รางวัล จากพันธุ์ไทย 4. สำหรับผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัล ต้องยืนยันตัวตนกับแอดมินผ่าน inbox เพื่อทำการตรวจสอบว่าได้ทำถูกกติกาทุกข้อจริง ที่ร้านพันธุ์ไทยทุกสาขา ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. 2568 - 30 มิ.ย. 2568 อย่าลืมมาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคร้าบบ พี่ไทรอแจกอยู่~   เงื่อนไขการเล่นกิจกรรม *ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. 2568 - 30 มิ.ย. 2568 *ประกาศผลวันที่ 4 ก.ค. 2568 เวลา 18.00 น. ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก PunThai Coffee โดยผู้ได้รับรางวัลจะต้องยืนยันสิทธิ์มาทางอินบ๊อกซ์ภายในวันที่ 9 ก.ค. 2568 หากไม่มีการยืนยันสิทธิ์ ภายในวันที่กำหนด ถือว่าเป็นการสละสิทธิ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และจะยกสิทธิ์ให้กับผู้มีสิทธิ์ท่านอื่น *ผู้จัดกิจกรรมและตัวแทนจะมีการจัดเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อวัตถุประสงค์ในการตัดสินรางวัล ยืนยันตัวตนและจัดส่งของรางวัลหากท่านเป็นผู้ชนะ *ผู้ร่วมกิจกรรมไม่สามารถเรียกร้องค่าตอบแทน, ค่าเสียหาย หรือสิ่งใดๆ จาก บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ไม่ว่าทางแพ่ง หรือทางอาญา *พนักงานของ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และในเครือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) รวมทั้งเอเจนซี่ตัวแทนของบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมหรือผลิตสื่อการตลาดไม่มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ *คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดและขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์ผู้ร่วมกิจกรรมที่ทำตามกติกาไม่ถูกต้อง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า *ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมเงื่อนไขในกติกาต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ #ดีดศาสตร์ #EnergologyDrinks #กระทิงแดง #เป้าหมายถึงไวพลังใจไม่มีท้อ
อ่านต่อ
ม่วนจอย ดีดกันสุดๆ ไปเลยชาวชลบุรี!! กับ ‘ตั๊กแตน ชลดา’ ยกขบวนความดีดไปเสิร์ฟกันถึงที่ ตลาดนินจา จ.ชลบุรี
ม่วนจอย ดีดกันสุดๆ ไปเลยชาวชลบุรี!! ภาพบรรยากาศความสนุกที่พี่ไทยกขบวนความดีดไปเสิร์ฟกันถึงที่ ตลาดนินจา จ.ชลบุรี นอกจากจะได้เติมความอร่อย สดชื่น ปลุกเอเนอร์จีกันกับ ‘ดีดศาสตร์’ ทั้ง 4 เมนูแล้ว ยังได้ม่วนจอยกับมินิคอนเสิร์ตจาก ‘ตั๊กแตน ชลดา’ ศิลปินตัวแม่พลังเหลือล้นมาระเบิดความมันส์กันแบบติดขอบเวทีอีกด้วย และไฮไลท์ของงาน ถ้าไม่ได้เล่น เหมือนมาไม่ถึงกับ Rodeo Bull Simulator เฟ้นหาสุดยอดคนพันธุ์ดีด ที่อยู่บนกระทิงได้นานที่สุดในประเทศไทย!! รับรางวัลใหญ่ดื่มพันธุ์ไทยฟรี 1 ปี!! มูลค่า 36,500 บาท และรางวัลปลอบใจสำหรับ 5 ท่านที่ทำเวลาดีลำดับถัดไป จะได้รับบัตร Max Card Plus คนละ 1 ใบ มูลค่า 599 บาท ไปแบบฟรีๆ กันไปเลยย ความดีดยังไม่หมด แล้วพบกัน วันเสาร์ที่ 21 มิ.ย. 68 นี้ ที่ตลาดเซฟวัน โคราช ตั้งแต่เวลา 16.00 น. - 22.00 น. พบกับศิลปินฮิปฮอปสุดหล่อ ตัวพ่อพลังดีดขั้นสุด จะเป็นใครรอติดตามม ชาวโคราชห้ามพลาดด!! *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ #ดีดศาสตร์ #EnergologyDrinks #กระทิงแดง #เป้าหมายถึงไวพลังใจไม่มีท้อ
อ่านต่อ
โอกาสมาถึงแล้ว! ใครเร็วกว่า ได้สิทธิ์ก่อน!
 โอกาสมาถึงแล้ว! ใครเร็วกว่า ได้สิทธิ์ก่อน! 🚨🌟 คว้าสิทธิ์เจ้าของร้านกาแฟพันธุ์ไทย แฟรนไชส์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์🏆 Franchise of The Year 2025 และ Best Beverage Franchise 2025 🔥 เปิดรับแฟรนไชส์ทั่วประเทศ เปิดรับทุกทำเล  📍 ประเมินทำเลฟรี! 🏬 โมเดลหลากหลาย 📏 พื้นที่เริ่มต้นเพียง 20 ตร.ม. ⚡ เฉพาะทำเลปิด = ได้สิทธิ์ก่อน (FAST TRACK) เช่น 🏥 โรงพยาบาล • 🏢 อาคารสำนักงาน • 🎓 มหาวิทยาลัย • 🏬 Community Mall ฯลฯ👉 มาก่อน พิจารณาก่อน อนุมัติไว เปิดได้เร็ว! 👉 ทุกทำเล ถ้านำเสนอผ่าน = ได้สิทธิ์เปิดทันที 👨‍💼 มีที่ปรึกษาดูแลใกล้ชิด ตลอดอายุสัญญา🎁 ฐานข้อมูล Max Card กว่า 25 ล้านสมาชิก🚀 การตลาดต่อเนื่อง Creative Thai Taste☕ เริ่มต้นเพียง 1.95 ล้านบาท ⏳ จำนวนจำกัดในแต่ละพื้นที่ ❗ ทำเลดี = ได้ก่อน | ทักก่อน = เปิดก่อน📞 สนใจสมัคร / จองสิทธิ์ทันทีLine OA: PUNTHAI_FRANCHISELine ID: @punthaifcลิงก์: https://lin.ee/wJhBmqH #พันธุ์ไทย #PunthaiCoffee #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ #CreativeThaiTaste #แฟรนไชส์ #Franchise
อ่านต่อ
อยากเป็นแฟรน(ไชส์)กับเรา ต้องทำยังไง? ดูได้ตามนี้เลย!
อยากเป็นแฟรน(ไชส์)กับเรา ต้องทำยังไง? 🤔 ดูได้ตามนี้เลย!👇.1) 📩 ส่งใบสมัครและผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ ระยะเวลาการในการดำเนินการ 30 วัน2. ✍️ เซ็นใบจองและชำระค่าจองสิทธิ์ ชำระภายใน 7 วันหลังจากได้รับสิทธิ์3. 👷🏻ออกแบบและก่อสร้างร้านออกแบบ: ใช้เวลาในการออกแบบประมาณ 14-30 วัน ก่อสร้างร้านใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน4. ☕️ อบรมหลักสูตรกาแฟพันธุ์ไทย: หลักสูตรทฤษฏีใช้เวลา 5 วัน, หลักสูตรปฏิบัติใช้เวลา 12 วันเมื่อพร้อมแล้วก็เปิดร้านได้เลย! ✨.#เป็นแฟรนพันธุ์ไทยง่ายกว่าที่คิด! ✨📈 ขายง่าย! มีฐานลูกค้ากว่า 23 ล้านคน ติดอันดับแบรนด์เติบโตต่อเนื่อง พร้อมระบบสมาชิกที่ดึงดูดลูกค้าได้มากกว่า🏡 เริ่มง่าย! มีหลากหลายขนาดร้านให้เลือก ไซส์เล็กสุดแค่ 15 ตร.ม. ก็เปิดได้!🤝 คุยง่าย! ระยะเวลาสัญญาไม่นานเกินไป ยืดหยุ่น ไม่จุกจิก พร้อมรับฟังคุณ! 🧑🏻‍💻 เข้าใจง่าย! พร้อมซัปพอร์ตด้วยเทรนนิ่ง และทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ📌สนใจเป็นแฟรนพันธุ์ไทย คลิก!! 👉 bit.ly/3XTIgrfหรือ Add Line @punthaifc เลย#เป็นแฟรนพันธุ์ไทยง่ายกว่าที่คิด #แฟรนไชส์พันธุ์ไทย #พันธุ์ไทย #แฟรนไชส์ #PunthaiCoffee
อ่านต่อ
เคยสงสัยมั้ย..ซื้อแฟรนไชส์ มีค่าใช้จ่ายค่าอะไรบ้าง?
เคยสงสัยมั้ย..ซื้อแฟรนไชส์ มีค่าใช้จ่ายค่าอะไรบ้าง? วันนี้พี่ไทนำ 3 ค่าใช้จ่ายสำคัญหลักๆ ที่ควรรู้จักมาแนะนำกันก่อน ไปดูกันเลย! #เป็นแฟรนพันธุ์ไทยง่ายกว่าที่คิด! . เริ่มง่าย! มีหลากหลายขนาดร้านให้เลือก ไซส์เล็กสุดแค่ 15 ตร.ม. ก็เปิดได้! ขายง่าย! มีฐานลูกค้ากว่า 23 ล้านคน ติดอันดับแบรนด์เติบโตต่อเนื่อง คุยง่าย! ระยะเวลาสัญญาไม่นานเกินไป ยืดหยุ่น ไม่จุกจิก พร้อมรับฟังคุณ! เข้าใจง่าย! พร้อมซัปพอร์ตด้วยเทรนนิ่งและทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ . สนใจเป็นแฟรนพันธุ์ไทย คลิก!! bit.ly/3XTIgrf หรือ Add Line @punthaifc เลย . #เป็นแฟรนพันธุ์ไทยง่ายกว่าที่คิด #เป็นแฟรนพันธุ์ไทยง่ายกว่าที่คิด #แฟรนไชส์พันธุ์ไทย #พันธุ์ไทย #แฟรนไชส์ #PunthaiCoffee
อ่านต่อ
พันธุ์ไทยเผยเทคนิค บริหารแฟรนไชส์อย่างไร ให้ได้ใจผู้บริโภค
พันธุ์ไทยเผยเทคนิค บริหารแฟรนไชส์อย่างไร ให้ได้ใจผู้บริโภค วันศุกร์หลังเลิกงาน ขอชวนทุกคนมาร่วมเติมความรู้ดีๆ กันที่งาน TFBO 2024 พบกับ คุณอนันต์ รัตนมั่นคง Vice President Food & Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ที่จะมาเผยเคล็ดลับที่ทำให้กาแฟพันธุ์ไทยเติบโต และเป็นแบรนด์กาแฟไทยที่ทุกคนชื่นชอบ วันศุกร์ที่ 12 ก.ค. 67 เวลา 17.00 – 17.45 น.   แวะเติมความสดชื่นกับเครื่องดื่มจากพันธุ์ไทย พร้อมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านแฟรนไชส์ที่จะมาให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันกับพันธุ์ไทย ตั้งแต่วันที่ 11 - 14 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00 - 19.00 น. ที่ฮอลล์ EH 104 บูธ Y2 ไบเทค บางนา สนใจแฟรนไชส์พันธุ์ไทย โทร. 1614 หรือ Add Line @punthaifc bit.ly/3M14MM1
อ่านต่อ