อัปเดตล่าสุด! 5 เมนู DIY ยอดฮิตจาก "พันธุ์ไทย" ที่ชาว TikTok คอนเฟิร์มว่าอร่อยแสงออกปาก
16 ก.ค. 69

อัปเดตล่าสุด! 5 เมนู DIY ยอดฮิตจาก "พันธุ์ไทย" ที่ชาว TikTok คอนเฟิร์มว่าอร่อยแสงออกปาก

 

จากเครื่องดื่มบนป้ายไฟธรรมดา กลายเป็นเมนูลับสุดว้าวที่ถูกแชร์ต่อกันจนขึ้นฟีดบน TikTok! เรารวบรวม 5 สูตร DIY ยอดฮิตจากร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่การันตีโดยยอดไลก์และคอมเมนต์ถล่มทลาย หน้าตาน่าถ่ายรูป รสชาติแปลกใหม่นัวละมุน จนสายโมดิฟายเครื่องดื่มลองแล้วต้องกลับมาสั่งซ้ำในงบสบายกระเป๋า

 

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา "เมนู DIY" หรือการคัสตอมเครื่องดื่มตามสไตล์ตัวเอง กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ยอดฮิตบน TikTok และโซเชียลมีเดีย หลายคนสนุกกับการทดลองจับคู่เครื่องดื่ม ซอส และท็อปปิ้งต่าง ๆ เพื่อสร้างเมนูใหม่ที่ทั้งอร่อย น่าถ่ายรูป และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

 

แน่นอนว่ากระแสนี้ก็เกิดขึ้นในหมู่แฟน ๆ กาแฟพันธุ์ไทยเช่นกัน จนมีเมนูคัสตอมหลายสูตรถูกแชร์ต่อกันแบบปากต่อปากและกลายเป็นเมนูยอดฮิตในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นชาไทยสุดเข้มข้นที่จับคู่กับทีรามิสุ มัทฉะที่เพิ่มความฟินด้วยบราวนี่ หรือเครื่องดื่มผลไม้ที่เติมท็อปปิ้งจนได้ฟีลเหมือนคาเฟ่พรีเมียม[cite: 1]

 

บทความนี้จะพาคุณไปส่อง 5 เมนู DIY สุดฮิตจากพันธุ์ไทยที่ได้รับความนิยมในกลุ่มสายคอนเทนต์และสายคาเฟ่ พร้อมไอเดียคัสตอมที่สามารถนำไปลองสั่งตามได้จริง เผื่อว่าแก้วโปรดแก้วต่อไปของคุณ อาจซ่อนอยู่ในลิสต์นี้ก็ได้

 

ทำไมเมนู DIY ถึงกลายเป็นกระแสบน TikTok?

 

เทรนด์ "Secret Menu" ที่กำลังมาแรง

 

ถ้าใครไถฟีด TikTok บ่อย ๆ คงจะสังเกตเห็นเหล่าครีเอเตอร์สายกินพากันเดินเข้าคาเฟ่แล้วสั่งเมนูแปลก ๆ ที่ไม่มีอยู่บนป้ายไฟ เทรนด์ "Secret Menu" หรือเมนูลับกำลังมาแรงมากในยุคนี้ เพราะผู้บริโภคยุคใหม่มีพฤติกรรมชอบค้นหาและทดลองสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากเมนูปกติทั่วไป การสั่งตามสูตรมาตรฐานอาจจะไม่ตอบโจทย์ความเอ็กซ์คลูซีฟอีกต่อไปแล้ว

 

เมื่อการสั่งเครื่องดื่มกลายเป็นเรื่องสนุก

 

การคัสตอมเครื่องดื่มได้กลายมาเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมที่มีเอนเกจเมนต์สูงมาก เพราะมันช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมเดิม ๆ อย่างการซื้อกาแฟตอนเช้าให้กลายเป็นเรื่องสนุกและสร้างประสบการณ์เฉพาะตัว (Personalized Experience) ตั้งแต่ขั้นตอนการครีเอทสูตร การลุ้นผลลัพธ์หน้าเคาน์เตอร์ และที่สำคัญที่สุดคือ เมนูเหล่านี้มักจะแยกชั้นเลเยอร์สีสันสวยงาม มีท็อปปิ้งอลังการ ทำให้ แชร์ต่อได้ง่ายบนโซเชียลมีเดีย ใครเห็นก็อยากกดหัวใจและไปสั่งตามจนกลายเป็นกระแสไวรัลในข้ามคืน

 

รู้จักวัฒนธรรม "DIY Menu" ของสายคาเฟ่ยุคใหม่

 

ในโลกของ Cafe Hopper ยุคนี้ "เราไม่ได้สั่งแค่น้ำ แต่เราสั่งสไตล์ที่ชอบ" วัฒนธรรม DIY Menu จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อยอย่างเดียว แต่มันคือการสะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และความพิถีพิถันของตัวผู้สั่ง หลายครั้งเมนูที่กลายเป็นกระแสกลับไม่ใช่สูตรที่ดูเข้ากันอย่างลงตัวตั้งแต่แรก แต่เป็นการนำส่วนผสมที่คาดไม่ถึงมาลองจับคู่กัน จนเกิดเป็นรสชาติใหม่ที่อร่อยเกินคาด มีทั้งความแปลกใหม่ ความสนุก และมิติของรสชาติที่น่าสนใจ ยิ่งเมื่อมีคนลองแล้วบอกต่อ แชร์รีวิว หรือโพสต์ลงโซเชียล เมนูเหล่านั้นก็ยิ่งถูกพูดถึงและกลายเป็นเมนูไวรัลที่หลายคนอยากตามไปลองด้วยตัวเอง

 

Article-10-1.jpg

 

สูตรที่ 1: "Matcha-Choc Brownie Frappe" (มัทฉะเฟรปเป้ + ซอสช็อกโกแลตข้างแก้ว + ท็อปบราวนี่หนึบ) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "มัทฉะเฟรปเป้" แล้วแจ้งว่าเพิ่มซอสช็อกโกแลตเข้มข้นราดวนรอบข้างแก้ว ท็อปด้านบนด้วยบราวนี่ (เลือกรสช็อกโกแลตหรือมัทฉะตามชอบ) แล้วราดปิดท้ายด้วยซอสช็อกโกแลตด้านบนอีกครั้ง

 

- สำหรับสาย: สายชาเขียวเลิฟเวอร์ตัวจริง และคนที่ชอบเครื่องดื่มสไตล์ขนมหวาน (Dessert Drink) เข้มข้น เคี้ยวเพลิน เต็มอิ่มในแก้วเดียว

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: นี่คือเมนู D.I.Y. ในตำนานสุดฮิตที่คอกาแฟพันธุ์ไทยแอบสั่งกันอยู่ตลอด! ตัวเบสเป็นมัทฉะแท้เกรดพรีเมียมปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด ได้กลิ่นหอมกรุ่นปนความขมอูมามิอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานอย่างลงตัวกับความหวานเข้มข้น ดาร์กสะใจของซอสช็อกโกแลตที่ราดอยู่รอบแก้ว เพิ่มความฟินขั้นสุดด้วยบราวนี่เนื้อหนึบหนับชิ้นพอดีคำที่ท็อปอยู่ด้านบน เวลาดูดพร้อมกันความขมของมัทฉะจะตัดกับความหวานเข้มของช็อกโกแลตได้อย่างไร้ที่ติ ได้รสชาติที่เข้มข้น นัว และมีเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวสนุก ดูแพงราวกับสั่งเมนูซิกเนเจอร์มาจากคาเฟ่หรูเลย

 

Article-10-2.jpg

 

สูตรที่ 2: "Strawberry Shortcake Milkshake" (นมสดปั่น + ซอสสตรอว์เบอร์รี + สตรอว์เบอร์รีฟรีซดราย + วิปครีม + บัตเตอร์คุกกี้) (ราคาประมาณ 105 - 120 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "นมสดปั่น" ขอคัสตอม "ราดซอสสตรอว์เบอร์รีฉ่ำ ๆ รอบแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมฟู ๆ โรยบัตเตอร์คุกกี้บด และปิดท้ายด้วยสตรอว์เบอร์รีฟรีซดรายกรอบ"

 

- สำหรับสาย: สายเครื่องดื่มสีพาสเทลสุดคิวท์ และคนที่หลงรักเมนูของหวานรสอมเปรี้ยวอมหวานสไตล์เบเกอรี

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: นมสดแท้พาสเจอร์ไรส์ปั่นเนื้อเนียนละมุนลิ้น ดึงรสด้วยความเปรี้ยวหวานสดชื่นของซอสสตรอว์เบอร์รีรอบแก้ว ไฮไลท์เด็ดอยู่ตรงท็อปปิ้งวิปครีมฟู ๆ ที่พอดูดพร้อมบัตเตอร์คุกกี้เค็มมันและสตรอว์เบอร์รีฟรีซดรายกรอบ ๆ แล้ว รสชาติจะทวิสต์กลายเป็นเนื้อเค้กสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กในเวอร์ชันมิลค์เชคหรูหรา ถ่ายรูปขึ้นฟีด TikTok ปังมากแก้วนี้!

 

Article-10-3.jpg

 

สูตรที่ 3: "Blueberry Cheesecake Frappe" (นมสดปั่น + เค้กบลูเบอร์รีชีสพาย) (ราคาประมาณ 125 - 145 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "นมสดปั่น" (แนะนำหวานน้อย 25-50%) แจ้งบาริสต้าว่า "ขอเพิ่มเค้กบลูเบอร์รีชีสพาย นำลงไปปั่นรวมกับเบสนมสดครึ่งก้อน และท็อปวางไว้ด้านบนวิปครีมอีกครึ่งก้อนแบบฉ่ำ ๆ"

 

- สำหรับสาย: สายชีสเค้กเลิฟเวอร์ (Cheesecake Lover) และคนที่ชอบเครื่องดื่มเนื้อเนียนนุ่ม บอดี้หนาเข้มข้นสะใจ

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: เมนูลับที่อร่อยแสงออกปากจนเป็นไวรัลทั่วโซเชียล! เบสนมสดเมื่อมีเนื้อเค้กบลูเบอร์รีชีสพายปั่นผสมลงไปด้วย จะทำให้น้ำปั่นทุกอึกมีความหอมมันนัวเหนียวเหนอะหนะของครีมชีสและพายกรุบกรอบสอดแทรกอยู่ด้านใน ตบด้วยรสเปรี้ยวหวานละมุนจากซอสและเนื้อบลูเบอร์รีชิ้นโตด้านบน ฟินเหมือนยกคาเฟ่ขนมหวานมาไว้ในแก้วเดียวเลย

 

Article-10-4.jpg

 

สูตรที่ 4: "Double Creamy Choc-Caramel Popcorn" (คาราเมลคอฟฟี่ปั่น + ซอสช็อกโกแลตข้างแก้ว + ดับเบิลวิปครีมกลางและบนแก้ว + ป๊อปคอร์น) (ราคาประมาณ 120 - 135 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "คาราเมลคอฟฟี่ปั่น" คัสตอมว่า "ขอซอสช็อกโกแลตราดวนรอบขอบแก้ว ใส่วิปปิ้งครีมไว้ตรงกลางแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมอีกรอบและป๊อปคอร์นคาราเมล จากนั้นราดปิดท้ายด้วยซอสช็อกโกแลต"

 

- สำหรับสาย: สายคาเฟอีนรสหวานมันนัวเข้มข้น และคนชอบทานป๊อปคอร์นโรงหนังระดับเฟิร์สคลาส

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: กาแฟเอสเพรสโซคั่วเข้มปั่นคาราเมลหอม ๆ ถูกอัปเกรดความครีมมี่ขั้นสุดด้วย "ดับเบิลวิปครีม" สองชั้นทั้งกลางแก้วและบนแก้ว ทำให้สัมผัสแรกมีความนุ่มนวลชวนฝัน ตัดเลี่ยนด้วยความเข้มขรึมของซอสช็อกโกแลต และเคี้ยวสนุกกรุบกรอบไปกับป๊อปคอร์นคาราเมลเคลือบฉ่ำด้านบน รวมทุกความฟินและรสสัมผัสสไตล์ครั้นชี่ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

 

Article-10-5.jpg

 

สูตรที่ 5: "Siam-Tiramisu Cha-Thai Frappe" (ชาไทยปั่นตาลโตนด + ปาดซอสทีรามิสุ + วิปครีมมัทฉะ + คุกกี้และโอ้เอ๋วดึ๋ง) (ราคาประมาณ 135 - 155 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ชาไทยปั่น" ขอเพิ่มซอสตาลโตนดปั่นรวมเข้าไปด้วย จากนั้นปาดซอสทีรามิสุรอบแก้ว ใส่เยลลี่โอ้เอ๋วไว้ก้นแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีม โรยบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ และร่อนผงมัทฉะปิดท้ายด้านบนสุด

 

- สำหรับสาย: สายสตรีทฟู้ดทวิสต์เบเกอรีขั้นสุด ที่ชอบความอลังการ ซับซ้อน และอยากลองนวัตกรรมเมนูลับระดับมาสเตอร์พีซ

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: เบสชาไทยสีส้มรสเข้มปั่นรวมกับซอสตาลโตนดที่ช่วยชูความหวานหอมนุ่มลึกอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อดูดผ่านหลอดคุณจะเจอความนุ่มเด้งดึ๋งแสนสดชื่นของเยลลี่โอ้เอ๋ว ตัดสลับกับความมันนัวหอมคาเฟ่อันเป็นเอกลักษณ์ของซอสทีรามิสุที่ปาดอยู่รอบแก้ว ยกระดับความพรีเมียมด้วยวิปครีมฟู ๆ ที่ถูกร่อนตัดเลี่ยนด้วยผงมัทฉะแท้บาง ๆ เจือขม และความกรอบเค็มมันของบัตเตอร์คุกกี้ รสชาติซับซ้อน อร่อยระเบิดในปากจนฉุดไม่อยู่จริง ๆ แก้วนี้!

 

Article-10-6-(1).jpg

 

อะไรที่ทำให้เมนู DIY เหล่านี้กลายเป็นไวรัล?

 

หน้าตาดี ถ่ายรูปขึ้นกล้อง

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวยงามเป็นด่านแรกที่ดึงดูดสายตา การปาดซอสสลับชั้น การแยกเลเยอร์สีสันที่ตัดกันอย่างชัดเจน (เช่น เขียวมัทฉะตัดกับสตรอว์เบอร์รีสีแดงฉ่ำ) หรือการท็อปปิ้งเบเกอรีชิ้นโตไว้ด้านบน ทำให้เครื่องดื่มดูสวยงาม โดดเด่น และกระตุ้นให้คนอยากหยิบมือถือมาถ่ายรูป/อัดคลิปลงโซเชียลทันที

 

รสชาติแปลกใหม่แต่ดื่มง่าย

 

ถึงแม้จะเป็นเมนูที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ แต่เบสหลักยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนคุ้นเคยและชื่นชอบอยู่แล้วอย่าง ชาไทย มัทฉะ หรือนมสด เมื่อนำมามิกซ์แอนด์แมตช์เพิ่มเติม จึงกลายเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ น่าตื่นเต้น แต่ยังคงดื่มง่าย กลมกล่อม ถูกปากคนไทย ไม่ซับซ้อนจนดื่มยาก

 

มีทั้งความนุ่ม ความกรุบ และความสดชื่นในแก้วเดียว

 

เสน่ห์ที่ทำให้คนดูคลิปแล้วต้องรีบไปสั่งตาม คือการรวมกันของ "มัลติ-เทกซ์เจอร์" (Multi-Texture) ในหนึ่งแก้ว คุณจะได้สัมผัสความนุ่มละมุนของวิปครีมหรือเนื้อสมูทตี้ปั่น สลับกับความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินของบัตเตอร์คุกกี้หรือถั่วแมคคาเดเมีย และปิดท้ายด้วยความรีเฟรชสดชื่นฉ่ำคอ เป็นมิติความอร่อยที่ไม่จำเจ

 

รู้สึกเหมือนได้ดื่มเมนูคาเฟ่ราคาแพง

 

เมนู DIY เหล่านี้ช่วยทลายกรอบของเครื่องดื่มราคาแมสทั่วไป เพราะการจัดเต็มทั้งวัตถุดิบและท็อปปิ้งพรีเมียมพาย/เค้ก ทำให้รสสัมผัสและภาพลักษณ์ที่ออกมาดูหรูหรา เหนือระดับ ยกระดับแก้วละหลักร้อยต้น ๆ ให้ฟีลเหมือนกำลังดื่มเครื่องดื่มซิกเนเจอร์แฮนด์คราฟต์จากคาเฟ่หรูระดับ Specialty เลานจ์เลยทีเดียว

 

เทคนิคสั่งเมนู DIY ให้ได้ฟีลคาเฟ่พรีเมียม

 

1. เพิ่มท็อปปิ้งอย่างพอดี

 

กฎทองของการ DIY คือ "ความพอดี" การสาดท็อปปิ้งทุกอย่างที่มีในร้านลงไปในแก้วเดียวอาจทำให้รสชาติตีกันนัวจนเพี้ยน ควรเลือกท็อปปิ้งเสริมไม่เกิน 2-3 ชนิดที่ส่งเสริมกัน เพื่อให้เครื่องดื่มยังคงความกลมกล่อมและไม่แน่นจนเกินไป

 

2. เลือกซอสให้เข้ากับเครื่องดื่ม

 

ซอสคือตัวเชื่อมมิติรสชาติและสร้างเลเยอร์ที่สวยงาม ควรเลือกซอสที่เสริมคาแรกเตอร์ของเบสหลัก เช่น เลือกซอสช็อกโกแลตเข้มข้นมาปาดขอบแก้วเพื่อเพิ่มความดาร์กนัวให้มัทฉะปั่น หรือเลือกซอสตาลโตนดไทยเดิมมาทวิสต์ความหวานหอมนุ่มลึกให้กับชาไทยปั่น

 

3. จับคู่รสชาติที่ตัดกัน (Contrast Pairing)

 

การจับคู่รสชาติขั้วตรงข้ามจะช่วยสร้างรสสัมผัสที่น่าตื่นเต้นและลดความเลี่ยนได้ดีเยี่ยม เช่น การนำความเปรี้ยวหวานฉ่ำของซอสผลไม้ (สตรอว์เบอร์รี/ส้ม) ไปตัดกับความขมอูมามิฝาดสะอาดของชามัทฉะ หรือการร่อนผงมัทฉะแท้เพื่อเบรคความหวานมันของซอสทีรามิสุ

 

4. เน้นความหลากหลายของเนื้อสัมผัส

 

เพื่อให้ได้ฟีลลิ่งเครื่องดื่มระดับมาสเตอร์พีซ ควรดีไซน์ให้มีเนื้อสัมผัสที่ต่างกันสลับชั้นอยู่ภายในแก้ว โดยมีทั้งส่วนที่เป็นน้ำปั่น (สมูทตี้, นมสด), ส่วนที่เป็น ความนุ่มหนึบเด้ง (เยลลี่โอ้เอ๋ว, บุกบราวน์ชูการ์, บราวนี่) และส่วนที่เป็น ความกรุบกรอบ (บัตเตอร์คุกกี้บด, แมคคาเดเมีย, ป๊อปคอร์น)

 

เมนูไหนเหมาะกับคุณ?

 

1. สายชาไทยและขนมหวาน

 

หากคุณเป็นคนที่เลิฟความหวานมัน นัว เข้มข้น และชอบเครื่องดื่มสไตล์ Dessert Drink ที่ดื่มแล้วอิ่มฟินเหมือนกินเค้กชิ้นโปรด คุณจะเหมาะที่สุดกับ "Siam-Tiramisu Cha-Thai Frappe" (ชาไทยปั่นตาลโตนดทวิสต์ซอสทีรามิสุ) เมนูนี้ตอบโจทย์ความหรูหราแบบไทย-อิตาเลียนได้อย่างอลังการแน่นอน

 

2. สายมัทฉะเลิฟเวอร์

 

สำหรับคนเน้นกลิ่นอายชาเขียวแท้ๆ รักความขมอูมามิที่มีเอกลักษณ์ แนะนำให้มุ่งตรงไปที่สองสูตรลับอย่าง "Matcha-Choc Cookie Crunch" (มัทฉะปั่นช็อกโกแลตบุกบราวน์ชูการ์) หรือ "Matcha Berry Macadamia Cream" ที่ได้ความพรีเมียมจากถั่วและซอสผลไม้มาตัดรสชาเขียวเข้ม ๆ ได้อย่างลงตัว

 

3. สายผลไม้และเครื่องดื่มสดชื่น

 

ถ้าคุณไม่ชอบความเลี่ยน หนักนม หรือหวานหนืด แต่ต้องการความรีเฟรชชิ่ง รีเซ็ตความเหนื่อยล้าท้าลมร้อน คุณจะหลงรักกลุ่มเมนูชามะลิดึ๋งปั่น เช่น "Pink Guava Berry Blossom" หรือ "Shine Muscat Jasmine Crunch" ที่ได้ความเปรี้ยวหวานของผลไม้แท้และสัมผัสเด้งดึ๋งแสนจริงใจจากเยลลี่โอ้เอ๋ว ดื่มแล้วสดชื่นสว่างวาบทันที

 

4. สายถ่ายรูปลง TikTok และ Instagram

 

สายอินฟลู แน่นอนต้องให้ความสำคัญกับความสวยงาม เลเยอร์สีสันต้องเป๊ะปัง เรียกยอดไลก์ถล่มทลาย เมนูที่ต้องสั่งคือ "Strawberry Shortcake Milkshake" นมสดปั่นสีชมพูพาสเทลท็อปปิ้งอลังการ หรือ "Blueberry Cheesecake Frappe" ที่วางเค้กบลูเบอร์รีชีสพายมาเป็นก้อนฉ่ำ ๆ ถ่ายมุมไหนก็สวยแพงสะดุดตาฟีดแน่นอน!

 

บทสรุป: เมนูที่อร่อยที่สุด อาจเป็นเมนูที่คุณออกแบบเอง!

แม้สูตร DIY ที่กำลังเป็นไวรัลบน TikTok จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการลองอะไรใหม่ ๆ แต่ความสนุกที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การสั่งตามสูตรเป๊ะ ๆ แต่อยู่ที่การนำไอเดียเหล่านั้นมาต่อยอดให้เป็นสไตล์ของตัวเอง บางคนอาจชอบเพิ่มความหอมมันด้วยวิปครีม บางคนอาจหลงรักการจับคู่มัทฉะกับช็อกโกแลต หรือเลือกเติมโอ้เอ๋วเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวเพลิน ทุกการปรับแต่งล้วนทำให้เครื่องดื่มแก้วเดิมมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างออกไป

 

เพราะสุดท้ายแล้ว เมนูไวรัลไม่ได้เกิดจากสูตรลับที่ซับซ้อนเสมอไป แต่อาจเริ่มต้นจากความกล้าที่จะลองผสมสิ่งที่ตัวเองชอบเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเมนูแก้วโปรดที่คุณอยากกลับมาสั่งซ้ำอีกครั้ง และใครจะรู้... สูตรคัสตอมของคุณในวันนี้ อาจกลายเป็นเมนูไวรัลแก้วต่อไปในวันข้างหน้าก็ได้!

 

ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มจากเมนูไหนดี ลองหยิบหนึ่งใน 5 สูตร DIY ยอดฮิตที่เราแนะนำไปเป็นแรงบันดาลใจก่อนก็ได้ หรือจะลองเปิดเมนูชาไทย มัทฉะ โอ้เอ๋ว กาแฟ และเครื่องดื่มอื่น ๆ ของพันธุ์ไทย แล้วเลือกจับคู่ส่วนผสมในสไตล์ที่ตัวเองชอบก็สนุกไม่แพ้กัน เพราะบางครั้งเมนูที่ถูกใจที่สุด อาจไม่ใช่เมนูที่กำลังเป็นกระแส แต่เป็นเมนูที่คุณค่อย ๆ ค้นพบและคัสตอมขึ้นมาในแบบของตัวเองก็ได้นะ ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้เว็บไซต์กาแฟพันธุ์ไทยและ เฟสบุ๊ค PunThai Coffee![cite: 1]

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมนู DIY พันธุ์ไทยบน Tiktok

 

Q: เมนู DIY คืออะไร?

A: เมนู DIY คือการนำเครื่องดื่มเมนูปกติมาปรับแต่งเพิ่มเติมตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มซอส ท็อปปิ้ง วิปครีม หรือส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อสร้างรสชาติและประสบการณ์การดื่มในแบบที่เป็นตัวเองมากขึ้น

 

Q: สามารถคัสตอมเครื่องดื่มได้ทุกเมนูหรือไม่?

A: เมนูส่วนใหญ่สามารถนำมาประยุกต์และเพิ่มความพิเศษได้ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและท็อปปิ้งที่มีให้บริการในแต่ละช่วงเวลา โดยสามารถสอบถามพนักงานหน้าสาขาเพื่อแนะนำการจับคู่เมนูที่เหมาะสมได้

 

Q: เมนูไหนเหมาะสำหรับมือใหม่?

A: สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลองเมนู DIY แนะนำให้เริ่มจากเมนูยอดนิยมอย่างชาไทย มัทฉะลาเต้ หรือชามะลิดึ๋งปั่น แล้วค่อยเพิ่มซอสหรือท็อปปิ้งทีละอย่าง เพื่อค้นหารสชาติที่ชอบได้ง่ายขึ้น

 

Q: เมนูไหนกำลังเป็นกระแสบน TikTok?

A: เมนูที่ได้รับความนิยมในกลุ่มสายคอนเทนต์และสายคาเฟ่ ได้แก่ ชาไทยปั่นท็อปทีรามิสุ มัทฉะเฟรปเป้บราวนี่ และมัทฉะสตรอว์เบอร์รีวิปครีม ซึ่งโดดเด่นทั้งเรื่องรสชาติและหน้าตาที่น่าถ่ายรูป

 

Q: การเพิ่มท็อปปิ้งทำให้รสชาติเปลี่ยนมากไหม?

A: ช่วยเพิ่มมิติให้เครื่องดื่มได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัส เช่น คุกกี้ช่วยเพิ่มความกรุบกรอบ วิปครีมเพิ่มความนุ่มละมุน หรือซอสผลไม้ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความซับซ้อนของรสชาติ

 

Q: เมนู DIY ราคาเริ่มต้นประมาณเท่าไร?

A: โดยทั่วไปเมนู DIY จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักสิบปลาย ๆ ไปจนถึงร้อยต้น ๆ ขึ้นอยู่กับเมนูพื้นฐานและจำนวนท็อปปิ้งหรือส่วนผสมที่เลือกเพิ่ม

 

Q: สามารถสะสมคะแนน PT Max Card จากเมนู DIY ได้หรือไม่?

A: ได้ เพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์หรือแสดงสมาชิก PT Max Card ก่อนชำระเงิน ทุกยอดใช้จ่ายจากการสั่งเครื่องดื่ม รวมถึงการเพิ่มซอส ท็อปปิ้ง หรือการคัสตอมเมนูต่าง ๆ สามารถนำไปสะสมคะแนนตามเงื่อนไขของระบบสมาชิกได้

 

อ้างอิง:

- https://www.facebook.com/punthaicoffee/

- https://www.tiktok.com/@punthai_coffee_official