คิดถึง DIY Menu คิดถึงพันธุ์ไทย! เปิดคัมภีร์มิกซ์แอนด์แมทช์ ชา กาแฟ และท็อปปิ้ง ให้เป็นสูตรคุณเอง
15 ก.ค. 69

คิดถึง DIY Menu คิดถึงพันธุ์ไทย! เปิดคัมภีร์มิกซ์แอนด์แมทช์ ชา กาแฟ และท็อปปิ้ง ให้เป็นสูตรคุณเอง

 

เบื่อเมนูเดิม ๆ แต่ไม่รู้จะเริ่มคัสตอมยังไง? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักหลักการมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องดื่มแบบง่าย ๆ พร้อมไอเดียจับคู่ชา กาแฟ ซอส และท็อปปิ้งยอดฮิตของพันธุ์ไทย เพื่อสร้างเมนูแก้วโปรดในสไตล์ของตัวเองที่อร่อย นัวละมุน และฟินกว่าที่เคยในงบราคาจับต้องได้

 

เป็นกันไหมนะ... เดินเข้าร้านกาแฟด้วยความตั้งใจว่าจะสั่งเมนูเดิม แต่สุดท้ายกลับเห็นคนข้าง ๆ ได้เครื่องดื่มหน้าตาน่ากินแปลกตา จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาสั่งอะไรกัน?

 

นั่นคือเสน่ห์ของ DIY Menu เทรนด์การคัสตอมเครื่องดื่มที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกวันนี้คนไม่ได้มองหาแค่เครื่องดื่มที่อร่อย แต่ยังอยากได้เมนูที่สะท้อนความชอบและสไตล์ของตัวเองอีกด้วย บางคนชอบเพิ่มวิปครีมให้ละมุนขึ้น บางคนชอบเติมซอสผลไม้เพื่อเพิ่มความสดชื่น ขณะที่บางคนสนุกกับการทดลองจับคู่ส่วนผสมใหม่ ๆ จนได้รสชาติที่ไม่เหมือนใคร

 

และถ้าพูดถึงการคัสตอมเครื่องดื่มแบบสนุก ๆ "พันธุ์ไทย" ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่เปิดพื้นที่ให้คนรักชา กาแฟ และเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ได้มิกซ์แอนด์แมทช์กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นชาไทย มัทฉะ กาแฟ โอ้เอ๋ว ซอส หรือท็อปปิ้งต่าง ๆ ที่สามารถนำมาจับคู่สร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ได้แทบไม่รู้จบ

 

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักหลักการคัสตอมเครื่องดื่มแบบง่าย ๆ พร้อมไอเดียการจับคู่รสชาติที่ช่วยให้การสั่งเครื่องดื่มแก้วเดิมไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เพราะบางครั้งเมนูที่อร่อยที่สุด อาจไม่ใช่เมนูที่อยู่บนป้าย แต่เป็นเมนูที่คุณออกแบบขึ้นมาเองตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ทำไม DIY Menu ถึงกลายเป็นเทรนด์ของคนรักเครื่องดื่ม?

 

จากการสั่งเมนู สู่การออกแบบรสชาติด้วยตัวเอง

 

ยุคนี้การดื่มเครื่องดื่มไม่ได้จำกัดอยู่แค่การชี้เลือกเมนูมาตรฐานบนป้ายไฟหน้าเคาน์เตอร์อีกต่อไป แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคแห่งการ "ออกแบบรสชาติด้วยตัวเอง" เพราะต่อมรับรสและความชอบของแต่ละคนไม่มีคำว่าพิมพ์นิยม การได้ลองปรับแต่งจึงเปรียบเสมือนการสร้างสรรค์งานศิลปะที่กินได้

 

เสน่ห์ของเครื่องดื่มที่ไม่มีสูตรตายตัว

 

เสน่ห์ที่แท้จริงของ DIY Menu คืออิสระที่ไร้ขีดจำกัด เมื่อแก้วโปรดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจหลงรักกาแฟเนื้อบอดี้หนาแต่ซ่อนเปรี้ยวฉ่ำ บางคนชอบชาเขียวขมฝาดที่ตัดด้วยความมันนัว การคัสตอมช่วยทลายกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนเช้าวันจันทร์ที่แสนจำเจให้กลายเป็นความตื่นเต้นท้าทายในทุกอึกที่ดูด

 

รู้จักองค์ประกอบของ DIY Menu ก่อนเริ่มคัสตอม

 

ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการบาริสต้าฝึกหัด เราต้องมาทำความเข้าใจ 3 องค์ประกอบหลักของเครื่องดื่มพันธุ์ไทยกันก่อน เพื่อให้คุณสามารถจัดหมวดหมู่สลับเลเยอร์ได้อย่างแม่นยำ

 

1. เลือก "เบสเครื่องดื่ม" ให้ตรงสไตล์

 

- กาแฟ: เมล็ดกาแฟพันธุ์ไทยรสเข้มข้น มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มดุดันสะใจ และกาแฟคั่วกลาง (ไทยริกาโน) โทนผลไม้สดชื่น

 

- ชาไทย: นัมเบอร์วันเรื่องความหอม นัว รสสัมผัสเข้มข้นหวานมันสไตล์ไทยแท้ที่เป็นเอกลักษณ์

 

- มัทฉะ: ผงมัทฉะเกรดพรีเมียมเจือขมอูมามิปลายลิ้น ฝาดสะอาดสไตล์ญี่ปุ่นแท้

 

- ชาผลไม้: เบสชาเขียวกลิ่นมะลิหอมหวล ผสมผสานน้ำผลไม้แท้ ให้รสหวานอมเปรี้ยวสดชื่น

 

- โอ้เอ๋วและเครื่องดื่มสดชื่น: สมูทตี้ปั่นเนื้อเนียน หรือน้ำผลไม้คั้นสดที่เน้นความรีเฟรชชิ่ง รีเซ็ตความเหนื่อยล้า

 

2. เติม "รสชาติพิเศษ" ด้วยซอส

 

- ซอสช็อกโกแลต: หวานเข้มขรึม ดาร์กสะใจ เหมาะกับการปาดรอบแก้วเพิ่มมิติความดาร์ก

 

- ซอสสตรอว์เบอร์รี: เปรี้ยวหวานฉ่ำ มีเนื้อผลไม้สอดแทรก ช่วยตัดเลี่ยนได้ดีเยี่ยม

 

- ซอสส้ม: รสเปรี้ยวหวานตระกูลซิสตรัส ให้กลิ่นอายความสว่างวาบ สดชื่นกระปรี้กระเปร่า

 

- ซอสตาลโตนด: วัตถุดิบท้องถิ่นไทย ให้ความหวานละมุน โชยกลิ่นหอมนุ่มลึกเป็นธรรมชาติ

 

- ซอสทีรามิสุ: รสชาติมันนัว หอมกลิ่นคาเฟ่อันเป็นเอกลักษณ์สไตล์อิตาลีทวิสต์

 

3. เพิ่ม "ความสนุก" ด้วยท็อปปิ้ง

 

- วิปครีม: เนื้อสัมผัสฟูนุ่ม ละมุนลิ้น เพิ่มความหอมมันนัวระดับสิบ

 

- บราวนี่: เนื้อหนึบหนับ ชิ้นพอดีคำ เพิ่มบอดี้ให้เคี้ยวสนุกเหมือนทานขนม

 

- บัตเตอร์คุกกี้: คุกกี้บดละเอียด ให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ มีความเค็มมันเนยตัดรสหวาน

 

- แมคคาเดเมีย: เมล็ดถั่วอบพรีเมียม กรอบมัน หรูหรา ชูรสสัมผัสเครื่องดื่มให้ดูแพง

 

- โอ้เอ๋ว: วุ้นท้องถิ่นเนื้อเด้งดึ๋งแสนจริงใจ ดับร้อนและเคี้ยวสู้ฟันสุด ๆ อยู่ก้นแก้ว

 

คัมภีร์จับคู่รสชาติสำหรับมือใหม่

 

หากยังนึกไม่ออกว่าจะมิกซ์อะไรเข้าด้วยกัน นี่คือสูตรจับคู่ยอดฮิตระดับคลาสสิกที่บาริสต้าแนะนำว่าเข้ากันแน่นอน รสชาติกลมกล่อมไม่ตีกันมั่ว

 

สายกาแฟ ควรจับคู่กับอะไร?

 

- เอสเปรสโซ + น้ำส้ม: สูตรลับปลุกพลังตอนเช้า รสเปรี้ยวฉ่ำของส้มช่วยชูความอโรมาของกาแฟคั่วกลางให้โดดเด่น สดชื่นตื่นเต็มตา

 

- ลาเต้ + บัตเตอร์คุกกี้: เปลี่ยนกาแฟนมธรรมดาให้เป็นคุ้กกี้แอนด์ครีมพรีเมียม ได้ความกรอบเค็มมันมาสลับกับความนุ่มของนมสด

 

- มอคค่า + บราวนี่: ดับเบิลความดาร์กช็อกโกแลต เคี้ยวบราวนี่หนึบหนับไปพร้อมกับดูดกาแฟรสเข้ม

 

สายชาไทย ควรจับคู่กับอะไร?

 

- ชาไทย + ตาลโตนด: ที่สุดของความหอมนุ่มนวล ซอสตาลโตนดจะไปช่วยยกระดับความหวานของชาไทยให้มีเลเยอร์นุ่มลึก ไม่หวานแหลม

 

- ชาไทย + ทีรามิสุ: ฟิวกาแฟกึ่งเบเกอรี ปาดซอสทีรามิสุรอบแก้ว ชาไทยจะมีความมันนัวแบบขนมหวานสไตล์ตะวันตก

 

- ชาไทย + วิปครีม: เมนูเซฟโซนสำหรับสายคลั่งรักความนัว เพิ่มบาลานซ์ให้ชาไทยมีความครีมมี่นุ่มลึก

 

สายมัทฉะ ควรจับคู่กับอะไร?

 

- มัทฉะ + ช็อกโกแลต: คู่หูสายดีป (Deep) รสขมอูมามิของชาเขียวแท้ ปะทะความหวานดาร์กของช็อกโกแลต เป็นมิติความขมสองขั้วที่ลงตัว

 

- มัทฉะ + สตรอว์เบอร์รี: สีสันตัดกันสวยงาม รสเปรี้ยวฉ่ำของเบอร์รีจะช่วยเบรคความฝาดสะอาดของมัทฉะ ดื่มง่าย สดชื่นมาก

 

- มัทฉะ + แมคคาเดเมีย: ยกระดับความหรูหรา ความมันของแมคคาเดเมียอบจะช่วยชูโรงคาแรกเตอร์ของมัทฉะลาเต้ให้ดูแพง

 

สายผลไม้และโอ้เอ๋ว ควรจับคู่กับอะไร?

 

- โอ้เอ๋ว + พิงก์กัววา: ฝรั่งสีชมพูพิงก์กัววาปั่นหอม ๆ ดูดพร้อมโอ้เอ๋วเด้งดึ๋งก้นแก้ว ดับร้อนได้ดีที่สุด

 

- โอ้เอ๋ว + ไชน์มัสแคท: องุ่นเขียวหวานฉ่ำอมเปรี้ยวนิด ๆ เข้ากันได้ดีกับเนื้อสัมผัสฉ่ำเย็นของวุ้นโอ้เอ๋ว

 

- ชาผลไม้ + ซอสเบอร์รี: เพิ่มเลเยอร์ความเปรี้ยวอมหวานด้วยการรองก้นแก้วด้วยซอสเบอร์รีเข้มข้น ก่อนเทชาผลไม้ทับลงไป

 

5 สูตร DIY พันธุ์ไทยที่ทำตามได้จริง (การันตีความอร่อยแสงออกปาก)

 

ทฤษฎีแน่นแล้ว ถึงเวลาลงสนามจริง! หากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มคัสตอมจากอะไรดี ลองหยิบหนึ่งใน 5 สูตรยอดฮิตเหล่านี้ไปเป็นแรงบันดาลใจก่อนได้เลย เพราะแต่ละแก้วผ่านการจับคู่รสชาติและเนื้อสัมผัสมาอย่างลงตัว ทั้งสายชาไทย สายมัทฉะ และสายผลไม้ รับรองว่าดื่มสนุก ถ่ายรูปสวย และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

บ่ายนี้ถือสูตรเหล่านี้ไปยื่นให้บาริสต้าพันธุ์ไทยเนรมิตความฟินกันได้เลย!

 

Article-11-1.jpg

 

สูตรที่ 1: "Double Caramel-To-Node Latte" (ดับเบิลลาเต้คาราเมล + โฟมนมตาลโตนด + แมคคาเดเมีย) (ราคาประมาณ 110 - 125 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "คาราเมลลาเต้เย็น" ขอเพิ่มเอสเพรสโซช็อต (+1 Extra Shot) จากนั้นแจ้งบาริสต้าว่า "ขอท็อปด้านบนด้วยโฟมนมนุ่ม ๆ ที่ผสมกับซอสตาลโตนด และโรยปิดท้ายด้วยถั่วแมคคาเดเมียกรุบกรอบ"

 

- สำหรับสาย: สายกาแฟนม (Milk Coffee) ที่ชอบความนุ่มนวลละมุนละไม แต่ยังคงต้องการบอดี้กาแฟที่เข้มข้น ดื่มแล้วตื่นเต็มตา

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: บูสต์ความเข้มข้นของกาแฟลาเต้ด้วยเบิ้ลช็อต ผสานความหอมหวานของไซรัปคาราเมล ไฮไลท์เด็ดคือ "โฟมนมตาลโตนด" ด้านบนที่ให้สัมผัสเนียนนุ่ม โชยกลิ่นหอมหวานนุ่มลึกเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบท้องถิ่นไทย ทานคู่กับความมันเนยของแมคคาเดเมียอบกรอบ ได้รสชาติที่นุ่ม มัน นัว และเข้มข้นลงตัวมาก

 

Article-11-2.jpg

 

สูตรที่ 2: "Thai Tea Matcha Two Tone" (ชาไทย + บุกบราวน์ชูการ์ + มัทฉะช็อต) (ราคาประมาณ 105 - 120 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ชาไทยเย็น" (แนะนำสูตรหวานน้อย 25% หรือ 50%) ขอคัสตอม "เพิ่มท็อปปิ้งมุกบุกบราวน์ชูการ์ไว้ที่ก้นแก้ว และขอท็อปราดด้านบนสุดด้วยช็อตมัทฉะเข้มข้นแบบแยกเลเยอร์"

 

- สำหรับสาย: สายชาเลิฟเวอร์ (Tea Lover) ที่เลือกไม่ได้ระหว่างชาส้มกับชาเขียว และชอบเคี้ยวเนื้อสัมผัสหนึบหนับสู้ฟัน

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: นี่คือนวัตกรรมเมนูฟิวชันทรีโทน (Three-Tone) ที่ถ่ายรูปสวยสุด ๆ ชั้นล่างสุดคือความหวานหอมหนึบหนับของบุกบราวน์ชูการ์ ตัดสลับกับความหอมนัวเข้มข้นของชาไทยชั้นกลาง ตบท้ายด้วยความขมอูมามิฝาดสะอาดอันเป็นเอกลักษณ์ของมัทฉะช็อตด้านบนสุด เวลาดูดพร้อมกัน รสชาติของชาทั้งสองสายพันธุ์จะบาลานซ์กันได้อย่างมหัศจรรย์ ไม่เลี่ยน และเข้มข้นสะใจมาก

 

Article-11-3.jpg

 

สูตรที่ 3: "Pink Guava Berry Blossom" (ชามะลิดึ๋งปั่นพิงก์กัววา + ซอสสตรอว์เบอร์รีรอบแก้ว + ท็อปวิปครีมสตรอว์เบอร์รีฉ่ำ) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ชามะลิดึ๋งปั่นพิงก์กัววา" ขอเพิ่มซอสสตรอว์เบอร์รีราดวนรอบข้างแก้ว ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ และเนื้อสตรอว์เบอร์รีจุกๆ

 

- สำหรับสาย: สายพาสเทลเลิฟเวอร์ และคนที่หลงรักชารสผลไม้ (Fruit Tea) โทนเบอร์รีและฝรั่งสีชมพู หวานซ่อนเปรี้ยวสดชื่นไม่มีเบื่อ

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: เมนูสุดคิวท์ที่เด่นด้วยกลิ่นหอมหวลอันเป็นเอกลักษณ์ของฝรั่งพิงก์กัววาสีชมพู ปั่นรวมกับชาเขียวกลิ่นมะลิจนได้รสชาติหวานฉ่ำท้าลมร้อน มีเนื้อโอ้เอ๋วดึ๋งๆ แสนจริงใจให้เคี้ยวเพลินที่ก้นแก้ว ความพรีเมียมจะอัปเวลทันทีเมื่อสลับชั้นด้วยซอสสตรอว์เบอร์รีเข้มข้นรอบแก้ว ตบท้ายด้วยความละมุนนุ่มฟูของวิปปิ้งครีมและสตรอว์เบอร์รีสดด้านบน รสชาติจะผสมผสานออกมานัว หอมหวานซ่อนเปรี้ยว ละมุนละไม เพลินสุดๆ จนลืมเวลานับแก้วโอ้เอ๋วที่ลอยอยู่เลย!

 

Article-11-4-(Extra).jpg

 

สูตรที่ 4: "Shine Muscat Jasmine Crunch" (ชามะลิดึ๋งปั่นไชน์มัสแคท + ท็อปวิปครีม + ซอสส้ม + บัตเตอร์คุกกี้กรอบ) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ชามะลิดึ๋งปั่นไชน์มัสแคท" และขอท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ เพิ่มท็อปปิ้งบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ และราดปิดท้ายด้วยซอสส้มหวานอมเปรี้ยว

 

- สำหรับสาย: สายองุ่นไชน์มัสแคทและคนที่ชอบเครื่องดื่มสัมผัสกรุบกรอบ (Crunchy Smoothie) หอมละมุน สุดสดชื่น

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: เบสของแก้วนี้คือชาเขียวกลิ่นมะลิปั่นกับองุ่นไชน์มัสแคทสีเขียวสดใส ให้รสหวานฉ่ำอมเปรี้ยวนิดๆ รีเฟรชร่างกายได้ดีเยี่ยม พร้อมเนื้อโอ้เอ๋วเด้งดึ๋งเคี้ยวสนุกสะใจ แต่ความเหนือระดับคือการท็อปปิ้งด้วยวิปปิ้งครีมเนื้อเนียนนุ่ม ราดซอสส้มตระกูลซิสตรัสเพิ่มกลิ่นอายความสดชื่นสว่างวาบในปาก และโรยปิดท้ายด้วยบัตเตอร์คุกกี้กรุบกรอบ เค็มมันนัวๆ ความกรอบของคุกกี้และความนุ่มของวิปครีมจะเข้ากันได้ดีกับน้ำปั่นอย่างไม่น่าเชื่อ หรูหราเหมือนทานขนมหวานพรีเมียมในคาเฟ่ฟิวชันเลย!

 

สูตรที่ 4: "Matcha Oreo Midnight Frappe" (มัทฉะโอริโอ้เฟรปเป้ + วิปครีม + ซอสช็อกโกแลต) (ราคาประมาณ 115 - 130 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "มัทฉะเฟรปเป้ (มัทฉะปั่น)" แล้วแจ้งว่า "ขอเพิ่มคุกกี้โอริโอ้ลงไปปั่นรวมด้วย ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมหนานุ่ม และราดปิดท้ายด้วยซอสช็อกโกแลตเข้มข้นซ้ำอีกครั้ง"

 

- สำหรับสาย: สายมัทฉะสายช็อก (Matcha-Choc) และคนที่ชอบดื่มน้ำปั่นเนื้อเนียนที่มีเศษคุกกี้กรุบกรอบให้เคี้ยวเพลินในทุกอึก

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: เมนูยอดฮิตตลอดกาลที่ถูกใจทุกวัย รสขมอูมามิของมัทฉะแท้เกรดพรีเมียมจะถูกบาลานซ์ด้วยความหวานมันและรสช็อกโกแลตอันเป็นเอกลักษณ์ของคุกกี้โอริโอ้ที่ปั่นหยาบ ๆ อยู่ในเนื้อสมูทตี้ บูสต์ความฟินขั้นสุดด้วยวิปครีมสดและซอสช็อกโกแลตดาร์กฉ่ำ ๆ รสชาติจะเข้มข้น นัว ดาร์กสะใจ และได้เคี้ยวเศษคุกกี้กรุบ ๆ เพลินจนหมดแก้วแน่นอน

 

สูตรที่ 5: "Grand Hazelnut-Tiramisu Waffle Frappe" (ฮาเซลนัทคอฟฟี่ปั่น + ซอสทีรามิสุ + ซอสตาลโตนด + วิปครีม + วาฟเฟิลคาราเมล + บัตเตอร์คุกกี้) (ราคาประมาณ 140 - 160 บาท)

 

- การคัสตอม: สั่งเมนู "ฮาเซลนัทคอฟฟี่ปั่น" ขอคัสตอม "ปาดซอสทีรามิสุรอบแก้ว เพิ่มซอสตาลโตนดปั่นรวมเข้าไป ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมฟู ๆ โรยบัตเตอร์คุกกี้บด และปักตกแต่งด้วยวาฟเฟิลคาราเมล"

 

- สำหรับสาย: สายของหวานขั้นสุด (Dessert Drink) ที่หลงรักความหรูหราอลังการสไตล์คาเฟ่ตะวันตก ท็อปปิ้งแน่น ๆ เหมือนทานขนมจานพรีเมียม

 

- รสสัมผัสพรีเมียม: เบสกาแฟปั่นกลิ่นถั่วฮาเซลนัทหอมกรุ่น ทวีความนุ่มลึกด้วยซอสตาลโตนดและซอสทีรามิสุสุดมันนัวรอบแก้ว ยกระดับความครีมมี่ด้วยวิปครีมเนื้อเนียน ตบด้วยสัมผัสกรุบกรอบของบัตเตอร์คุกกี้บด และความหนึบหอมหวานของวาฟเฟิลคาราเมลชิ้นโต เป็นแก้วที่รวมเอาศาสตร์แห่งเบเกอรีมาไว้ในกาแฟปั่นได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

 

เทคนิคคัสตอมให้รสชาติลงตัวมากขึ้น

 

- อย่าใส่ทุกอย่างในแก้วเดียว: การสาดท็อปปิ้งทุกอย่างในร้านลงไปจะทำให้รสชาติตีกันจนเพี้ยนและเลี่ยนเกินไป ควรจำกัดส่วนเสริมให้อยู่ที่ประมาณ 2-3 ชนิดก็เพียงพอแล้ว

 

- เลือกรสชาติหลักเพียง 1-2 ตัว: กำหนดทิศทางของแก้วให้ชัดเจน เช่น ถ้าอยากชูความเปรี้ยวหวานของสตรอว์เบอร์รี ก็ให้เลือกเบสเป็นนมสดหรือมัทฉะ เพื่อเป็นฉากหลังให้รสผลไม้โดดเด่น ไม่ควรใส่ซอสส้มหรือซอสตาลโตนดซ้ำเข้าไปอีก

 

- สร้างสมดุลระหว่างหวาน เปรี้ยว ขม และมัน (Contrast Pairing): ใช้ขั้วตรงข้ามมาตัดรสเพื่อความกลมกล่อม เช่น หากเครื่องดื่มมีความหวานมันของนมและวิปครีมสูง ควรใช้ความขมของผงมัทฉะหรือความเปรี้ยวตระกูลเบอร์รีมาเบรคความเลี่ยน

 

- คิดถึงเนื้อสัมผัส (Texture) ไปพร้อมกับรสชาติ: แก้วที่พรีเมียมต้องสนุกทั้งรสชาติและการเคี้ยว ควรดีไซน์ให้มีทั้งความเนียนนุ่ม (นมปั่น/วิปครีม), ความหนึบเด้ง (โอ้เอ๋ว/บุก) และความกรุบกรอบ (คุกกี้/แมคคาเดเมีย) สลับชั้นกันในแก้ว

 

เมนูแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

 

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนจะเดินไปสั่งหน้าเคาน์เตอร์กาแฟพันธุ์ไทย ลองมาเช็กกันดูว่าคุณจัดอยู่ในทีมไหน และควรเลือกเบสหรือท็อปปิ้งอย่างไรเพื่อให้ได้แก้วที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณมากที่สุด

 

- สายหวาน (Dessert Drink): หากคุณเป็นคนที่เลิฟความหวานมัน นัว เข้มข้น และมองหาเครื่องดื่มที่ให้รสสัมผัสเต็มอิ่มฟินใจเหมือนกินเค้กชิ้นโปรด คุณจะเหมาะที่สุดกับเครื่องดื่ม กลุ่มเฟรปเป้ (เมนูปั่น) ที่เพิ่มความพรีเมียมด้วย "ซอสทีรามิสุ" หรือ "ซอสตาลโตนด" แล้วท็อปปิ้งจัดเต็มด้วย "วิปครีม" และของเคี้ยวหนึบหนับอย่าง "บราวนี่" หรือ "วาฟเฟิลคาราเมล" ดื่มแล้วอิ่มอร่อยชาร์จพลังบ่ายวันทำงานได้ยอดเยี่ยม

 

- สายกาแฟ (Caffeine Lover): สำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องการคาเฟอีนเข้มๆ มาปลุกสมอง แต่ก็เริ่มเบื่อกาแฟเดิม ๆ แนะนำให้เลือกเบสเป็น "เอสเพรสโซช็อตคั่วเข้ม" หรือคั่วกลางของพันธุ์ไทย แล้วเติมความสนุกด้วยการ "ดับเบิลช็อต (+1 Extra Shot)" เพื่อให้รสกาแฟเข้มสู้นม หรือทดลองจับคู่กาแฟดำเข้ากับ "ซอสส้ม" หรือจะเปลี่ยนจากนมวัวปกติมาเป็น "นมโอ๊ต" เพื่อเปิดมิติความนัวแบบหอมละมุนธรรมชาติและดีต่อสุขภาพ

 

- สายมัทฉะ (Matcha Lover): ถ้าคุณหลงรักกลิ่นอายชาเขียวแท้ๆ รักความฝาดสะอาดและขมอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ คุณจะเหมาะกับเมนู "มัทฉะลาเต้" หรือ "มัทฉะเฟรปเป้" คีย์เวิร์ดสำคัญของคุณคือการสั่ง "ลดหวาน (25% - 50%)" เพื่อเปิดทางให้กลิ่นใบชาเด่นขึ้น จากนั้นให้จับคู่กับ "ซอสช็อกโกแลต" หรือถั่วอบพรีเมียมอย่าง "แมคคาเดเมีย" ความมันกรอบจะช่วยขับรสชาติมัทฉะให้ดูแพงราวกับสั่งจากคาเฟ่หรู

 

- สายผลไม้ (Refreshing): หากคุณไม่ชอบความครีมมี่ หนักนม หรือหวานหนืด แต่ต้องการความรีเฟรชฉ่ำคอ รีเซ็ตความเหนื่อยล้าท้าลมร้อน แก้วโปรดของคุณคือ "กลุ่มชาผลไม้" หรือน้ำผลไม้คั้นสด โดยทริกลับที่สายผลไม้ห้ามพลาดคือการสั่งเพิ่ม "เยลลี่โอ้เอ๋ว" ไว้ที่ก้นแก้ว ความเด้งดึ๋งฉ่ำเย็นจะเข้ากันได้ดีที่สุดกับชาเขียวกลิ่นมะลิปั่นฝรั่งพิงก์กัววา หรือองุ่นไชน์มัสแคท ดื่มแล้วสดชื่นสว่างวาบทันที

 

- สายชอบลองอะไรใหม่ ๆ (The Explorer): คุณคือสายรักการทดลองที่ไม่ชอบความจำเจ และสนุกกับการค้นหาเลเยอร์รสชาติที่ซับซ้อน เทคนิคที่เหมาะกับคุณที่สุดคือศาสตร์แห่งการจับคู่ขั้วตรงข้าม (Contrast Pairing) เช่น ลองสั่งเมนูแนวทรีโทน (Three-Tone) อย่าง "Yinyang Matchatone" ที่มีทั้งบุกบราวน์ชูการ์ ชาไทย และมัทฉะช็อตอยู่ในแก้วเดียว ความย้อนแย้งที่ลงตัวนี่แหละคือคำตอบที่ท้าทายต่อมรับรสของคุณที่สุด!

 

ทำไมการคัสตอมถึงทำให้เครื่องดื่มสนุกขึ้น?

 

- ทุกแก้วมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน: การคัสตอมเปลี่ยนคุณจาก "ผู้ดื่ม" ให้กลายเป็น "ดีไซเนอร์" เครื่องดื่มแก้วนั้นจะถูกปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อมรับรสของคุณโดยเฉพาะ มันจึงไม่ใช่แค่กาแฟหรือชาทั่วไป แต่เป็นแก้วที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Unique) และมีสตอรี่ในแบบของคุณ

 

- เปลี่ยนเมนูเดิมให้ไม่น่าเบื่อ: ต่อให้เมนูนั้นจะเป็นแก้วโปรดที่คุณสั่งเป็นประจำทุกเช้า แต่ถ้าต้องดื่มติดต่อกันเป็นปี ๆ ก็ย่อมมีวันจำเจ การคัสตอมเหมือนการหยิบสีกระป๋องใหม่มาสาดลงบนผืนผ้าใบเดิม แค่เพิ่มช็อตกาแฟ เปลี่ยนประเภทนม หรือทริกซ์ซอสปาดขอบแก้ว ก็ช่วยปลุกความตื่นเต้นในบ่ายวันทำงานให้กลับมามีสีสันได้อีกครั้ง

 

- ได้ค้นพบรสชาติใหม่ที่อาจกลายเป็นเมนูประจำ: ความสนุกที่แท้จริงของการ DIY คือ "ความลุ้น" ในผลลัพธ์ หลายครั้งที่กระแสไวรัลเกิดจากการทดลองจับคู่สิ่งที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่พอดูดพร้อมกันอึกแรกกลับอร่อยจนตาโต การกล้าก้าวออกจากเซฟโซนเดิม ๆ อาจทำให้คุณได้ค้นพบ The New Favourite Cup หรือเมนูลับส่วนตัวที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการสั่งของคุณไปตลอดกาล

 

บทสรุป:แก้วที่อร่อยแสงออกปาก... อาจเป็น "สูตรลับ" ที่คุณครีเอตเอง!

 

จริง ๆ แล้วการคัสตอมเครื่องดื่มไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด บางครั้งแค่ลองเพิ่มท็อปปิ้งที่ชอบ หรือหยิบส่วนผสมที่ไม่เคยสั่งมาก่อนมาจับคู่กัน ก็อาจทำให้เมนูเดิม ๆ มีรสชาติและความสนุกที่แตกต่างออกไป

 

เสน่ห์ของ DIY Menu คือไม่มีสูตรไหนถูกหรือผิด ทุกคนสามารถเลือกสร้างสรรค์เครื่องดื่มในแบบที่ตัวเองชอบได้ จะเป็นสายกาแฟ สายชาไทย สายมัทฉะ หรือสายผลไม้ ก็สามารถปรับแต่งให้เข้ากับรสนิยมของตัวเองได้ทั้งนั้น

 

ครั้งหน้าที่แวะมาพันธุ์ไทย ลองใช้บทความนี้เป็นไอเดียในการมิกซ์แอนด์แมทช์เมนูดูสักแก้ว ไม่ว่าจะเลือกสั่งตามสูตรยอดฮิต หรือครีเอตสูตรใหม่ในแบบของตัวเอง เพราะบางครั้งเมนูที่อร่อยที่สุด อาจไม่ใช่เมนูที่กำลังเป็นกระแส แต่เป็นเมนูที่ถูกออกแบบมาให้ถูกใจคุณที่สุดต่างหาก

 

หรือถ้ายังคิดสูตรไม่ออก ก็สามารถแวะไปลองเมนู DIY ที่เราแนะนำในบทความนี้ได้เลย รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมของพันธุ์ไทยอย่างไทยริกาโน ชาไทย มัทฉะ ชาและเมนูกาแฟขายดีอื่น ๆ ที่พร้อมให้คุณเลือกเติมความสนุกในแบบของตัวเองได้ทั้งที่หน้าร้านและช่องทางสั่งเดลิเวอรีออนไลน์ เพราะทุกแก้วมีโอกาสกลายเป็นเมนูโปรดแก้วใหม่ของคุณได้เสมอ! ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้เว็บไซต์กาแฟพันธุ์ไทยและ เฟสบุ๊ค PunThai Coffee!

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DIY Menu พันธุ์ไทย

 

Q: DIY Menu ของพันธุ์ไทยคืออะไร?

A: คือเมนูเครื่องดื่มที่คุณสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ส่วนผสมและรสชาติได้ตามใจชอบ ตั้งแต่การเลือกเบสเครื่องดื่มหลัก (ชาไทย กาแฟ มัทฉะ หรือชาผลไม้) ปรับระดับความหวาน เปลี่ยนประเภทนม (เช่น นมโอ๊ต) ไปจนถึงการปาดซอสรอบแก้ว และเลือกท็อปปิ้งในร้านมาใส่รวมกันเพื่อสร้างแก้วโปรดในสไตล์ของคุณเอง

 

Q: สามารถสั่งเพิ่มท็อปปิ้งและซอสกับเครื่องดื่มได้ทุกเมนูไหม?

A: สามารถเพิ่มได้เกือบทุกเมนูในร้านเลย! ไม่ว่าจะเป็นเมนูเย็นหรือเมนูปั่น คุณสามารถแจ้งบาริสต้าหน้าเคาน์เตอร์เพื่อขอแอดท็อปปิ้ง ซอส หรือวิปครีมเพิ่มเข้าไปได้หมด (มีค่าบริการเพิ่มเติมตามประเภทท็อปปิ้ง) ยกเว้นท็อปปิ้งบางชนิดที่เป็นขนมชิ้นใหญ่อย่างวาฟเฟิลหรือเค้ก ที่อาจจะไม่เหมาะกับการใส่ในเมนูร้อนบางเมนู ซึ่งสามารถปรึกษาบาริสต้าก่อนสั่งได้เลย

 

Q: ถ้าเป็นมือใหม่หัดคัสตอม ควรเริ่มลองสั่งจากสูตรไหนดี?

A: แนะนำให้เริ่มขยับจาก "เมนูเซฟโซน" ที่คุณชอบดื่มเป็นประจำก่อน เช่น ถ้าคุณเป็นสายลาเต้เย็น ลองคัสตอมง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนนมวัวเป็นนมโอ๊ต แล้วโรยท็อปปิ้งบัตเตอร์คุกกี้กรอบ ๆ หรือถ้าเป็นสายชาไทย ลองสั่งเพิ่มเยลลี่โอ้เอ๋วเนื้อเด้งไว้ที่ก้นแก้ว การเริ่มเปลี่ยนทีละ 1-2 องค์ประกอบจะช่วยให้คุณจับทางรสชาติที่ตัวเองชอบได้ง่ายที่สุด

 

Q: ท็อปปิ้งและซอสตัวไหนของพันธุ์ไทยที่ฮิตที่สุดบน TikTok?

A: ถ้าเป็นฝั่งท็อปปิ้ง สายรีเฟรชชิ่งจะเลิฟ "เยลลี่โอ้เอ๋ว" วุ้นเนื้อเด้งดึ๋งแสนจริงใจที่สุด ส่วนสาย Dessert Drink จะชอบสั่ง "บัตเตอร์คุกกี้บด" และ "บราวนี่หนึบ" มาเคี้ยวคู่กับวิปครีมหนานุ่ม ส่วนฝั่งซอส ตัวเด็ดที่สายไวรัลต้องสั่งคือ "ซอสตาลโตนด" ที่ให้ความหอมนุ่มลึกแบบไทยโมเดิร์น และ "ซอสทีรามิสุ" มันนัวสไตล์อิตาลี

 

Q: เครื่องดื่มคัสตอมสไตล์ DIY เมนูหนึ่งแก้ว ราคาเริ่มต้นประมาณเท่าไร?

A: ราคาจะขึ้นอยู่กับเมนูเบสหลักและจำนวนท็อปปิ้งที่คุณแอดเพิ่มเข้าไปโดยปกติเครื่องดื่มเบสมาตรฐานของพันธุ์ไทยจะอยู่ที่ประมาณ 60 - 75 บาท และการเพิ่มท็อปปิ้งหรือซอสจะบวกเพิ่มเฉลี่ยอย่างละ 10 - 20 บาท (ยกเว้นกลุ่มเค้ก/วาฟเฟิลชิ้นใหญ่) ทำให้เมนู DIY สูตรยอดฮิตที่จัดเต็มท็อปปิ้งส่วนใหญ่ จะมีราคาเฉลี่ยรวมอยู่ที่ประมาณ 105 - 155 บาท

 

Q: สั่งเมนูคัสตอมเสริมท็อปปิ้งเยอะๆ แบบนี้ สามารถสะสมแต้ม PT Max Card ได้ไหม?

A: สะสมได้ครบทุกบาททุกสตางค์เลย! ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องดื่มแก้วหลัก ค่าอัปเกรดเปลี่ยนเป็นนมทางเลือก หรือค่าซอสและท็อปปิ้งที่แอดเพิ่มเข้าไป ยอดรวมทั้งหมดจะถูกนำไปคำนวณเป็นแต้มสะสม PT Max Card เพียงแค่คุณบอกเบอร์โทรศัพท์ก่อนจ่ายเงิน ซึ่งแต้มเหล่านี้นอกจากจะช่วยดันยอดอัปเวลระดับสมาชิก (Tier) ของคุณให้สูงขึ้นแล้ว ยังนำไปแลกส่วนลดคูปองลับในแอป Max Me มาใช้เป็นทุนในการคัสตอมแก้วถัดไปได้คุ้มสุดๆ อีกด้วย!