ชาไทย มัทฉะ โอ้เอ๋ว จับคู่กับอะไรดี? ส่อง 5 ไอเดีย DIY Menu เมนูพันธุ์ไทยประจำฤดูกาล
16 ก.ค. 69

ชาไทย มัทฉะ โอ้เอ๋ว จับคู่กับอะไรดี? ส่อง 5 ไอเดีย DIY Menu กาแฟพันธุ์ไทยประจำฤดูกาล

 

เบื่อเมนูเดิม ๆ แต่ยังไม่รู้จะสั่งอะไรดี? ชวนมาลองจับคู่เครื่องดื่มยอดฮิตอย่างชาไทย มัทฉะ และโอ้เอ๋ว กับส่วนผสมต่าง ๆ ของร้านกาแฟพันธุ์ไทย เพื่อสร้างรสชาติใหม่ที่สดชื่น สนุกสนาน และเข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย in แต่ละช่วงฤดูกาลได้อย่างลงตัว ในราคาสบายกระเป๋าชวนฟิน!

 

ชาไทย มัทฉะ และโอ้เอ๋ว นี่แหละ! สามเมนูยอดฮิตของพันธุ์ไทยที่ครองใจสายเครื่องดื่มมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันทั้งความหอมเข้มของชาไทย ความละมุนของมัทฉะ และความสดชื่นเคี้ยวเพลินของโอ้เอ๋ว แต่รู้หรือไม่ว่า เมนูเหล่านี้สามารถสนุกได้มากกว่าการสั่งแบบเดิม ๆ

 

เพียงแค่ลองเพิ่มท็อปปิ้ง ซอส หรือจับคู่กับส่วนผสมที่เข้ากัน คุณก็สามารถเปลี่ยนเครื่องดื่มแก้วธรรมดาให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษสไตล์คาเฟ่ได้ในงบสบายกระเป๋า บทความนี้จะพาไปส่อง 5 ไอเดีย DIY Menu จากเมนูยอดนิยมของพันธุ์ไทย ที่ทั้งน่าลอง น่าถ่ายรูป และอาจกลายเป็นแก้วโปรดแก้วใหม่ของคุณในฤดูกาลนี้

 

เมื่อการดื่มเครื่องดื่มไม่ได้มีแค่ "เมนูเดิม"

 

เทรนด์ DIY Drink ที่กำลังได้รับความนิยม

 

ทุกวันนี้การเดินเข้าคาเฟ่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจิ้มเมนูตามป้ายไฟอีกต่อไปแล้ว เพราะพฤทีตกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เทรนด์ DIY (Do It Yourself) Drink หรือการดีไซน์เครื่องดื่มแก้วโปรดด้วยตัวเองกำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม คนรุ่นใหม่ชอบความท้าทายในการค้นหา "เมนูเฉพาะตัว" ที่รสชาติแมตช์กับลิ้นของตัวเองมากที่สุด การได้ลองเพิ่มโน่น นิดปรับนี่หน่อย นอกเหนือจากจะได้รสชาติที่ถูกใจแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสนุกสนานและสีสันให้กับการดื่มเครื่องดื่มในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี

 

ทำไมเมนู Seasonal ถึงได้รับความนิยม

 

หลายคนน่าจะสังเกตเห็นว่า เมนูกลุ่มฤดูกาล (Seasonal Menu) ของกาแฟพันธุ์ไทยมักจะกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะเมนูเหล่านี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อ สร้างประสบการณ์ใหม่จากวัตถุดิบเดิม ที่เราคุ้นเคย โดยดึงเอาผลไม้หรือขนมท้องถิ่นไทยมาผสมผสานให้เข้ากับสภาพอากาศและอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลา เช่น ความฉ่ำเย็นดับร้อนในซัมเมอร์ หรือความนุ่มนวลอบอุ่นในช่วงปลายปี ทำให้การดื่มเครื่องดื่มแต่ละแก้วมีเรื่องราวและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

 

รู้จัก 3 ดาวเด่นประจำฤดูกาลของพันธุ์ไทย

 

ก่อนจะไปดูสูตรลับ เรามาทำความรู้จักกับ 3 วัตถุดิบดาวเด่นที่ขึ้นแท่นเป็นตัวมารดาแห่งการนำมา DIY มิกซ์แอนด์แมตช์ของร้านพันธุ์ไทยกันก่อน

 

- ชาไทย: นัมเบอร์วันในใจใครหลายคน โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสที่หอม เข้มข้น นัว หวานมันสไตล์ไทยแท้แบบโบราณ ข้อดีคือมีบอดี้ชาที่แข็งแรงมาก ทำให้สามารถนำไปจับคู่ได้ดีทั้งกับช็อตกาแฟคั่วเข้ม หรือมิกซ์เป็นเมนูของหวานได้อย่างยอดเยี่ยม

- มัทฉะ: ผงมัทฉะแท้เกรดพรีเมียมที่พันธุ์ไทยคัดสรรมาอย่างดี ให้กลิ่นรสชาเขียวที่ชัดเจน นุ่มลึก มีรสอูมามิเจือขมปลายๆ ยอดเยี่ยมในการนำมาสกัดผสมเพื่อเพิ่มมิติความพรีเมียมและความสดชื่นสไตล์มินิมอล

- โอ้เอ๋ว: วัตถุดิบลับระดับซิกเนเจอร์ ขนมหวานท้องถิ่นชื่อดังสไตล์ภูเก็ตที่ถูกเนรมิตมาอยู่ในแก้วเครื่องดื่ม วุ้นโอ้เอ๋วมีความเด้ง ดึ๋ง สดชื่น เบา สบายท้อง ดื่มง่าย และเก็บกักความเย็นได้ดี จึงเป็นตัวช่วยดับร้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับอากาศเมืองไทย

 

ส่องสูตรลับ 5 ไอเดีย DIY เมนูเด็ดประจำฤดูกาลจาก ชาไทย มัทฉะ โอ้เอ๋ว

 

บาริสต้าพันธุ์ไทยขอแชร์ 5 สูตรลับดึงดาเมจความอร่อยของ ชาไทย มัทฉะ และโอ้เอ๋ว ออกมาคัสตอมให้หรูหราแปลกใหม่ สั่งตามนี้รับรองว่าฟินแน่นอน!

 

ชาไทยปั่นโอ้เอ๋ว ซอสตาลโตนด.jpg

 

สูตรที่ 1: "Siam-Tiramisu Cha-Thai Frappe" (ชาไทยปั่นตาลโตนด + ปาดซอสทีรามิสุ + วิปครีมมัทฉะ + คุกกี้บัตเตอร์และโอ้เอ๋วดึ๋ง) (ราคาประมาณ 135 - 155 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ชาไทยปั่น" และขอเพิ่มซอสตาลโตนดปั่นรวมเข้าไปด้วย จากนั้นให้ปาดซอสทีรามิสุรอบแก้ว ใส่เยลลี่โอ้เอ๋วไว้ก้นแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมหนานุ่ม โรยบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ และร่อนผงมัทฉะปิดท้ายด้านบนสุด

- สำหรับสาย: สายเครื่องดื่มเบเกอรี (Dessert Drink) ขั้นสุด ที่ชอบความหรูหรา ซับซ้อน ผสานความเป็นไทยโมเดิร์นและอิตาเลียนทวิสต์ได้อย่างอลังการ เต็มอิ่มทุกเนื้อสัมผัสในแก้วเดียว

- รสสัมผัสพรีเมียม: นี่คือนวัตกรรมเครื่องดื่ม DIY ระดับมาสเตอร์พีซ! ตัวเบสคือชาไทยสีส้มรสเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ ปั่นรวมกับ "ซอสตาลโตนด" ที่มาช่วยเพิ่มความหวานโชยกลิ่นหอมละมุนนุ่มลึกอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อดูดผ่านก้นแก้วคุณจะเจอความนุ่มเด้งดึ๋งแสนสดชื่นของ "เยลลี่โอ้เอ๋ว" ตัดสลับกับความมันนัว เข้มข้น หอมละมุนคาเฟ่อันเป็นเอกลักษณ์ของ "ซอสทีรามิสุ" ที่ปาดอยู่รอบแก้ว ยกระดับความฟินด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมฟู ๆ ที่ถูกเบรคความเลี่ยนด้วยความขมอูมามิฝาดสะอาดจาก "ผงมัทฉะแท้" ที่ร่อนไว้บาง ๆ ตบท้ายด้วยความกรุบกรอบเค็มมันของ "บัตเตอร์คุกกี้" แก้วนี้ให้มิติรสชาติที่อัศจรรย์มาก มีทั้งความหอมชาไทย นัวทีรามิสุ หวานละมุนตาลโตนด ขมตัดรสด้วยมัทฉะ แถมเคี้ยวสนุกทั้งความดึ๋งและความกรอบ เป็นเมนูลับที่หรูหราอลังการเหมือนหลุดออกมาจากไฟน์ไดนิ่งเลย!

 

มัทฉะเฟรปเป้ บุกบราวน์ชูการ์ บัตเตอร์คุกกี้ ซอสช็อกโกแลต.jpg

 

สูตรที่ 2: "Matcha-Choc Cookie Crunch" (มัทฉะเฟรปเป้ + บุกบราวน์ชูการ์ + บัตเตอร์คุกกี้ + ซอสช็อกโกแลต) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "มัทฉะเฟรปเป้ (มัทฉะปั่น)" แล้วขอเพิ่มท็อปปิ้งบุกบราวน์ชูการ์ไว้ที่ก้นแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมหนานุ่ม โรยบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ และราดปิดท้ายด้วยซอสช็อกโกแลตเข้มข้น

- สำหรับสาย: สายชาเขียวเลิฟเวอร์ และคนที่รักความหนึบหนับของบุกปะทะความกรอบมันของคุกกี้แบบจัดเต็ม

- รสสัมผัสพรีเมียม: ตัวเบสมัทฉะแท้เกรดพรีเมียมปั่นรสเข้มข้นเจือขมอูมามิ เข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับความหวานหอมเคี้ยวเพลินดับเบิลช็อตของบุกบราวน์ชูการ์ที่ก้นแก้ว บูสต์ความนัวด้านบนด้วยวิปครีมและบัตเตอร์คุกกี้เค็มมันกรุบกรอบ ตบด้วยซอสช็อกโกแลตดาร์กสะใจ รสชาติผสมผสานออกมามีมิติเนื้อสัมผัสสลับชั้นกันในปาก พรีเมียมจนต้องยอมให้ยอดวิวถล่มทลาย

 

มัทฉะลาเต้ ซอสสตรอว์เบอร์รี.jpg

 

สูตรที่ 3: "Matcha Strawberry Macadamia Cream" (มัทฉะลาเต้ + ซอสสตรอว์เบอร์รีฉ่ำ + ท็อปวิปครีมฟู + แมคคาเดเมียกรอบ) (ราคาประมาณ 125 - 140 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "มัทฉะลาเต้เย็น" จากนั้นขอรองก้นแก้วหรือดริซเซิลด้วยซอสสตรอว์เบอร์รีฉ่ำๆ ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมฟูๆ แล้วโรยปิดท้ายด้วยแมคคาเดเมียกรุบกรอบ

- สำหรับสาย: สายมัทฉะสตรอว์เบอร์รีเลิฟเวอร์ และคนที่ชอบเนื้อสัมผัสถั่วพรีเมียมให้เคี้ยวเพลิน หอมมันตัดรสชาติ

- รสสัมผัสพรีเมียม: การจับคู่รสชาติสุดคลาสสิกที่ถูกอัปเวลให้หรูหราขึ้นไปอีกขั้น! ตัวเบสคือนมสดแท้ผสมผสานกับผงมัทฉะเกรดพรีเมียมเข้มข้นเจือขมปลายๆ รสขมอูมามิของชาเขียวจะถูกตัดสลับด้วยความเปรี้ยวหวานฉ่ำละมุนของซอสสตรอว์เบอร์รีที่ก้นแก้วอย่างลงตัว เพิ่มความนุ่มนั่วนัวละมุนด้วยวิปปิ้งครีมสดเนื้อฟู และไฮไลท์เด็ดคือความกรุบกรอบ เค็มมัน หอมมันเนยของ "แมคคาเดเมีย" ที่โรยอยู่ด้านบนสุด เวลาดื่มคุณจะได้สัมผัสรสชาติเปรี้ยว หวาน ขม นัว และความกรอบมันในอึกเดียว เป็นเมนูพรีเมียมที่สดชื่น มีมิติ และดูแพงมาก!

 

โอ้เอ๋วชามะลิดึ๋งปั่น DIY.jpg

 

สูตรที่ 4: "Pink Guava Berry Blossom" (ชามะลิดึ๋งปั่นพิงก์กัววา + ซอสสตรอว์เบอร์รีรอบแก้ว + ท็อปวิปครีมสตรอว์เบอร์รีฉ่ำ) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ชามะลิดึ๋งปั่นพิงก์กัววา" ขอเพิ่มซอสสตรอว์เบอร์รีราดวนรอบข้างแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ และเนื้อสตรอว์เบอร์รีจุกๆ

- สำหรับสาย: สายพาสเทลเลิฟเวอร์ และคนที่หลงรักชารสผลไม้ (Fruit Tea) โทนเบอร์รีและฝรั่งสีชมพู หวานซ่อนเปรี้ยวสดชื่นไม่มีเบื่อ

- รสสัมผัสพรีเมียม: เมนูสุดคิวท์ที่เด่นด้วยกลิ่นหอมหวลอันเป็นเอกลักษณ์ของฝรั่งพิงก์กัววาสีชมพู ปั่นรวมกับชาเขียวกลิ่นมะลิจนได้รสชาติหวานฉ่ำท้าลมร้อน มีเนื้อโอ้เอ๋วดึ๋งๆ แสนจริงใจให้เคี้ยวเพลินที่ก้นแก้ว ความพรีเมียมจะอัปเวลทันทีเมื่อสลับชั้นด้วยซอสสตรอว์เบอร์รีเข้มข้นรอบแก้ว ตบท้ายด้วยความละมุนนุ่มฟูของวิปปิ้งครีมและสตรอว์เบอร์รีสดด้านบน รสชาติจะผสมผสานออกมานัว หอมหวานซ่อนเปรี้ยว ละมุนละไม เพลินสุดๆ จนลืมเวลานับแก้วโอ้เอ๋วที่ลอยอยู่เลย!

 

สูตรที่ 5: "Shine Muscat Jasmine Crunch" (ชามะลิดึ๋งปั่นไชน์มัสแคท + ท็อปวิปครีม + ซอสส้ม + บัตเตอร์คุกกี้กรอบ) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ชามะลิดึ๋งปั่นไชน์มัสแคท" และขอท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ เพิ่มท็อปปิ้งบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ และราดปิดท้ายด้วยซอสส้มหวานอมเปรี้ยว

- สำหรับสาย: สายองุ่นไชน์มัสแคทและคนที่ชอบเครื่องดื่มสัมผัสกรุบกรอบ (Crunchy Smoothie) หอมละมุน สุดสดชื่น

- รสสัมผัสพรีเมียม: เบสของแก้วนี้คือชาเขียวกลิ่นมะลิปั่นกับองุ่นไชน์มัสแคทสีเขียวสดใส ให้รสหวานฉ่ำอมเปรี้ยวนิดๆ รีเฟรชร่างกายได้ดีเยี่ยม พร้อมเนื้อโอ้เอ๋วเด้งดึ๋งเคี้ยวสนุกสะใจ แต่ความเหนือระดับคือการท็อปปิ้งด้วยวิปปิ้งครีมเนื้อเนียนนุ่ม ราดซอสส้มตระกูลซิสตรัสเพิ่มกลิ่นอายความสดชื่นสว่างวาบในปาก และโรยปิดท้ายด้วยบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ เค็มมันนัวๆ ความกรอบของคุกกี้และความนุ่มของวิปครีมจะเข้ากันได้ดีกับน้ำปั่นอย่างไม่น่าเชื่อ หรูหราเหมือนทานขนมหวานพรีเมียมในคาเฟ่ฟิวชันเลย!

 

ทำไมเมนู DIY ถึงช่วยให้การดื่มเครื่องดื่มเมนูพันธุ์ไทยสนุกขึ้น

 

ได้ค้นหารสชาติที่เป็นตัวเอง

 

เพราะต่อมรับรสและความชอบของแต่ละคนไม่มีคำว่าพิมพ์นิยม บางคนชอบกาแฟรสเปรี้ยวอมหวานโทนผลไม้ฉ่ำ ๆ บางคนชอบชานมบอดี้หนาเนื้อนัวละมุน การก้าวเข้าสู่โลกของเมนู DIY (Do It Yourself) จึงเปรียบเสมือนการสวมบทบาทเป็นบาริสต้าส่วนตัว คอยคัดสรรส่วนผสม ปรับแต่งบาลานซ์ และเลือกวัตถุประสงค์ในแก้วนั้น ๆ จนเกิดเป็นรสชาติที่ "ถูกต้องและถูกใจ" สำหรับเราคนเดียวอย่างแท้จริง

 

เปลี่ยนเมนูเดิมให้ไม่น่าเบื่อ

 

เครื่องดื่มแก้วเดิมที่ต้องดื่มทุกเช้าเพื่อปลุกพลัง แม้จะอร่อยแค่ไหนแต่เมื่อดื่มติดต่อกันนาน ๆ ก็อาจลดทอนความตื่นเต้นลงไปได้ แต่การลองคัสตอมเพียงเล็กน้อย เช่น การเปลี่ยนเบสนมสดเป็นนมโอ๊ตหอมมัน หรือการสั่งเพิ่มช็อตกาแฟพิเศษคั่วกลางอย่างไทยริกาโนเข้าไปจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ ๆ ให้กับสัมผัสรับรส เปลี่ยนเช้าวันจันทร์ที่แสนน่าเบื่อให้กลับมามีสีสันและน่าค้นหาอีกครั้ง

 

สร้างเมนูประจำในแบบของตัวเอง

 

ความสนุกขั้นสุดของการสั่งเมนู DIY คือการที่เรามี "สูตรลับเฉพาะตัว" เอาไว้สั่งกับบาริสต้าคู่ใจ เวลาเดินไปหน้าเคาน์เตอร์แล้วสั่งส่วนผสมสลับเลเยอร์ในแบบที่ไม่มีใครเหมือน นอกจากจะได้เครื่องดื่มที่รสชาติดีเยี่ยมแล้ว ยังมอบความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟและพรีเมียมทุกครั้งที่หลอดดูดสัมผัสเนื้อเครื่องดื่ม ชวนให้ภาคภูมิใจในแก้วที่ตัวเองครีเอทขึ้นมา

 

Article9-6.jpg

 

เทคนิคคัสตอมเครื่องดื่มให้อร่อยขึ้น

 

การสร้างสรรค์เมนู DIY ให้มีรสชาติพรีเมียมและได้สมดุลที่ดี ไม่ใช่แค่การนำทุกอย่างมารวมกันอย่างไร้ทิศทาง แต่คือศาสตร์แห่งการบาลานซ์รสชาติและเนื้อสัมผัส จากสูตรลับซิกเนเจอร์ทั้ง 5 แก้วข้างต้น เราสามารถสรุปออริจินัลเทคนิคที่บาริสต้าใช้ในการอัปเวลเครื่องดื่มพันธุ์ไทยให้หรูหราขึ้นได้ 4 เทคนิคหลักๆ ตามมาดูกันเลย!

 

1. การบาลานซ์ด้วยรสชาติที่ตัดกัน (Contrast Pairing)

 

แก้วพรีเมียมส่วนใหญ่เลือกใช้ความขัดแย้งของรสชาติมาสร้างความสมดุล เพื่อไม่ให้เครื่องดื่มมีมิติเดียวหรือหวานเลี่ยนจนเกินไป

- ขมขรึมตัดหวานฉ่ำ: การจับคู่ผงมัทฉะแท้เกรดพรีเมียมที่มีรสขมอูมามิเจือฝาดสะอาด นำมาตัดกับซอสผลไม้รสเปรี้ยวหวานเข้มข้นอย่าง ซอสสตรอว์เบอร์รีฉ่ำๆ หรือนำรสขมของมัทฉะไปเบรคความหวานดาร์กของซอสช็อกโกแลตเข้มข้นรอบแก้ว

- ฝาดสะอาดตัดหวานนุ่มลึก: การร่อนผงมัทฉะแท้ไว้บางๆ ด้านบนสุดของวิปครีม เพื่อช่วยเบรคความมันนัวและตัดรสหวานละมุนธรรมชาติของเบสชาไทยปั่นซอสตาลโตนดได้อย่างลงตัว

 

2. การสร้างมิติเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย (Multi-Texture Layering)

 

เครื่องดื่มระดับ Specialty ที่หรูหรา จะต้องมอบประสบการณ์การเคี้ยวและสัมผัสในปาก (Mouthfeel) ที่น่าประทับใจตั้งแต่จิบแรกจนถึงก้นแก้ว

- สัมผัสนุ่มเด้งดึ๋ง (Soft & Chewy): การเลือกใส่ เยลลี่โอ้เอ๋ว วัตถุดิบท้องถิ่นเนื้อเด้งแสนจริงใจ หรือบราวนี่เนื้อหนึบหนับชิ้นพอดีคำ ไว้ที่ก้นแก้วหรือท็อปด้านบน เพื่อเพิ่มความสนุกในการเคี้ยว

- สัมผัสกรุบกรอบ (Crunchy): การเพิ่มท็อปปิ้งสายเนื้อสัมผัสแห้งอย่าง บัตเตอร์คุกกี้บด หรือ แมคคาเดเมีย เมล็ดถั่วพรีเมียมหอมมันเนย โรยปิดท้าย เพื่อให้ทุกอึกที่ดูดมีความกรุบกรอบมาสลับชั้นกับเนื้อน้ำปั่นเนียนละเอียด

 

3. การแต่งเติมความนัวด้วย "วิปปิ้งครีม" และซอสปาดขอบแก้ว

 

หน้าตาที่สวยงามและการเสิร์ฟแบบแยกชั้น (Layering) ช่วยอัปราคาและทำให้แก้วธรรมดาดูแพงขึ้นทันตาเห็น

- ปาดซอสข้างแก้ว (Drizzle): การสั่งราดซอสช็อกโกแลต ซอสสตรอว์เบอร์รี หรือซอสทีรามิสุวนรอบขอบแก้ว นอกจากจะถ่ายรูปสวยสร้างเลเยอร์ทรีโทนแล้ว ซอสจะค่อยๆ ละลายผสมสลับชั้นเวลาน้ำแข็งละลาย ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นสม่ำเสมอ

- ท็อปวิปปิ้งครีมหนานุ่ม: การเพิ่มวิปครีมฟูๆ ไว้ด้านบนสุด แล้วราดซอสผลไม้ (เช่น ซอสส้ม ซอสสตรอว์เบอร์รี) ซ้ำอีกครั้ง จะช่วยเปลี่ยนเนื้อสัมผัสของน้ำผลไม้ปั่นธรรมดาให้กลายเป็น "ครีมมี่สมูทตี้" ที่นุ่มละมุนละไมเหมือนทานขนมหวาน

 

4. การชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยโมเดิร์น (Modern Thai Twist)

 

เทคนิคขั้นสูงคือการนำวัตถุดิบพื้นบ้านไทยมาทวิสต์ผสมผสานกับสไตล์ตะวันตกได้อย่างมีชั้นเชิง เช่น การใช้ "ซอสตาลโตนด" ชูโรงความหวานโชยกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ปั่นรวมกับเบสชาไทยรสเข้มข้น แล้วนำไปแมตช์เข้ากับ "ซอสทีรามิสุ" รสชาติมันนัวหอมคาเฟ่อันเป็นเอกลักษณ์ของอิตาลี เกิดเป็นมิติรสชาติสไตล์เบเกอรีขั้นสุด (Dessert Drink) ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจที่สุด

 

บทสรุป: ชาไทย มัทฉะ หรือโอ้เอ๋ว จะอร่อยขึ้นเมื่อเป็นสไตล์ของคุณ

สุดท้ายแล้ว ไม่มีสูตรตายตัวสำหรับคำว่า "แก้วที่ดีที่สุด" เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของการดื่มเครื่องดื่มยุคนี้คืออิสระในการดีไซน์ รสชาติของชาไทยที่หอมนัว ความขมอูมามิของมัทฉะ หรือความเด้งดึ๋งฉ่ำเย็นของโอ้เอ๋ว จะเปล่งประกายและมอบความฟินให้คุณได้มากที่สุด ก็ต่อเมื่อพวกมันถูกนำมาจับคู่และปรับจูนสัดส่วนให้เข้ากับลิ้นและความชอบของคุณเอง

 

การสร้างสรรค์เมนู DIY ในงบราคาหลักสิบปลายๆ ไปจนถึงร้อยต้นๆ ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนเมนูธรรมดาบนป้ายไฟให้กลายเป็น Signature แก้วโปรดระดับพรีเมียมที่ไม่ซ้ำใคร แต่ยังเป็นการเปิดประตูให้คุณได้สนุกกับการค้นหารสชาติที่เป็นตัวเองในทุกๆ วัน วันไหนเหนื่อยล้าลองเพิ่มช็อต วันไหนอยากสดชื่นลองเติมซอสผลไม้ แล้วคุณจะรู้ว่าเครื่องดื่มแก้วเดิม... อร่อยและพิเศษขึ้นได้อีกเยอะเมื่อมันถูกรังสรรค์มาเพื่อคุณ!

 

แต่อย่าลืมนะ! ทุกครั้งที่สั่งซื้อ ห้ามลืมแจ้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อสะสมแต้ม PT Max Card นะ เพราะทุกบาททุกสตางค์จากการคัสตอมเพิ่มช็อต เปลี่ยนนม หรือเพิ่มท็อปปิ้ง จะถูกนำไปสะสมแต้มและนับยอดเพื่อเลื่อนระดับสมาชิก (Tier) ยิ่งไต่ระดับไปสู่ Silver, Gold หรือ Platinum ได้ไว คุณยิ่งได้รับสิทธิ์แลกคะแนนเรทพิเศษรวมถึงคูปองส่วนลดลับในแอป Max Me มาใช้เป็นทุนในการสร้างสรรค์เมนู DIY สุดล้ำแก้วถัดไปได้อย่างคุ้มค่าสุดๆ... บ่ายนี้ ลองเดินเข้าพันธุ์ไทยสาขาใกล้บ้าน แล้วยื่นสูตรคัสตอมที่เป็นตัวเองให้บาริสต้าลองเนรมิตกันดูนะ!

 

สำหรับใครที่เพิ่งดื่มพันธุ์ไทยครั้งแรก ลองสั่งเมนูซิกเนเจอร์อย่างไทยริกาโนหรือเมนูยอดนิยมอื่นๆ ก่อนได้เช่นกัน ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้เว็บไซต์กาแฟพันธุ์ไทยและ เฟสบุ๊ค PunThai Coffee!

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมนู DIY ชาไทย มัทฉะ โอ้เอ๋ว

 

Q: โอ้เอ๋วเหมาะกับเมนูอะไรที่สุด?

A: โอ้เอ๋วเป็นวุ้นท้องถิ่นเนื้อเด้งดึ๋งแสนจริงใจ จึง เหมาะที่สุดกับเมนูกลุ่มชาผลไม้ น้ำผลไม้คั้นสด หรือเมนูสมูทตี้ปั่น เช่น นำไปจับคู่กับชามะลิดึ๋งปั่นไชน์มัสแคท หรือชามะลิดึ๋งปั่นพิงก์กัววา ความเด้งสู้ฟันของโอ้เอ๋วที่ก้นแก้วจะช่วยเพิ่มเนื้สัมผัส (Texture) ให้เคี้ยวสนุก และช่วยทวีความฉ่ำเย็นสดชื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

Q: เมนู DIY เหมาะกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟหรือไม่?

A: เหมาะอย่างแน่นอน เพราะสามารถเลือกคัสตอมเมนูชาไทย มัทฉะ หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มกาแฟ ทำให้ยังคงสนุกกับการสร้างสรรค์เมนูในแบบของตัวเองได้

 

Q: สามารถปรับระดับความหวานของเครื่องดื่มได้หรือไม่?

A: ได้ การปรับระดับความหวานเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนรสชาติ of เครื่องดื่มให้เข้ากับความชอบของแต่ละคนมากขึ้น และยังช่วยดึงรสชาติของชาหรือกาแฟออกมาได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

Q: เมนู DIY แบบไหนเหมาะกับอากาศร้อน?

A: เมนูที่มีความสดชื่น เช่น โอ้เอ๋ว ไทยริกาโน หรืออเมริกาโนเย็น มักเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะดื่มง่าย ช่วยคลายร้อน และไม่รู้สึกหนักจนเกินไป

 

Q: เมนูไหนมีคาเฟอีนมากกว่ากัน ระหว่างชาไทยกับมัทฉะ?

A: ทั้งสองเมนูมีคาเฟอีนตามธรรมชาติ แต่ปริมาณอาจแตกต่างกันไปตามสูตรและสัดส่วนที่ใช้ในแต่ละเมนู โดยทั่วไปมัทฉะมักเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการความสดชื่นและความตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง

 

Q: สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มดื่มชาไทยหรือมัทฉะก่อน?

A: หากชอบเครื่องดื่มรสชาติหอมหวาน ดื่มง่าย ชาไทยอาจเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า ส่วนคนที่ชอบกลิ่นชาเขียวและรสชาติที่มีความซับซ้อน มัทฉะก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

Q: ชาไทยกับมัทฉะ เมนูไหนเหมาะกับการคัสตอมมากกว่า?

A: ทั้งสองเมนูสามารถนำมาคัสตอมได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเพิ่มวิปครีม ซอสผลไม้ ซอสช็อกโกแลต หรือท็อปปิ้งต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับสไตล์รสชาติที่ชอบ

 

Q: เมนูมัทฉะเข้ากับผลไม้ชนิดใดบ้าง?

A: มัทฉะมักเข้ากันได้ดีกับผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน เช่น สตรอว์เบอร์รี ส้ม หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี ซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นและสร้างมิติให้รสชาติ

 

อ้างอิง:

- https://www.facebook.com/punthaicoffee