
DIY เครื่องดื่มแก้วโปรดฉบับ "พันธุ์ไทย" คัสตอมยังไงให้ดูแพง แต่จ่ายแค่ร้อยต้นๆ!
ใครบอกว่าเครื่องดื่มคัสตอมตามใจฉันต้องราคาแพงเสมอไป? ชวนมารู้จักวิธีมิกซ์แอนด์แมตช์เมนูโปรดจากร้านกาแฟพันธุ์ไทยให้มีสไตล์และรสชาติพรีเมียมราวกับหลุดมาจากคาเฟ่หรู ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช็อตกาแฟ เปลี่ยนประเภทนม ปรับความหวาน หรือการจับคู่ส่วนผสมสุดฮิต ให้คุณได้แก้วที่ใช่สะท้อนตัวตน ในงบสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียงร้อยต้น ๆ
ชอบกาแฟเข้มข้นดุดันดื่มแล้วตื่นทันที หลงใหลในมิติความรีเฟรชของน้ำผลไม้แท้ หรือกำลังมองหาแก้วโปรดเนื้อนุ่มละมุนจากนมทางเลือกอยู่ใช่ไหมล่ะ? รู้ไหมว่าความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องเดินเข้าคาเฟ่หรูราคาเฉียดสองร้อยเพื่อตามหาเครื่องดื่มรสชาติพรีเมียมเหล่านั้นเลย เพราะแค่เดินเข้าร้านกาแฟพันธุ์ไทยใกล้บ้าน แล้วหยิบทักษะการคัสตอมมามิกซ์แอนด์แมตช์ส่วนผสมต่างๆ เข้าด้วยกัน คุณก็จะได้ "Signature Menu" แก้วโปรดระดับสเปเชียลตี้ที่สะท้อนตัวตนของคุณออกมาได้อย่างมีระดับ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักคีย์เวิร์ดลับในการปรับแต่งรสชาติ พร้อมแจก 8 สูตร DIY เครื่องดื่มพันธุ์ไทยที่คัดมาแล้วว่ารสชาติหรูหรา ถ่ายรูปสวย ดูแพงมาก แต่จ่ายจริงในงบร้อยต้นๆ เท่านั้น!
เมื่อ "การคัสตอมเครื่องดื่ม" กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
จากเมนูเบสิค สู่เครื่องดื่มแบบใหม่ที่ว้าวกว่าเดิม
ยุคนี้เดินเข้าร้านกาแฟเราแทบจะไม่ค่อยได้ยินใครสั่งว่า "อเมริกาโนเย็นแก้วนึง" แบบห้วนๆ อีกต่อไปแล้ว เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่คนสั่งสูตรเฉพาะตัว เช่น "อเมริกาโนเย็น เมล็ดพรีเมียมคั่วกลาง ไม่หวานเลย" หรือ "ชาเขียวมัทฉะ หวาน 25% เปลี่ยนเป็นนมโอ๊ต" การปรับเปลี่ยนสูตรเครื่องดื่มได้กลายมาเป็นวิถีชีวิต of คนรุ่นใหม่ที่รักอิสระและอยากให้ทุกคำที่กลืนลงไปตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองมากที่สุด
เทรนด์ Personalization เติบโตในวงการอาหารและเครื่องดื่ม
กระแส Personalization หรือการออกแบบสินค้าให้เฉพาะเจาะจงรายบุคคลกำลังเติบโตอย่างมากในวงการคาเฟ่ เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองว่ากาแฟเป็นแค่เครื่องดื่มแก้ง่วงอีกต่อไป แต่เป็นงานศิลปะในแก้วพลาสติกที่พวกเขาสามารถเลือกเบลนด์รสชาติที่ชอบ ดีไซน์ความเข้มข้น และความหวานได้เองตามอารมณ์ในแต่ละวัน
ทำไมหลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อคัสตอมเมนู
- ได้รสชาติที่ถูกใจมากขึ้น: บางคนไม่ชอบรสขมติดไหม้ บางคนไม่ชอบหวานตัดขา การเพิ่มเงินอีกนิดเพื่อปรับสูตรทำให้ได้เครื่องดื่มที่ "สมบูรณ์แบบ" สำหรับลิ้นตัวเอง
- สร้างประสบการณ์ใหม่จากเมนูเดิม: เมนูเดิมที่กินอยู่ทุกวันอาจจะน่าเบื่อ แต่พอเติมโน่นนิด ปรับนี่หน่อย ก็ช่วยปลุกความตื่นเต้นและสร้างความสุขเล็กๆ ในวันทำงานได้เป็นอย่างดี
รู้จักวิธีคัสตอมเครื่องดื่มแบบง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่อยากลองก้าวเข้าสู่วงการคัสตอมเครื่องดื่มพันธุ์ไทย แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ลองจำคีย์เวิร์ดง่ายๆ 4 ข้อนี้ไว้ใช้บอกพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ได้เลย
- เพิ่มช็อตกาแฟ (Extra Shot): เหมาะมากสำหรับวันที่นอนน้อยตาจะปิด การเพิ่มช็อตเอสเพรสโซจะช่วยบูสต์ความเข้มข้น บอดี้แน่นหนา และเพิ่มกลิ่นหอมของกาแฟให้ชัดเจนขึ้น
- ปรับระดับความหวาน (Sweetness Level): พันธุ์ไทยมีระดับความหวานให้เลือกชัดเจนตั้งแต่ หวานปกติ (100%), หวานน้อย (50%), หวานน้อยมาก (25%) ไปจนถึงไม่หวานเลย (0%) การลดหวานจะช่วยให้เราได้กลิ่นรสที่แท้จริงของชาหรือกาแฟมากขึ้น
- เปลี่ยนประเภทนม (Alternative Milk): สำหรับสายสุขภาพ หรือคนที่มีอาการแพ้นมวัว (Lactose Intolerance) การลองเปลี่ยนจากนมโคพาสเจอร์ไรส์มาตรฐานมาเป็นนมทางเลือกอย่างนมถั่วเหลืองหรือนมโอ๊ต จะช่วยเปลี่ยนเนื้อสัมผัส (Texture) ให้มีความนุ่มละมุนและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ต่างออกไป
- เลือกมิกซ์ช็อตกาแฟกับชา (Coffee & Tea Combo): ทางเลือกสำหรับคนเลือกไม่ถูกและรักพี่เสียดายน้อง คุณสามารถสั่งเพิ่มช็อตกาแฟคั่วกลางค่อนเข้มลงไปในเมนูชาไทยหรือชาเขียวได้ เกิดเป็นเครื่องดื่มฟิวชันเลเยอร์สวยๆ ที่ได้ทั้งความหอมละมุนของชาและความเข้มกระปรี้กระเปร่าจากกาแฟในแก้วเดียว
- จับคู่มิกซ์น้ำผลไม้แท้ (Fruit Juice Pairing): เปลี่ยนกาแฟและชาแก้วเดิมให้สดชื่นตื่นเต็มตา ด้วยการสั่งสลับสับเปลี่ยนหรือมิกซ์น้ำผลไม้ไทยๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน เช่น น้ำส้ม, มะม่วงเบา, น้ำตาลโตนด หรือน้ำมังคุดจันทน์ เมนูใหม่จากพันธุ์ไทย นำมาท็อปด้านบนด้วยช็อตกาแฟพิเศษคั่วกลาง (ไทยริกาโน) หรืออัสสัม รสเปรี้ยวหวานฉ่ำของผลไม้จะช่วยลดความขมรุนแรง ดื่มแล้วรีเฟรชร่างกายได้ดีสุดๆ
- เลือกดื่มร้อนหรือเย็น: เมนูเดียวกันแต่เสิร์ฟในอุณหภูมิที่ต่างกันก็ให้มิติรสชาติต่างกันอย่างสิ้นเชิง กาแฟร้อนจะเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสและกลิ่นอโรมาที่อบอวล ส่วนกาแฟเย็นจะเด่นเรื่องความสดชื่นฉ่ำคอ
10 สูตร DIY เครื่องดื่มพันธุ์ไทย ที่ทำให้แก้วธรรมดาดูพรีเมียมขึ้นทันที
มาถึงช่วงแจกสูตร! ถ้าอยากสั่งกาแฟพันธุ์ไทยให้ดูแพง รสชาติมีมิติแบบบาริสต้าตั้งใจชง ในราคาร้อยต้นๆ ลองสั่งตาม 10 สูตรนี้ดู
สูตรที่ 1: อเมริกาโน + เพิ่มช็อต (ราคาประมาณ 80 - 95 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนูอเมริกาโนเย็นสูตรคลาสสิกของร้าน แล้วขอเพิ่มเอสเพรสโซช็อตอีก 1 ช็อต เติมลงไปในแก้วเพื่อเพิ่มความเข้มข้นคูณสอง
- สำหรับสาย: คนที่ตื่นยาก งานล้นมือ และชอบกาแฟเข้มสะใจ
- รสสัมผัส: เมนูอเมริกาโนเย็นสูตรปกติของร้านจะเป็นเมล็ดกาแฟโทนคั่วเข้ม (Dark Roast) บอดี้แน่น ขมนำ ไม่เปรี้ยว เมื่อเราสั่งเพิ่มเอสเพรสโซช็อตเข้าไปอีก 1 ช็อต จะยิ่งทำให้กาแฟมีความหนาแน่น ดุดัน ขมเข้มสะใจ ดื่มอึกเดียวตื่นยาวไปถึงเย็นแน่นอน
สูตรที่ 2: ลาเต้เย็น + เพิ่มช็อต (ราคาประมาณ 75 - 85 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนูลาเต้เย็นสูตรนมมาตรฐานของร้าน แล้วขอเพิ่มเอสเพรสโซช็อตอีก 1 ช็อต เข้าไปบาลานซ์ความเข้มสู้กับความมันของนม
- สำหรับสาย: คนรักกาแฟนมรสละมุน แต่ไม่ชอบความจืดจาง
- รสสัมผัสพรีเมียม: หลายคนเคยเจอปัญหาเวลาสั่งลาเต้เย็นแล้วรสนมกลบกาแฟจนหมด แต่สูตรนี้คือกาแฟนมที่บาลานซ์ดีที่สุด โดยใช้เมล็ดกาแฟโทนคั่วกลางค่อนเข้ม (Medium-Dark Roast) ของเมนูนมมาตรฐาน นำมาเพิ่มช็อตกาแฟเข้าไป บาลานซ์ในแก้วจะเปลี่ยนทันที กาแฟจะมีความเข้มสู้รสความมันของนมสดพาสเจอร์ไรส์ได้อย่างลงตัว รสชาติจะเข้มข้น นัว กลมกล่อม ละมุนละไม ไม่ขมไหม้และไม่เลี่ยน
สูตรที่ 3: "Black Citrus Fusion" (น้ำส้มคั้นสด + ท็อปช็อตไทยริกาโนคั่วกลาง) (ราคาประมาณ 80 - 90 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนูน้ำส้มคั้นสด แล้วคัสตอมด้วยการสั่งเพิ่มช็อตกาแฟพิเศษคั่วกลาง (ไทยริกาโน)ราดท็อปไว้ด้านบนสุดแยกเป็นเลเยอร์สีดำตัดส้มสวยงาม
- สำหรับสาย: สายกาแฟผลไม้ (Fruit Coffee) ที่ชอบความรีเฟรช ฉ่ำคอ ลบภาพจำกาแฟดำรสขมแบบเดิมๆ
- รสสัมผัสพรีเมียม: สั่งเมนูน้ำส้มคั้นสดของพันธุ์ไทย แล้วคัสตอมด้วยการสั่ง "เพิ่มช็อตกาแฟพิเศษคั่วกลาง (ไทยริกาโน)" ราดท็อปไว้ด้านบนสุดเป็นเลเยอร์แยกชั้นสีดำตัดส้ม เมล็ดพรีเมียมคั่วกลางจะมีรสเปรี้ยวอมหวานโทนผลไม้และกลิ่นดาร์กช็อกโกแลตอยู่แล้ว พอมาฟิวชันกับความฉ่ำของน้ำส้ม รสชาติจะผสานกันกลมกล่อมคล้ายส้มเคลือบช็อกโกแลต ดื่มง่าย สดชื่น และหอมฟุ้งมาก

สูตรที่ 4: "Matcha Dirty Oat" (มัทฉะพรีเมียม 0% หวาน + เปลี่ยนเป็นนมโอ๊ตแช่เย็นจัด) (ราคาประมาณ 85 - 105 บาท)
- การคัสตอม: สั่งชาเขียวมัทฉะลาเต้เย็นแบบไม่ใส่น้ำเชื่อมเลย (0%) พร้อมคัสตอมขอเปลี่ยนเบสนมวัวเป็นนมโอ๊ตแช่เย็นจัด ไม่ใส่น้ำแข็ง และเสิร์ฟแยกชั้นสไตล์เดอร์ที
- สำหรับสาย: สายคลีน มินิมอล รักสุขภาพ และชอบเนื้อสัมผัสของนมทางเลือก
- รสสัมผัสพรีเมียม: สั่งชาเขียวมัทฉะพรีเมียมแท้ (สั่งแบบไม่ใส่น้ำเชื่อม 0%) สกัดแยกชั้นแบบท็อปไว้ด้านบน แล้วคัสตอมโดยขอเปลี่ยนเบสนมด้านล่างเป็น "นมโอ๊ต (Oat Milk) แช่เย็นจัด" ไม่ใส่น้ำแข็ง เวลาดื่มโดยไม่ใช้หลอด ความหอมกรุ่นปนขมอูมามิของมัทฉะแท้จะค่อยๆ ไหลผ่านความนุ่มนวล หอมมัน และความหวานละมุนตามธรรมชาติของนมโอ๊ต เกิดเป็นมิติรสชาติที่คลีน นุ่มลึก ละมุนลิ้น เหมือนไปนั่งกินที่คาเฟ่ญี่ปุ่นเลย

สูตรที่ 5: ดับเบิ้ลช็อกโกแลตเย็น + เพิ่มช็อตกาแฟ (เมนูลับสไตล์ Mocha คัดสรรเอง) (ราคาประมาณ 75 - 85 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนูดับเบิ้ลช็อกโกแลตเย็นสูตรปกติของร้าน เพิ่มช็อตเอสเพรสโซราดท็อปด้านบน" เพื่อเปลี่ยนช็อกโกแลตเย็นให้กลายเป็นมอคค่าสุดเข้มข้น
- สำหรับสาย: คนชอบความแปลกใหม่ สายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ที่อยากได้คาเฟอีนมาตัดรส
- รสสัมผัสพรีเมียม: ใครที่ชอบดื่มช็อกโกแลตเย็นสูตรเข้มข้นสุดหนืดของพันธุ์ไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ลองคัสตอมด้วยการสั่งเพิ่มช็อตเอสเพรสโซลงไปด้วย คุณจะได้เมนู "มอคค่า" เวอร์ชันพรีเมียมสุดๆ รสขมเข้มและกลิ่นอโรมาของกาแฟจะเข้าไปผสานกับความหวานมันเข้มข้นของดับเบิ้ลช็อกโกแลต เกิดเป็นมิติรสชาติที่ดาร์ก นัว สะใจ เป็นเมนูลับที่ดูหรูหราและเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

สูตรที่ 6: "Palmy Caramel Milkshake" (นมสดปั่น + ซอสตาลโตนดรอบแก้ว + ท็อปวิปครีมหนานุ่ม) (ราคาประมาณ 85 - 100 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนู "นมสดปั่น" แล้วขอเพิ่มซอสตาลโตนดราดวนรอบข้างแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ แล้วราดปิดท้ายด้วยซอสตาลโตนดเข้มข้นด้านบน
- สำหรับสาย: สายหวานนัว ละมุนละไม ชอบเครื่องดื่มเนื้อเนียนสไตล์มิลค์เชค (Milkshake) ที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยแบบโมเดิร์น
- รสสัมผัสพรีเมียม: เมนู D.I.Y. สุดฮิตที่อร่อยนัวลงตัวสุดๆ ตัวเบสเป็นนมสดแท้พาสเจอร์ไรส์ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด ละมุนลิ้น ดึงความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้นด้วยความหวานโชยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของ "ซอสตาลโตนดแท้" ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยที่ราดสลับชั้นอยู่รอบแก้ว ซึ่งจะให้รสหวานกลมกล่อม นุ่มลึก ไม่หวานแหลมแสบคอเหมือนไซรัปทั่วไป เติมความฟินแบบตะโกนด้วยวิปปิ้งครีมเนื้อหนานุ่มฟูที่ราดซอสตาลโตนดปิดท้ายด้านบน เวลาดูดทานพร้อมกัน รสชาติจะผสมผสานออกมานัว หอมหวาน มันเข้มข้น คล้ายดื่มคาราเมลมิลค์เชคเกรดพรีเมียมตามร้านเบอร์เกอร์หรูๆ เลยแหละ สายของหวานต้องเลิฟ!

สูตรที่ 7: "Assam Mangosteen Layer" (มังคุดปั่นวุ้นมะพร้าว + ช็อตชาอัสสัมน่าน) (ราคาประมาณ 109 - 115 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนู "มังคุดวุ้นมะพร้าว" เมนูใหม่ล่าสุดจากซีรีส์มังคุด มังคุดวุ้นมะพร้าว เพิ่มช็อตชาอัสสัมออริจินอลของน่าน (แบบไม่ใส่น้ำเชื่อม) เพื่อทำเป็นเลเยอร์สีน้ำตาลเข้มตัดกับสีขาวอมชมพูของมังคุดปั่น หรือลองดูเมนูมังคุดปั่นกับช็อตกาแฟ ช็อตมัทฉะ หรือโยเกิร์ตก็มีนะ
- สำหรับสาย: สายชาผลไม้ (Fruit Tea) ที่ชอบความหอมหวานละมุนฉ่ำของราชินีผลไม้ไทย แต่ยังต้องการความเข้มลึกและบอดี้ที่ชัดเจนของชาดำ
- รสสัมผัสพรีเมียม: เมนูนี้จะได้ความหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมตามธรรมชาติจากเนื้อมังคุดปั่นแท้ๆ พ่วงด้วยเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบหนับของวุ้นมะพร้าวที่ก้นแก้ว แต่ความพิเศษที่พรีเมียมขึ้นไปอีกขั้นคือกลิ่นและรสชาติของ "ชาอัสสัมน่าน" ที่มีความหอมเข้ม โทนฝาดสะอาดและกลิ่นคั่วอันเป็นเอกลักษณ์ รสเข้มของชาอัสสัมจะเข้าไปตัดและบาลานซ์ความหวานฉ่ำของมังคุดได้อย่างลงตัวพอดี ทำให้แก้วนี้มีมิติรสชาติที่ลึกซึ้ง หอมฟุ้งทั้งกลิ่นชาและผลไม้ ให้ความรู้สึกหรูหราสดชื่นเหมือนกำลังดื่มม็อกเทลสูตรพิเศษในเลานจ์ระดับห้าดาวเลย

สูตรที่ 8: "Triple Caramel-Choc Popcorn Frappe" (คาราเมลคอฟฟี่ปั่น + ซอสช็อกรอบแก้ว + ดับเบิลวิปครีม + ท็อปป๊อปคอร์นฉ่ำ) (ราคาประมาณ 115 - 135 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนู "คาราเมลคอฟฟี่ปั่น" ขอเพิ่มซอสช็อกโกแลตราดวนรอบข้างแก้ว ใส่วิปปิ้งครีมตรงกลางแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมและป๊อปคอร์นคาราเมล แล้วราดปิดท้ายด้วยซอสคาราเมลฉ่ำๆ
- สำหรับสาย: สายคาเฟอีนรสหวานละมุน และคนที่ชอบเครื่องดื่มสไตล์ "ครั้นชี่เฟรปเป้" มีเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวกรุบกรอบ ฟินเต็มพิกัดในแก้วเดียว
- รสสัมผัสพรีเมียม: นี่แหละสูตรลับขั้นสุด ยิ่งลับ ยิ่งอร่อยจัดเต็ม! ตัวเบสคือกาแฟเอสเพรสโซคั่วเข้มปั่นรวมกับไซรัปคาราเมลจนเนื้อเนียนละเอียด ได้รสขมปนหอมหวานโชยเตะจมูก เพิ่มมิติความอร่อยด้วยซอสช็อกโกแลตเข้มข้นรอบแก้ว ความฟินพุ่งทะยานด้วยการใส่ "ดับเบิลวิปครีม" ทั้งตรงกลางแก้วและบนแก้ว เพื่อความนุ่มนั่วนัวละมุนในทุกอึกที่ดูด ปิดท้ายความหรูหราด้วยการท็อปป๊อปคอร์นคาราเมลกรุบกรอบเคี้ยวสนุก ราดซอสคาราเมลซ้ำอีกรอบ รสชาติจะผสมผสานกันอย่างลงตัว มีทั้งความขม หอม หวาน มัน และมีความกรอบเค็มมันของป๊อปคอร์นมาตัดเลี่ยน ดูแพงราวกับเมนูยอดฮิตในโรงภาพยนตร์ระดับเฟิร์สคลาสเลย!

สูตรที่ 9: "Matcha-Choc Brownie Frappe" (มัทฉะเฟรปเป้ + ซอสช็อกโกแลตข้างแก้ว + ท็อปบราวนี่หนึบ) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)
- การคัสตอม: สั่งเมนู "มัทฉะเฟรปเป้" แล้วแจ้งคัสตอมขอเพิ่มซอสช็อกโกแลตเข้มข้นราดวนรอบข้างแก้ว ท็อปด้านบนด้วยบราวนี่ (เลือกรสช็อกโกแลตหรือมัทฉะตามชอบ) แล้วราดปิดท้ายด้วยซอสช็อกโกแลตด้านบนอีกครั้ง
- สำหรับสาย: สายชาเขียวเลิฟเวอร์ตัวจริง และคนที่ชอบเครื่องดื่มสไตล์ขนมหวาน (Dessert Drink) เข้มข้น เคี้ยวเพลิน เต็มอิ่มในแก้วเดียว
- รสสัมผัสพรีเมียม: นี่คือเมนู D.I.Y. ในตำนานสุดฮิตที่คอกาแฟพันธุ์ไทยแอบสั่งกันอยู่ตลอด! ตัวเบสเป็นมัทฉะแท้เกรดพรีเมียมปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด ได้กลิ่นหอมกรุ่นปนความขมอูมามิอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานอย่างลงตัวกับความหวานเข้มข้น ดาร์กสะใจของซอสช็อกโกแลตที่ราดอยู่รอบแก้ว เพิ่มความฟินขั้นสุดด้วยบราวนี่เนื้อหนึบหนับชิ้นพอดีคำที่ท็อปอยู่ด้านบน เวลาดูดพร้อมกันความขมของมัทฉะจะตัดกับความหวานเข้มของช็อกโกแลตได้อย่างไร้ที่ติ ได้รสชาติที่เข้มข้น นัว และมีเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวสนุก ดูแพงราวกับสั่งเมนูซิกเนเจอร์มาจากคาเฟ่หรูเลย

สูตรที่ 10: "Shine Muscat Jasmine Creamy" (ชามะลิดึ๋งปั่นไชน์มัสแคท + ท็อปวิปครีม + ซอสส้ม + บัตเตอร์คุกกี้กรอบ) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)
- การคัสตอม:
* สั่งเมนู “ชามะลิดึ๋งปั่นพิงก์กัววา” ราดซอสสตรอว์เบอร์รี ท็อปด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ และสตรอว์เบอร์รี หวานซ่อนเปรี้ยว เพลินสุดๆ
* สั่งเมนู "ชามะลิดึ๋งปั่นไชน์มัสแคท" (ชาเขียวกลิ่นมะลิปั่นกับองุ่นไชน์มัสแคทและโอ้เอ๋ว) ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ ราดซอสส้ม และโรยเพิ่มด้วยบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ"
- สำหรับสาย: สายชาผลไม้ปั่น (Fruit Tea Smoothie) ที่ชอบความสดชื่นเต็มพิกัด แต่ยังรักความละมุนละไมชวนเคี้ยวแบบขนมหวานพรีเมียม
- รสสัมผัสพรีเมียม: บอกเลยว่าลงตัวสุดๆ กับการฟิวชันระหว่าง "พี่ชามะลิจากเชียงราย" และ "น้องโอ้เอ๋วจากภูเก็ต" นำมาปั่นเข้ากับองุ่นไชน์มัสแคทจนได้เบสชาผลไม้รสเปรี้ยวหวานฉ่ำหอมกลิ่นดอกไม้ มีเนื้อโอ้เอ๋วดึ๋งๆ แสนจริงใจให้เคี้ยวเพลินที่ก้นแก้ว ความพรีเมียมจะอัปเลเวลทันทีเมื่อดูดพร้อมกับวิปครีมเนื้อนุ่มฟูหนานุ่มดุจปุยเมฆด้านบน คลุกเคล้ากับรสเปรี้ยวอมหวานกลิ่นส้มตระกูลซิสตรัสจากซอสส้ม และปิดท้ายด้วยเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ เค็มๆ มันๆ ของบัตเตอร์คุกกี้ชั้นดี เกิดเป็นรสชาติที่สดชื่น หอมละมุน ซับซ้อนและมีมิติมากๆ เหมือนกำลังนั่งทานของหวานจานหรูในคาเฟ่สไตล์ฟิวชันเลย
เทคนิคสั่งเครื่องดื่มให้ดูเหมือนสาย Specialty Coffee
อยากสั่งออเดอร์ให้ดูเป็น "ตัวจริง" ด้านกาแฟ บาริสต้าฟังแล้วต้องตั้งใจกดสกัดช็อต ลองนำทริคเหล่านี้ไปใช้ดู
- เข้าใจระดับความหวานที่เหมาะกับเมนู: กาแฟดำคั่วกลาง (เช่น ไทยริกาโน) ควรดื่มแบบหวานน้อย 50% หรือไม่หวานเลย เพื่อไม่ให้ไซรัปไปบดบังกลิ่นผลไม้ ส่วนชามัทฉะเข้มๆ ควรอยู่ที่ความหวาน 25% เพื่อดึงรสอูมามิของชาออกมา
- รู้ว่าควรเพิ่มช็อตเมื่อไร: ควรเพิ่มช็อตเมื่อสั่งเมนูนมแก้วใหญ่ หรือเมื่อต้องการเปลี่ยนเมนูโกโก้/ชาไทยธรรมดาให้กลายเป็นเมนูฟิวชันกาแฟ
- เมนูไหนเหมาะกับการดื่มแบบไม่หวานเลย (0%): อเมริกาโนเย็น และไทยริกาโน คือสองเมนูที่ควรลองดื่มแบบไร้น้ำตาลดูสักครั้ง เพื่อฝึกประสาทสัมผัสให้รับรสชาติที่แท้จริงของเมล็ดกาแฟ
- ดื่มกาแฟอย่างไรให้สัมผัสรสชาติได้ชัดขึ้น: หลังจากจิบแรก ให้ลองอมกาแฟไว้ในปากสัก 1-2 วินาที สูดหายใจเข้าเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นอโรมาตีขึ้นไปที่จมูก จากนั้นค่อยกลืน คุณจะรับรู้ถึงรสสัมผัส (Aftertaste) ที่ทิ้งท้ายไว้ในลำคอได้ชัดเจนขึ้น
คัสตอมยังไงให้คุ้มงบ?
1.เพิ่มความพรีเมียมได้โดยไม่ต้องจ่ายแพง
การคัสตอมในร้านแบรนด์ใหญ่มักจะถูกมองว่าทำให้ราคาบานปลายจนเฉียดสองร้อยบาท แต่ที่กาแฟพันธุ์ไทย ราคาเริ่มต้นของเมนูพื้นฐานค่อนข้างเป็นมิตร (ประมาณ 60 - 75 บาท) การเพิ่มออปชันเสริม เช่น เพิ่มช็อตกาแฟ หรือชา หรือเปลี่ยนเป็นนมทางเลือก จึงเพิ่มเงินอีกเพียงแค่ 15 - 25 บาทเท่านั้น
2. งบประมาณ 100 - 120 บาท ได้อะไรบ้าง?
ในงบเท่านี้ คุณสามารถสั่ง "ไทยริกาโนเย็น เมล็ดพรีเมียมคั่วกลาง (80 บาท) + เพิ่มเอสเพรสโซช็อต (15 บาท) + ปรับหวาน 25%" ยอดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 95 - 115 บาท ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ร้อยต้นๆ แต่ได้ดื่มกาแฟระดับ Specialty คุณภาพสูง
3. เปรียบเทียบกับเครื่องดื่มในคาเฟ่ทั่วไป
หากคุณเดินเข้าคาเฟ่แนวสโลว์บาร์หรือร้าน Specialty หรูๆ ข้างนอก กาแฟดริปหรือกาแฟเมล็ดพรีเมียมคั่วกลางสักแก้วมักจะสตาร์ทราคาที่ 130 - 180 บาทเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นการมาคัสตอมสูตรที่พันธุ์ไทยจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ได้แก้วพรีเมียมในราคาประหยัดไปได้เกือบครึ่ง
ความสนุกของการสร้าง "เมนูประจำ" ในแบบของตัวเอง
ไม่มีสูตรที่ถูกที่สุด มีแต่สูตรที่ใช่ที่สุด
เสน่ห์ของการ DIY เครื่องดื่มคือมันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว คำว่า "อร่อย" ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบสั่งชาไทยผสมกาแฟคั่วกลางค่อนเข้ม บางคนชอบมัทฉะใส่น้ำส้ม ทุกการทดลองคือความสนุกที่คุณได้สวมบทบาทเป็นบาริสต้าส่วนตัว
ทำไมหลายคนถึงสั่งเมนูเดิมซ้ำทุกวัน
เมื่อเราค้นพบสูตรคัสตอมที่ "ตรงใจ" และลงตัวกับลิ้นเราที่สุดแล้ว แก้วนั้นจะกลายเป็น Comfort Drink หรือเมนูประจำตัวที่สั่งซ้ำได้ทุกวันโดยไม่เบื่อ เพราะมันให้รสชาติที่เสถียรและตอบสนองความสุขของเราได้ดีที่สุด
การค้นหาแก้วโปรดคือเสน่ห์ของการดื่มกาแฟ
การได้ลองปรับสูตรไปเรื่อยๆ วันนี้หวานมากหน่อย วันนี้เข้มข้นขึ้นอีกนิด คือการเดินทางที่น่าค้นหาในโลกของเครื่องดื่ม และทำให้การเดินเข้าร้านกาแฟในทุกๆ เช้าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอ
บทสรุป: แก้วโปรดที่ดีที่สุด คือแก้วที่ออกแบบมาเพื่อคุณ
ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช็อตกาแฟคั่วเข้มสะใจเพื่อบูสต์ความตื่น การท็อปช็อตคั่วกลางลงบนน้ำส้มคั้นสดเพื่อความรีเฟรช การเลือกเปลี่ยนเบสนมวัวเป็นนมโอ๊ตนุ่มๆ ไปจนถึงความสนุกขั้นสุดอย่างการมิกซ์เลเยอร์ซอสช็อกโกแลตลงบนมัทฉะแฟรปเป้ การคัสตอมเครื่องดื่มนี่แหละที่เป็นเครื่องมือชั้นดีในการเปลี่ยนเมนูมาตรฐานบนป้ายไฟ ให้กลายเป็นแก้วโปรดระดับพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนและตอบโจทย์ลิ้นของคุณได้มากที่สุด
และที่สำคัญ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไปเลย เพราะที่กาแฟพันธุ์ไทย เครื่องดื่มราคาหลักสิบปลายๆ ไปจนถึงร้อยต้นๆ ก็สามารถเปิดประสบการณ์การดื่มที่หรูหรา ซับซ้อน มีมิติ และถูกใจได้ไม่แพ้เมนูสเปเชียลตี้จากคาเฟ่ราคาแพงเลย วันหยุดหรือบ่ายนี้ลองเลี้ยวเข้าพันธุ์ไทยแล้วยื่นสูตร DIY ในแบบของคุณให้บาริสต้าลองชงดูนะ! สำหรับใครที่เพิ่งดื่มพันธุ์ไทยครั้งแรก ลองสั่งเมนูซิกเนเจอร์อย่างไทยริกาโนหรือเมนูยอดนิยมอื่นๆ ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้เว็บไซต์กาแฟพันธุ์ไทยและ เฟสบุ๊ค PunThai Coffee!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคัสตอมเครื่องดื่มพันธุ์ไทย
Q: สามารถเพิ่มช็อตกาแฟได้หรือไม่?
A: ได้แน่นอน สามารถแจ้งพนักงานตอนสั่งเมนูได้เลยว่าต้องการ "เพิ่มช็อตเอสเพรสโซ" โดยจะมีค่าบริการเพิ่มช็อตละประมาณ 15-20 บาท (เช็คกับพันธุ์ไทยอีกที)
Q: ปรับระดับความหวานได้กี่ระดับ?
A: ปรับได้ 4 ระดับหลักๆ คือ หวานปกติ (100%), หวานน้อย (50%), หวานน้อยมาก (25%) และไม่หวานเลย (0%) สามารถเลือกให้เหมาะกับสุขภาพและสไตล์การดื่มได้เลย
Q: เมนูไหนเหมาะสำหรับคนเริ่มดื่มกาแฟ?
A: แนะนำเป็นเมนูกาแฟนมระดับคั่วกลางค่อนเข้ม เช่น ลาเต้เย็น หรือ คาปูชิโนเย็น แบบหวานน้อย (50%) เพราะรสนมพาสเจอร์ไรส์จะช่วยลดความขม ทำให้ดื่มง่าย กลมกล่อม และละมุนลื่นคอ
Q: เมนูไหนเหมาะกับคนไม่ชอบหวาน?
A: อเมริกาโนเย็น หรือ ไทยริกาโนเย็น สั่งแบบความหวาน 0% คุณจะได้ลิ้มรสรสชาติที่แท้จริงและกลิ่นอโรมาของเมล็ดกาแฟแท้แบบเต็มๆ โดยไม่มีน้ำตาลมาบดบัง
Q: หากต้องการคัสตอมเพิ่มออปชันเสริม เช่น เพิ่มช็อตกาแฟ หรือเปลี่ยนประเภทนม มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
A: ราคาของออปชันเสริมจะเริ่มต้นที่ประมาณ 15 - 25 บาทต่ออย่าง เช่น
- การเพิ่มช็อตเอสเพรสโซ (Extra Shot) จะอยู่ที่ประมาณ +15 บาท
- การเปลี่ยนเบสนมวัวเป็นนมทางเลือกอย่าง นมโอ๊ต (Oat Milk) จะอยู่ที่ประมาณ +20 บาท
ส่วนท็อปปิ้งพรีเมียมอื่นๆ (เช่น วิปครีม, ซอสมัทฉะ, บราวนี่ หรือป๊อปคอร์น) ราคาจะแตกต่างกันไปตามโปรโมชันและฤดูกาล ทำให้ราคารวมของเมนู DIY ส่วนใหญ่ยังคงเซฟงบอยู่ในช่วงร้อยต้นๆ
Q: ไทยริกาโนเหมาะกับการดื่มแบบหวานน้อยหรือไม่?
A: เหมาะมาก! เมนูไทยริกาโนใช้เมล็ดเกรดพรีเมียมระดับคั่วกลาง การสั่งแบบหวานน้อย (50% หรือ 25%) จะช่วยชู Character รสเปรี้ยวอมหวานคล้ายผลไม้และความฉ่ำชุ่มคอตามธรรมชาติของกาแฟพิเศษออกมาได้ดีที่สุด
Q: เมนูไหนคุ้มค่าที่สุดสำหรับสายกาแฟ?
A: หากวัดที่คุณภาพเมล็ด "ไทยริกาโนเย็น หวานน้อย" คุ้มค่าที่สุดในแง่ของรสชาติสเปเชียลตี้ แต่ถ้าในแง่พลังงานและความตื่นตัว "อเมริกาโนเย็น เพิ่มช็อต" คือแก้วที่คุ้มงบส่งพลังบอดี้คั่วเข้มให้คุณได้ดีที่สุด
Q: ถ้าอยากสั่งเครื่องดื่มคัสตอมสไตล์แยกเลเยอร์ (Layer) สวยๆ ถ่ายรูปปัง ต้องสั่งอย่างไร?
A: สามารถแจ้งบาริสต้าหน้าเคาน์เตอร์ตอนสั่งได้เลยว่า "ขอทำแบบแยกเลเยอร์" หรือ "ขอราดช็อต/ซอสท็อปไว้ด้านบนสุด" โดยเฉพาะเมนูกลุ่มชาผลไม้ กาแฟน้ำผลไม้ หรือเมนูที่เปลี่ยนเบสเป็นนมโอ๊ตแช่เย็นจัด บาริสต้าจะใช้เทคนิคการรินผ่านช้อนบาร์เพื่อให้เครื่องดื่มแยกชั้นสีสันสวยงาม ถ่ายรูปขึ้นกล้องแน่นอน
Q: การสั่งเมนูคัสตอม DIY แบบนี้ สามารถสะสมแต้มหรือใช้สิทธิ์บัตร PT Max Card ได้ตามปกติไหม?
A: สะสมและใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ 100% ไม่ว่าคุณจะมิกซ์แอนด์แมตช์สูตรไหน ยอดรวมสุทธิหลังจากหักส่วนลดแล้วจะถูกนำไปคิดเป็นคะแนนสะสมและนับยอดเพื่อเลื่อนระดับสมาชิก (Tier) ของคุณทันที และหากคุณมีคูปองส่วนลดจากแอป Max Me หรือสิทธิ์จากบัตรแดง Max Card Plus ก็สามารถนำมาใช้เป็นส่วนลดร่วมกับการสั่งเมนูคัสตอมได้เช่นกัน สั่งได้สบายใจเลย!
อ้างอิง:
- https://www.facebook.com/punthaicoffee