
"Taste of Nan" รสชาติกาแฟพันธุ์ไทย ซีรีส์น่านที่หอมละมุนจนต้องลอง จากการหมักถึง 72 ชั่วโมง
จากเมล็ดกาแฟบนดอยสูงของจังหวัดน่าน สู่กาแฟซีรีส์ใหม่ที่ตั้งใจถ่ายทอดรสชาติของ “เมืองน่าน” ออกมาในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น “Taste of Nan” ที่ไม่ได้มีดีแค่ความหอมละมุนของกาแฟพันธุ์ไทย
แต่ยังโดดเด่นด้วยกระบวนการหมักนานถึง 72 ชั่วโมง ที่ช่วยดึงทั้งกลิ่น รสชาติ และความพิเศษในมิติคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟที่ค่อยๆ เปิดออกอย่างนุ่มนวลในทุกๆจิบ
ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน สายหมอกยามเช้า และผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ จังหวัดน่านไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่มาพักผ่อน แต่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพที่น่าจับตามองที่สุดของประเทศไทย
ด้วยสภาพอากาศเย็นตลอดปี ระดับความสูงที่เหมาะสม และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการปลูกกาแฟอาราบิก้า ทำให้เมล็ดกาแฟจากน่านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องความหอม ความนุ่ม และมิติของรสชาติที่ซับซ้อน จนได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการ Specialty Coffee ไทย
และจากต้นน้ำแห่งความสมบูรณ์นี้ จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของ “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่จาก พันธุ์ไทย ที่ตั้งใจพาผู้ดื่มออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองน่าน ผ่านกาแฟที่ผ่านการหมักอย่างพิถีพิถันนานถึง 72 ชั่วโมง วันนี้พันธุ์ไทยจะพามา walk through ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเมล็ดกาแฟบนยอดดอย กระบวนการหมักที่ช่วยดึงรสชาติและกลิ่นหอมออกมาอย่างเต็มที่ ไปจนถึงเบื้องหลังของกาแฟซีรีส์นี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่ความหอมละมุน แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของชุมชน ธรรมชาติ และความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในทุกแก้ว
.jpg)
จากแม่ฮ่องสอนสู่น่าน จุดเริ่มต้นของ “Taste of Nan”
จากเมล็ดกาแฟบนดอยของแม่ฮ่องสอน สู่ความคราฟต์บทใหม่จากจังหวัดน่านภายใต้คอนเซ็ปต์ “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่จากพันธุ์ไทย ที่ใส่ใจในรายละเอียดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเสาะหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการออกแบบรสชาติให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ซีรีส์นี้เลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จาก “ดอยสวนยาหลวง” ในจังหวัดน่าน หนึ่งในพื้นที่ปลูกกาแฟที่กวาดรางวัลระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และได้ยอมรับในวงการ Specialty Coffee ไทย ด้วยระดับความสูง อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกกาแฟ ทำให้เมล็ดกาแฟจากพื้นที่นี้มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ทั้งความหวานตามธรรมชาติ ความนุ่มของรสสัมผัส และกลิ่นหอมที่มีมิติ
เบื้องหลังกาแฟหนึ่งแก้วของพันธุ์ไทย ไม่ได้เริ่มต้นแค่ในขั้นตอนการคั่วหรือสกัด แต่เริ่มมาตั้งแต่แหล่งที่มาและการดูแลเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นทาง
ความใส่ใจตั้งแต่ต้นน้ำ คือหัวใจของ Taste of Nan
เมล็ดกาแฟของ Taste of Nan เติบโตภายใต้ร่มเงาของป่าใหญ่ เพื่อให้ต้นกาแฟค่อยๆ เติบโตในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ ก่อนจะผ่านการคัดเลือกอย่างละเอียด
ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวผลเชอร์รี่ด้วยมือ การลอยน้ำเพื่อคัดเมล็ดที่ไม่ได้คุณภาพออก ไปจนถึงการตรวจสอบซ้ำด้วยสายตาในทุกขั้นตอน เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดกาแฟทุกล็อตได้มาตรฐานดีที่สุด รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้สะท้อนถึง Brand DNA ของ พันธุ์ไทย ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เบื้องหลังเมล็ดกาแฟแต่ละเมล็ด จึงเต็มไปด้วยความใส่ใจตั้งแต่การดูแลต้นกาแฟในพื้นที่ปลูก การคัดเลือกผลเชอร์รี่ที่สุกสมบูรณ์ ไปจนถึงกระบวนการแปรรูปที่ช่วยดึงศักยภาพของเมล็ดกาแฟออกมาได้ดีที่สุด
และหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ซีรีส์นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็คือกระบวนการ “หมัก 72 ชั่วโมง” ที่ช่วยกระตุ้นกลิ่นหอม ความหวาน และมิติของรสชาติให้ค่อยๆ เปิดออกอย่างนุ่มนวลในทุกจิบ
.jpg)
72 ชั่วโมง กระบวนการหมัก สู่ความพิเศษที่ค่อยๆ เปิดออกในทุกจิบ
Fermentation สิ่งที่คอกาแฟให้ความสำคัญ
Fermentation หรือ “การหมัก” คือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการแปรรูปกาแฟ ที่ส่งผลโดยตรงต่อกลิ่น รสชาติ และคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟ
ในยุค 3rd Wave Coffee ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกาแฟมากขึ้น ตั้งแต่แหล่งปลูก วิธีแปรรูป ไปจนถึง Taste Note ของเมล็ดกาแฟแต่ละตัว
กระบวนการหมักจึงกลายเป็นอีกหนึ่งศาสตร์สำคัญที่ช่วยดึงเสน่ห์เฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟออกมาได้ชัดเจนขึ้น และแน่นอนว่า ระยะเวลา และ วิธีในการการหมัก ที่แตกต่างกัน สามารถสร้างกลิ่นและรสสัมผัสที่แตกต่างกันได้อย่างชัดเจน
ทำไม Taste of Nan ถึงเลือกหมักนาน 72 ชั่วโมง
ซีรีส์ “Taste of Nan” จาก พันธุ์ไทย เลือกใช้การหมักเมล็ดกาแฟนานถึง 72 ชั่วโมง เพื่อดึงมิติของรสชาติออกมาอย่างเต็มที่
ด้วยการหมักที่ยาวมากนานขึ้น ช่วยเพิ่มความหวานตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นกลิ่นผลไม้ที่ผสมผสานกับความหอมละมุนของกาแฟให้ชัดขึ้น ซึ่งช่วยทำให้รสชาติของเมล็ดมีความซับซ้อนและมีเลเยอร์มากกว่ากาแฟทั่วไป
กาแฟที่ได้จากการหมัก 72 ชั่วโมง จึงไม่ได้เด่นแค่ความเข้ม แต่มีความนุ่ม กลมกล่อม ซึ่งจะค่อยๆ เปิดรสชาติในระหว่างการดื่ม กระบวนการนี้ยังช่วยขับคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟจากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน ออกมาได้ชัดยิ่งขึ้น
ทำไมต้องผ่าน Blend กาแฟ 2 โพรไฟล์ และ คั่วแยกทีละ Process ?
ความพิเศษของซีรีส์ “Taste of Nan” จาก พันธุ์ไทย ไม่ได้อยู่แค่การเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพสูงจากจังหวัดน่านเท่านั้น แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบรสชาติอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้กาแฟทุกแก้วมีความสมดุลและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ซีรีส์นี้เลือกใช้เมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้ (Specialty Coffee) ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปหรือ Process แตกต่างกันถึง 2 รูปแบบ ก่อนนำมาคั่วแยกทีละตัวด้วยโพรไฟล์ (Roast Profile) ที่ใช้ Develop Time หรือระยะเวลาในการพัฒนารสชาติระหว่างการคั่วแตกต่างกัน
เหตุผลที่ต้องคั่วแยก เพราะเมล็ดกาแฟแต่ละ Process มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวต่างกัน บางตัวโดดเด่นเรื่องความหวานและกลิ่นผลไม้ ขณะที่บางตัวให้สัมผัสที่นุ่ม กลมกล่อม และมีความลึกของรสชาติ การใช้โพรไฟล์การคั่วที่ต่างกันจึงช่วยดึงจุดเด่นของเมล็ดกาแฟแต่ละแบบออกมาได้ชัดที่สุด
หลังจากนั้น กาแฟทั้ง 2 โปรไฟล์จะถูกนำกลับมา Blend เข้าด้วยกันอีกครั้ง เพื่อสร้างบาลานซ์ของรสชาติให้ลงตัวที่สุด ทั้งในเรื่องกลิ่น ความหวาน ความนุ่ม และมิติของรสสัมผัสที่ค่อยๆ เปิดออกระหว่างการดื่ม
ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่กาแฟที่มีเพียงความเข้ม แต่เป็นกาแฟที่มีเลเยอร์ของรสชาติ ดื่มง่าย แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของ Taste of Nan
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงแนวคิดการคราฟต์กาแฟของพันธุ์ไทย ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การแปรรูป การคั่ว ไปจนถึงการออกแบบรสชาติแบบ “แก้วต่อแก้ว” เพื่อให้กาแฟทุกแก้วออกมากลมกล่อมและสมบูรณ์ที่สุด
Taste of Nan รสชาติแบบไหน ทำไมถึงหอมละมุนจนต้องลอง
สิ่งแรกที่สัมผัสได้จาก Taste of Nan คือ “กลิ่นหอม” ที่มีความนุ่มและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ยังไม่ยกแก้วขึ้นดื่ม จะเริ่มได้กลิ่นโทนฟรุตตี้เบาๆ คล้ายผลไม้สุกอย่างเบอร์รี พีช และพรุน ผสมกับความหอมบางๆ ของดอกไม้สีขาวที่ช่วยให้ภาพรวมของกาแฟดูสดชื่นและละมุนมากขึ้น
เมื่อเริ่มจิบ รสชาติจะค่อยๆ เปิดออกอย่างนุ่มนวล ตัวกาแฟมี Body ที่สมดุล ไม่บางจนเกินไปและไม่หนักจนรู้สึกดื่มยาก ให้สัมผัสที่กลมกล่อม ลื่น และดื่มสบายตั้งแต่คำแรก
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Acidity หรือความเปรี้ยวของกาแฟ ที่มีความสดใสกำลังพอดี ช่วยเพิ่มมิติให้รสชาติดูมีชีวิต แต่ไม่ได้เปรี้ยวจนกลบรสอื่น ทำให้คนที่ไม่คุ้นกับกาแฟสาย Specialty ก็สามารถดื่มได้ง่ายเช่นกัน
ส่วนช่วงท้ายของรสชาติหรือ Aftertaste จะทิ้งความหวานละมุนคล้ายน้ำผึ้งป่า พร้อมความสดชื่นที่ค้างอยู่ในลำคอหลังจิบสุดท้าย ทำให้กาแฟแก้วนี้มีเสน่ห์ที่ไม่ได้จบแค่ตอนดื่ม แต่ยังทิ้งความรู้สึกนุ่มนวลไว้ต่ออีกพักใหญ่
.jpg)
มากกว่าความอร่อย คือการเติบโตของชุมชน
กาแฟที่ดี เริ่มต้นจากการเติบโตไปพร้อมกับคนในพื้นที่
เบื้องหลังความหอมละมุนของ “Taste of Nan” ไม่ได้มีเพียงเรื่องของรสชาติหรือกระบวนการคราฟต์กาแฟเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนและชุมชนในพื้นที่ต้นทาง ที่เติบโตไปพร้อมกับกาแฟทุกแก้ว
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ พันธุ์ไทย คือการสร้างคุณค่าให้กับวัตถุดิบท้องถิ่น ผ่านการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่างจากแนวทางที่แบรนด์เคยสนับสนุนการรับซื้อชาอัสสัมจากจังหวัดน่าน เพื่อช่วยสร้างรายได้และผลักดันให้วัตถุดิบท้องถิ่นมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
สำหรับ Taste of Nan พันธุ์ไทยเลือกทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่สูงของจังหวัดน่าน ตั้งแต่ต้นทางของการเพาะปลูก ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน
การรับซื้อเมล็ดกาแฟในราคาที่เป็นธรรม ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน แต่ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถกลับมาพัฒนาคุณภาพผลผลิตของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการดูแลต้นกาแฟ การคัดเลือกผลเชอร์รี่ รวมถึงกระบวนการแปรรูปที่มีมาตรฐานมากขึ้น
เมื่อเมล็ดกาแฟคุณภาพดีขึ้น ก็ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้กาแฟไทยได้รับการยอมรับในวงการ Specialty Coffee มากขึ้นตามไปด้วย
การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่าใหญ่ กับการฟื้นฟูธรรมชาติไปพร้อมกัน
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Taste of Nan คือแนวคิดเรื่องความยั่งยืนของพื้นที่ต้นน้ำและผืนป่า
กาแฟอาราบิก้าจำนวนมากในจังหวัดน่าน ถูกปลูกภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในระบบ Shade-Grown Coffee ซึ่งเป็นรูปแบบการปลูกที่ช่วยให้ต้นกาแฟเติบโตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล
วิธีการปลูกลักษณะนี้ ไม่เพียงช่วยรักษาความชุ่มชื้นและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับกาแฟคุณภาพสูง แต่ยังช่วยรักษาป่าเดิมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวใหม่ในระยะยาว
In the past, หลายพื้นที่บนภูเขาสูงเคยเผชิญปัญหาการทำไร่เลื่อนลอยและภูเขาหัวโล้น แต่เมื่อกาแฟกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ชุมชนจึงเริ่มหันมาปลูกกาแฟควบคู่กับการดูแลผืนป่ามากขึ้น
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเพียงเมล็ดกาแฟคุณภาพดี แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศ การลดการบุกรุกป่า และการช่วยชะลอผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในระยะยาว
กาแฟหนึ่งแก้ว ที่เชื่อมโยงทั้งคน ธรรมชาติ และเรื่องราวท้องถิ่น
สิ่งที่ทำให้ Taste of Nan แตกต่าง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติหรือความพรีเมียมของเมล็ดกาแฟ แต่คือการเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน
ทุกแก้วของ Taste of Nan จึงไม่ได้มีเพียงความหอมละมุนหรือเลเยอร์ของรสชาติที่ซับซ้อน แต่ยังเต็มไปด้วยคุณค่าของการดูแลใส่ใจตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งในมิติของคุณภาพชีวิตเกษตรกร การรักษาผืนป่า และการผลักดันให้กาแฟไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชนจริงๆ

แนะนำเมนู “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่จากพันธุ์ไทย
พันธุ์ไทย เปิดตัว “Taste of Nan” ซีรีส์กาแฟใหม่ที่ตั้งใจพาคนดื่มออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของกาแฟจากจังหวัดน่าน ผ่านเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพพรีเมียมจากหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟที่กวาดรางวัลระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
ซีรีส์นี้เลือกใช้กาแฟสเปเชียลตี้ที่ผ่านการออกแบบรสชาติอย่างพิถีพิถัน ทั้งการ Blend เมล็ดกาแฟจาก 2 Process และการคั่วแยกด้วย Roast Profile ที่แตกต่างกัน เพื่อดึงคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟออกมาให้ชัดที่สุด
ผลลัพธ์ที่ได้คือกาแฟคั่วกลางที่มีบาลานซ์ของรสชาติอย่างลงตัว ให้เทสโน้ตโทนช็อกโกแลต อัลมอนด์ น้ำผึ้ง และผลไม้เขตร้อน พร้อมความหอมละมุน บอดี้นุ่มลึก ดื่มง่าย แต่ยังเต็มไปด้วยมิติของรสชาติในทุกจิบ
อีกหนึ่งความพิเศษของ Taste of Nan คือการออกแบบรสชาติให้เข้ากับเมนูนมได้อย่างลงตัว ช่วยขับทั้งความหวาน ความนุ่ม และความหอมของเมล็ดกาแฟให้ออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น
เมนูแนะนำจากซีรีส์ Taste of Nan
ไทยเอสเพรสโซ — เข้มข้นแต่กลมกล่อม ได้ทั้งความหอมและความนุ่มในแก้วเดียว
ไทยคาปูชิโน — โฟมนมนุ่มละมุน เข้ากับกลิ่นหอมโทนช็อกโกแลตและถั่วได้อย่างลงตัว
ไทยลาเต้ — ดื่มง่าย นุ่มนวล พร้อมความหวานธรรมชาติจากเมล็ดกาแฟ
ไทยริกาโน — อเมริกาโนในแบบฉบับของคนไทย ที่ดึงเสน่ห์ของเมล็ดกาแฟน่านออกมาได้ชัดที่สุด
ดื่มด่ำความหอม นุ่ม ละมุนของกาแฟอาราบิก้าสุดพรีเมียมจากเมืองน่าน ได้ที่ร้านพันธุ์ไทยสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ หรือสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี พร้อมส่งต่อความคราฟต์ถึงหน้าบ้าน ในราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาทเท่านั้น! ดูเมนูกาแฟพันธุ์ไทยทั้งหมด พร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้เว็บไซต์กาแฟพันธุ์ไทยและ เฟสบุ๊ค PunThai Coffee
บทสรุป: Taste of Nan เสน่ห์ของเมืองน่าน
“Taste of Nan” ไม่ได้เป็นเพียงซีรีส์กาแฟใหม่จาก พันธุ์ไทย แต่คือการนำเสน่ห์ของจังหวัดน่านมาถ่ายทอดผ่านกาแฟหนึ่งแก้ว ตั้งแต่เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพ กระบวนการหมัก 72 ชั่วโมง ไปจนถึงการคราฟต์รสชาติอย่างพิถีพิถัน จนได้กาแฟที่ทั้งหอมละมุน มีมิติ และเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมกาแฟไทยยุคใหม่ ที่ตั้งใจให้ทุกคนได้สัมผัสและจดจำ
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ "Taste of Nan" กับการหมัก 72 ชั่วโมง
Q: Taste of Nan คืออะไร?
A: Taste of Nan คือซีรีส์กาแฟใหม่จาก พันธุ์ไทย ที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากจังหวัดน่าน พร้อมออกแบบรสชาติแบบ Specialty Coffee เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของกาแฟไทยผ่านรสชาติ กลิ่น และงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Q: การหมักกาแฟ 72 ชั่วโมง คืออะไร?
A: คือกระบวนการ Fermentation หรือการหมักเมล็ดกาแฟเป็นระยะเวลานานถึง 72 ชั่วโมง เพื่อช่วยดึงกลิ่น รสชาติ และคาแรกเตอร์ที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดกาแฟออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น
Q: การหมัก 72 ชั่วโมง ส่งผลต่อรสชาติอย่างไร?
A: การหมักช่วยเพิ่มมิติของรสชาติ ทำให้กาแฟมีความหอมละมุนมากขึ้น มีความหวานตามธรรมชาติชัดขึ้น และช่วยขับกลิ่นโทนผลไม้หรือดอกไม้ให้โดดเด่นขึ้นกว่ากาแฟทั่วไป
Q: Taste of Nan มี Taste Note แบบไหน?
A: Taste Note ของซีรีส์นี้จะมาในโทนช็อกโกแลต อัลมอนด์ น้ำผึ้ง และผลไม้เขตร้อน พร้อมกลิ่นหอมละมุน ฟรุตตี้เบาๆ และ Aftertaste หวานนุ่มที่ติดปลายลิ้น
Q: Taste of Nan ดื่มยากไหม?
A: แม้จะเป็นกาแฟสาย Specialty Coffee แต่ Taste of Nan ถูกออกแบบให้ดื่มง่าย มีความสมดุล และมี Body ที่นุ่ม จึงเหมาะทั้งสำหรับคอกาแฟ Specialty และคนที่อยากเริ่มลองกาแฟไทยในมุมใหม่
Q: ทำไมถึงเลือกใช้เมล็ดกาแฟจากจังหวัดน่าน?
A: เพราะจังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพของไทย มีทั้งระดับความสูง อากาศเย็น และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกกาแฟอาราบิก้า ทำให้เมล็ดกาแฟมีความหอม ความหวานธรรมชาติ และมิติของรสชาติที่โดดเด่น
Q: Taste of Nan มีเมนูอะไรบ้าง?
A: ซีรีส์นี้พร้อมเสิร์ฟในหลากหลายเมนู เช่น ไทยเอสเพรสโซ ไทยคาปูชิโน ไทยลาเต้ และไทยริกาโน อเมริกาโนในแบบฉบับของคนไทย
Q: Taste of Nan ต่างจากกาแฟทั่วไปยังไง?
A: ความแตกต่างอยู่ที่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟคุณภาพ การ Blend จาก 2 Process การคั่วแยกด้วย Roast Profile ที่แตกต่างกัน รวมถึงกระบวนการหมัก 72 ชั่วโมง ที่ช่วยให้กาแฟมีเลเยอร์ของรสชาติและความหอมที่ซับซ้อนมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม:
- พันธุ์ไทยเปิดตัว “Taste of Nan” ไทยริกาโน ซีรีย์ใหม่!